Chapter 19
“น้องกูอยู่ไหน” ซันเลือกที่จะถามอีกคนตรง ๆ เพราะว่าปกติตัวเองก็ไม่ได้เป็นคนอ้อม ๆ อะไรอยู่แล้ว
“ถามแบบนี้หมายความว่าอะไร ตะวันเป็นอะไร” เขาไม่พูดตอบแถมยังตั้งคำถามกลับ สีหน้าที่แสดงออกไปมันก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่จนซันเผลอขมวดคิ้วยุ่งไปมากกว่าเดิม วันนี้จะเข้าสามวันแล้วแต่ว่าก็ยังติดต่อน้องชายฝาแฝดของตัวเองไม่ได้อยู่ดี ที่บ้านตอนนี้กระวนกระวายใจกันมากไม่มีใครเป็นอันทำอะไรกันแล้ว
“ตะวันหายตัวไปจากบ้านจะสามวันแล้ว ล่าสุดที่เจอคือน้องขอไปหามึง มึงรู้เห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้หรือเปล่า”
“มึงบอกว่าตะวันหายไปกี่วันนะ” ปกติแล้วลมก็คุยกับซันแบบนี้อยู่แล้ว ไอ้เด็กซันมากกว่าที่มันไม่รู้จักรุ่นพี่รุ่นน้อง เอาแต่ทำตัวกร่างเป็นอันธพาลอยู่เสมอ
“มึงหูหนวกหรือไงวะฮะ!” ซันเริ่มหัวเสียที่ต้องนั่งคุยกับคนที่ไม่ชอบขี้หน้ามันเลยแม้แต่นิดนาน ๆ แบบนี้
“จะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไงในเมื่อกูอยู่ภูเก็ตตั้ง 4 วัน ก่อนน้องมึงจะหายไปอีก อีกอย่างกูคุยกับตะวันแล้วว่ากูไม่อยู่คอนโด 4-5 วัน แล้วตะวันจะมาหากูทำไม” ลมพูดตอบอย่างใจเย็นด้วยท่าทีที่กวนประสาทอีกคนอย่างมาก ซันเองก็แทบจะระงับอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่แล้วเหมือนกัน
“ครับนาย พวกเราทางโน้นจับตาดูอยู่ตลอด ไม่ทำอะไรเลยนอกจากออกมาหาอะไรทานและเข้าไปคอนโดห้องพัก” ลูกน้องของซันพูดขึ้นรายงานเมื่อเจ้านายของตนมองหน้ารอคำตอบ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก้ยังไม่ไว้ใจไอ้คนตรงหน้าอยู่ดี
“ถ้ามึงพูดความจริงก็ไม่อะไร แต่ถ้าวันไหนพวกกูจับได้ว่ามึงพูดโกหก มึงตายยกโคตรมึงแน่ไอ้ลม” ซันพูดเตือนเขาเป็นรอบสุดท้าย
“คิดว่ากูต้องกลัวหรือไอ้ซัน ที่ผ่านมากูยอมมึงเพราะตะวัน แต่ไม่ใช่ว่ากูจะยอมมึงทุกครั้ง” ลมพูดบอก เขาล่ะเหลืออดกับความนักเลงไม่เลือกที่ของมันเต็มที พวกเขาทั้งคู่จ้องมองหน้ากันเขม็งอยู่แบบนั้นร่วมนาที
“เอาเวลาที่นั่งมองหน้ากูไปตามหาตัวตะวันก่อนไม่ดีหรือไง กูก็จะได้ออกตามหาแฟนกูบ้าง” ลมพูด ซันถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อย่างเหนื่อยใจ
“ถ้าเกิดเจอน้องกูแล้ว โทรบอกกูด้วย” ลมกระตุกยิ้มอ่อนขึ้นอย่างเย้ยหยัน ซันพูดแบบนั้นออกมาก็ใช่ว่าจะไว้ใจเขาแต่ก็เลือกที่จะพูดเพื่อลดศักดิ์ศรีของตัวเองแบบนั้น ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าไม่เคยยอมใครเลย แสดงได้ว่าตะวันมีความสำคัญกับครอบครัวนี้มากจริง ๆ
หลังจากนั้นไม่นานซันก็ถูกเรียกตัวจากป๊า ๆ ของเขาให้กลับบ้านก่อนเพราะได้เบาะแสของตะวัน ลมเองก็รับปากว่าถ้าเกิดตามหาตัวตะวันเจอเขาจะบอกซันเป็นคนแรก ลมล่ะรู้สึกชอบเอามาก ๆ เลยกับความรู้สึกกระวนกระวายใจที่อีกฝ่ายมันแสดงออกมาให้เห็น
(ทุกอย่างเรียบร้อยดีใช่ไหมครับคุณลม) เจอาพูดถามเขาทางโทรศัพท์มือถือ ตอนนี้ลมกลับมาที่คอนโดของตัวเองแล้ว เขานั่งนิ่งดื่มไวน์อย่างสบายใจพลางคิดถึงแผนต่อไปสำหรับการแก้แค้น
“เรียบร้อยดี พวกมันคงยังไม่เอะใจอะไรในตัวผม ต้องยกความดีความชอบให้ลมตัวปลอมเลยนะ เขาเป็นผมได้อย่างแนบเนียนเอามาก ๆ” ค่ำคืนราตรีของวิวเมืองกรุงมันก็สวยเหมือนกัน เขามองมันได้อย่างสบายใจพร้อมกับดื่มไวน์ไปด้วย ไม่มีอะไรที่สมบูรณ์มากขนาดนี้อีกแล้ว
(จุดจบของเรื่องนี้มันจะเป็นยังไงครับคุณลม) เจอาถามขึ้นเพราะความไม่รู้ เขาเป็นห่วงลม เขากลัวว่าอีกคนจะทำอะไรที่เสี่ยงตัวเองเอามาก ๆ แผนการทุกอย่างที่ลมคิดจะทำเขาก็ไม่เคยที่จะบอกเจอาเลยสักครั้งเหมือนกันถ้าไม่จำเป็นว่าต้องให้ช่วยอะไร
“นั่นสิ ผมเองก็ยังไม่ได้เขียนเอาไว้เลย” ทั้งที่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นแต่เขากลับเลื่อนที่จะไม่พูดบอก เจอารู้อยู่ก่อนแล้วว่าคำถามเมื่อกี้ยังไงตัวเองก็ไม่ได้คำตอบแน่
(ระวังตัวด้วยนะครับ ถ้ามีอะไรให้ผมช่วย บอกผมได้เลย)
“พรุ่งนี้เช้าตรู่ ผมจะบินอีกครั้ง ฝากคุณดูแลเรื่องบริษัทแทนผมด้วยแล้วกัน” เจอารับปากคำเขา เขาจะดูแลทุกอย่างให้ เพราะยังไงหน้าที่ของเขาคือทำตามทุกอย่างที่ลมต้องการอยู่แล้ว
ทั้งคู่วางสายกันไปให้ลมได้เสพสุขจากบรรยากาศยามค่ำคืนต่อ จะว่าไปวิวที่ระเบียงของเขามันก็วิเศษเอามาก ๆ เหมือนกัน อยู่มาไม่รู้กี่ปี ไม่เคยได้มานั่งอยู่ตรงนี้เลยจนกระทั่ง
‘พี่ลมครับ วิวตรงนี้มันดีสุด ๆ ไปเลย หนูชอบมันจัง’ ร่างเล็กของตะวันอ้าแขนรับลมเย็นจากระเบียงในวันแรกที่ตนได้มาที่คอนโดของคนรักอย่างลมเป็นครั้งแรก
‘จริงด้วยสิ’ ร่างสูงของลมที่เดินออกมาจากห้องนอนพูดอย่างเห็นด้วย ปกติเขาจะมายืนตรงนี้เฉพาะสูบบุหรี่เท่านั้นเลยไม่ค่อยได้สนใจวิวพวกนี้เท่าไหร่ ท่าทีร่าเริงเกินไปของตะวันเขาจ้องมองมันทั้งหมด ช่วงนั้นเป็นช่วงแรก ๆ เลยด้วยซ้ำที่พวกเขาตัดสินใจคบกัน
‘ถ้าเกิดว่าป๊าอนุญาตให้หนูอยู่คอนโด หนูจะมาซื้อห้องอยู่ข้าง ๆ พี่ลมเลย เวลาแบบนี้ก็จะออกมายืนตรงนี้ทุก ๆ วัน’ มันมืดมากพอที่ดวงไฟเกือบทุกดวงในเมืองเปิดพร้อมกัน มองรวม ๆ จากที่สูงมันแทบไม่ต่างอะไรไปจากดาวแล้วพวกเขาเป็นเทวดาที่มองลงมา
‘ทำอะไร’ ลมถามตะวันที่อ้าแขนรับเอาอะไรสักอย่างอยู่พร้อมกับเปลือกตาสวยที่หลับพริ้ม เขามองมันอย่างน่าหลงใหลแต่ก็ต้องดึงสติของตัวเองกลับมาก่อนเพราะตอนนั้นตะวันก็เป็นคนที่เขาตั้งใจเกลียดมากคนหนึ่งเหมือนกัน
‘ก็ทำแบบนี้แล้วกับลมเย็น ๆ เหมือนกำลังโดนพี่ลมกอดอยู่รอบทิศเลย’ เขานิ่งไป สีหน้าของเขามันก็เปลี่ยน เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าลมควรจะดึงอีกคนเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือเปล่า
“เธอผิดที่เธอโง่” เพราะตะวันเป็นจุดอ่อนที่สุดของครอบครัวนี้ ตะวันเป็นคนที่เขาจะใช้เป็นสะพานในการแก้แค้นได้มากที่สุด แล้วอีกคนดันโง่เดินตามแผนของเขาเอง ลมถอนหายใจทิ้งก่อนยกแก้วไวน์ในแก้วขึ้นดื่มรอบสุดท้ายจนหมด ได้เวลาพักผ่อนของเขาแล้ว
-เช้าของวันใหม่-
ลมมาถึงที่พักของตะวันแล้ว เขาออกเดินทางมาตั้งแต่ยังไม่เช้าดี เดินทางมาที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอะไรขนาดนั้นเพราะคนของอีกฝ่ายมันยังไม่เลิกตามตัวเขา ถ้าเกิดจังหวะออกมาได้ไม่ดีคนของมันก็จะจับได้เอาเปล่า ๆ
“........” ลมนั่งนิ่งจ้องมองใบหน้าเรียวสวยของตะวันที่เต็มไปด้วยรอยช้ำ เมื่อวานก่อน เขาขาดสติมากกว่าไปพลั้งมือตบเข้าที่หน้าของอีกคนอย่างแรง ต่อให้ทำแผลไปแล้วแต่รอยช้ำมันก็ยังไม่หายไปง่าย ๆ อยู่ดี ทุกวันนี้ตะวันก็คงจะเกลียดขี้หน้าของเขาไปเต็มร้อยแล้ว
มือหนายกขึ้นลูบไล้ไปตามความเรียวของใบหน้าสวยของคนตัวเล็กอย่างเบามือ บางทีก็รู้สึกใจร้ายเกินไปกับอีกคนแต่พอนึกถึงหน้าครอบครัวนั้นแล้วก็รู้สึกทำดีแล้ว ความรู้สึกของเขามันกำลังตีกันก็เพราะคนคนนี้
“หลังจากเรื่องนี้ ฉันจะชดใช้คืนให้เธอทุกอย่าง” เสียงนิ่งพูดบอกแต่ไม่ดังมากเพราะไม่อยากจะกวนให้ตะวันต้องตื่นมา เดาได้เลยว่าร่างบางคงนอนเกือบเช้าเพราะว่ามันเป็นแบบนั้นตลอด ถ้าไม่ง่วงนอนมากจนวูบตะวันก็ไม่ยอมนอนเลย เหมือนกับตอนกินข้าวนั่นแหละ ตอนนี้ก็เกือบจะเป็นแล้วล่ะโรคกระเพาะน่ะ
ร่างสูงของลมลุกขึ้นยืนก่อนเดินเข้าไปทางห้องน้ำเพื่อจัดการตัวเอง เขายังต้องการการนอนต่ออีกสักหน่อย เดินออกไปได้ไม่นานเปลือกตาสวยของคนที่นอนหลับอยู่ตอนแรกก็ลืมขึ้นช้า ๆ ภายในใจมันสั่นระริกเพราะกลัวอยู่ตลอดเวลาว่าลมจะฆ่าตัวเองระหว่างหลับหรือเปล่า แต่เขายังไม่ทำแบบนั้นแถมยังพูดอะไรก็ไม่รู้ออกมาอีก
“เขาจะทำอะไรของเขากันแน่” ตะวันยกมือเล็กขึ้นลูบทับรอยมือเก่าของลมที่ลูบลงมาเมื่อครู่ ตะวันได้เวลานอนคิดอยู่ตรงนั้นไม่นานก็ต้องรีบหลับตาลงไปอีกครั้งเพราะเสียงก้าวเดินของอีกฝ่ายมันดังขึ้นมาใกล้เรื่อย ๆ
ลมเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียง เขามองตะวันอีกรอบแล้วก้มลงห่มผ้าให้อีกฝ่าย ร่างบางได้แต่นอนนิ่งให้เขาได้ทำใจตัวเองก่อนสัมผัสชื้นจากอะไรสักอย่างจะประทับลงที่หน้าผากของตะวันแป๊บเดียวแล้วก็หายไป หัวใจกลางอกมันสั่นระริกยิ่งกว่าอะไร กลัวเหลือเกินว่าเขาจะได้ยินและจับได้ว่าตัวเองไม่ได้หลับลงไปจริง ๆ ร่างสูงของลมเดินอ้อมไปอีกทางของเตียงนอนใหญ่ ตะวันยังหลับตาไว้เหมือนเดิมรู้สึกได้แค่อีกคนที่กำลังจะนอนลงมาข้าง ๆ จากพื้นที่นอนที่มันสั่นยุบไป
“นอนต่อเถอะ ฉันคงจะเสียงดังไปสินะ” สิ้นเสียงพูดหัวใจของตะวันก็สั่นรัวมากขึ้นกว่าเดิม เขารู้ เขารู้ว่าตะวันยังไม่หลับ ภายในใจมันเริ่มกระวนกระวายใจไปหมดแล้ว แต่สำหรับลมแล้ว เขาเห็นตั้งแต่เมื่อกี้ว่าตะวันตื่นขึ้นมา แต่พอตัวเองเดินเข้ามาใกล้ก็ทำท่าจะหลับลงไปอีกรอบ ลมไม่ได้โง่
ทั้งคู่พยายามจะข่มตาให้หลับลงอีกครั้ง มันมีเรื่องหลายเรื่องให้ต้องคิดทบทวนทั้งตะวันและลมเองก็ด้วย ใช้เวลาไม่นานก่อนที่ทั้งคู่จะเข้าช่วงที่ลมหายใจมันสม่ำเสมอไปให้ได้เข้าสู่ห้วงนิทรา
