Chapter 15
ร่างบางของตะวันถูกโยนลงบนเตียงคิงไซซ์อย่างไร้ความปรานี ร่างสูงของลมเดินออกห่างไป ก่อนเดินเข้ามาในห้องใหม่พร้อมกับอุปกรณ์ถ่ายคลิปพร้อมขาตั้งกล้อง ดวงตากลมสั่นระริกฉ่ำไปด้วยน้ำตามองการกระทำด้วยความเจ็บปวด
“พร้อมหรือยัง” เสียงนิ่งเอ่ยถาม เขาตั้งกล้องสำหรับการนี้เรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงนักแสดงดีเด่นอย่างตะวันที่ยังนอนร้องไห้สะอึกสะอื้นสร้างความรำคาญใจต่อลมเป็นอย่างมาก
“ปล่อยหนูไปเถอะนะ ถ้าพี่มีอะไรที่คาใจเรื่องพ่อและแม่ของพี่ หนูจะบอกให้ป๊าเล่าให้ฟังทั้งหมดเลย”
“ฉันไม่มีเวลาไปนั่งฟังพวกนั้นพูดโกหกหรอกนะ สิ่งเดียวที่พวกมันจะต้องได้รับคือความเจ็บปวดที่เสียคนรักไปเหมือนกับฉันเมื่อห้าปีก่อนต่างหาก” เสียงอ้อนขอไร้ความหมาย ร่างเล็กถูกรั้งก้นงอนขึ้นโก่งหามาทางเขาที่ยืนอยู่ปลายเตียง
“ไม่นะพี่ลม ฮืออ ไม่เอานะ” ถึงแม้จะรู้ว่าพูดไปก็ไร้ประโยชน์ หัวใจของเขาตอนนี้มันด้านชายิ่งกว่าเดิมมาก ภายในใจมันเรียกร้องเพียงคำว่าแก้แค้นเท่านั้นจริง ๆ กางเกงขาสั้นที่ตะวันสวมถูกรั้งลงจากก้นก้อนสวยมาถึงช่วงเข่า ทั้งมือและเท้ายังไม่ถูกปล่อยออกให้เป็นอิสระแต่อย่างใด
“ทำไมตัวสั่นขนาดนั้นล่ะ” ลมพูดถามคนตัวเล็กบนเตียงแต่มีเพียงเสียงร้องไห้ตอบกลับออกมาเท่านั้นทำเอาเขายิ่งโมโหหนักเข้าไปใหญ่
“ฉันจะพยายามใจดีกับเธอ ถ้าไม่ดื้อกับฉัน ฉันก็จะไม่ทำอะไรให้เจ็บมาก” เหมือนจะเป็นเรื่องน่ายินดีแต่กับความรู้สึกของตะวันตอนนี้ไม่ได้ต้องการมันเลยสักนิด
“ไม่จำเป็น” เสียงเค้นพูดบอกจากร่างบาง ลมกระตุกยิ้มอย่างชอบใจ นั่นแหละคือสิ่งที่เขาต้องการจะได้ยินจริง ๆ ในเมื่อตะวันไม่ต้องการความหวังดีจากเขา งั้นเขาก็จะไม่ปรานีคนตัวเล็กอีกต่อไป
“อ้ะ! จะทำอะไร” ตะวันร้องขึ้นเสียงหลงเมื่อร่างสูงรั้งตัวของตนขึ้นนั่งทั้งท่อนล่างยังเปลือยเปล่า ลมกำลังคลายปมเชือกที่มัดไขว้หลังออกจากตะวันท่ามกลางความแปลกใจ แต่มันไม่ใช่อย่างที่คิดไปเสียทีเดียว ทันทีที่เชือกเส้นนั้นปลดออกได้สำเร็จร่างบางของตะวันก็ถูกลากขึ้นห้องเตียงในทันที
“โอ๊ยยย! ตะวันไม่ใช่สัตว์เลี้ยงของพี่นะ ถึงจะทำตะวันขนาดนี้ พี่ลม!” เขาไม่ฟังยังลากเอาร่างบางของตะวันขึ้นเหมือนเดิม มือหนาจัดการคล้องกุญแจมือที่ล็อกไว้กับเหล็กบนหัวเข้ากับข้อมือเล็กของตะวันเพียงระยะเวลาอันสั้น
จากการถูกมัดเมื่อกี้มันแทบไม่ต่างกันเลยด้วยซ้ำ จากหลังเป็นหน้า จากเชือกเป็นกุญแจมือ คนตัวเล็กเริ่มเข้าใจสถานการณ์ ลมตั้งใจทำให้ครอบครัวของตนนั้นเจ็บปวดโดยที่ใช้ตะวันเป็นเครื่องมือสร้างความเจ็บปวดในครั้งนี้
“อยากลองเป็นดูไหมล่ะสัตว์เลี้ยงน่ะ” ลมยังนิ่งกับทุกอย่างเหมือนเดิม เขาเดินลงจากเตียงไปขยับขาตั้งกล้องเข้ามาใกล้มากขึ้นก่อนเริ่มกดบันทึกมันอีกครั้ง ตะวันที่เห็นอย่างนั้นเลยพยายามมุดหนีกล้องของเขา อย่างน้อยก็ขอไม่ได้เห็นหน้าตัวเองก็พอ
“ทำบ้าอะไรแมวน้อย เงยหน้าขึ้น!”
“อึก! ปล่อยหนูนะ หนูเจ็บ” ใบหน้าเรียวสวยของตะวันเชิดขึ้นจากแรงดึงกลุ่มผมนุ่มของมือหนา ผมของตะวันถูกกระชากเข้าอย่างแรงจนหน้าโชว์หราต่อหน้ากล้องตามที่ลมต้องการ
“มองกล้องไว้ เวลาดูผลงานตัวเองจะได้พอใจกับมันมาก ๆ ไง” ลมพูดบอกข้างหูก่อนก้มพรมจูบซุกไซร้ตามลำคอยาวระหงของคนตัวเล็ก ตะวันหดคอหนีเขาอย่างนึกรังเกียจขึ้นมาเฉย ๆ
“อ้ะ!” แต่กลับโดยมือหนาของลมดึงผมแรงมากขึ้นกว่าเดิมให้ใบหน้าเรียวสวยเชิดขึ้นอีกครั้ง ความกว้างของพื้นที่ช่วงคอเปิดออกให้เขาได้ซุกไซร้ตามความต้องการของตัวเองอีกรอบ เนื้อตัวที่สั่นเทากับเสียงสะอื้นให้เป็นเหมือนกำไรความเขาเป็นนัย
กึด!
“กรี๊ดดดด อย่ากัดนะ!” เขี้ยวคมกัดฝังเอาต้นคออ่อนของตะวันอย่างกับหมาบ้าไม่ผิด ร่างบางยังพยายามดิ้นให้หลุดแต่ไม่ว่าจะดิ้นไปทางไหนร่างกายมันก็ยิ่งเจ็บไปด้วยมากเท่านั้น ความเจ็บปวดจากการกระทำของเขามันยังไม่สิ้นสุด นอกจากจะต้องเสียใจแล้วยังต้องมาเจ็บตัวกับผู้ชายคนนี้
“อื้ออ อ! อย่ามาจับหนู” ก้นงอนส่ายหนีมือหนาที่เลื่อนเข้าบีบเคล้นอย่างเมามือ ลมเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกครั้งกับความดื้อรั้นของอีกฝ่ายก่อนฝ่ามือจะฟาดลงกับแก้มก้นสวยของตะวันอย่างแรงจนขึ้นรอยแดงชัดเป็นรูปฝ่ามือ
เพี๊ยะ!
“ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าดื้อกับฉัน” การฟาดฝ่ามือเริ่มขึ้นเป็นรอบที่สองเมื่อตะวันยังไม่เลิกขยับบั้นท้ายหนีเขาไม่หยุด เสียงสะอื้นไห้ดังขึ้นหนักกว่าเดิมเพราะเขาตีก้นของคนตัวเล็กขึ้นแดงเต็มพื้นที่ไร้ผิวขาวอมชมพูก่อนหน้า
“ถ้าต้องทำตามพี่ หนูยอมตายดีกว่า! ฮืออ ออ”
“ฉันจะทำให้เธอขอร้องฉันเอง ใครมันจะไปกล้าขืนใจลูกรักของตระกูลมาเฟียใหญ่กัน” เป็นคำพูดที่ฟังดูเย้ยหยันที่สุดตั้งแต่ที่เคยได้ยินมา ลมปล่อยตะวันให้เป็นอิสระอยู่พักหนึ่งก่อนเอี้ยวตัวไปเอาเข็มฉีดยาที่เขาเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนที่ตะวันสลบอยู่
“นั่นมันอะไร! อย่านะ หนูไม่ฉีด” ตะวันดิ้นพล่านขึ้นหนีเขา
“จะหนีแต่ไม่หัดดูสภาพของตัวเองตอนนี้บ้างหรือไง ถ้าคิดว่าหนีฉันได้ก็เชิญ” เขามัดเอาสายยางรัดเหนือศอกของตะวันอย่างยากลำบากเพราะแรงขัดขืนของอีกคน แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสำหรับเขาอยู่แล้ว
“ไม่นะพี่ลม ขอร้อง ขอร้องนะ ไม่! ฮ ฮึกก ป๊าช่วยลูกด้วยย ฮือออ ไม่เอาแล้ว” คนตัวเล็กไม่รู้ว่ามันเป็นอะไรกันแน่ สารเสพติดหรือยาพิษ มันคืออะไรกันแน่ ลมรั้งแขนของตะวันให้ยืดออกเพื่อตนจะได้ฉีดยาในหลอดนั้นให้
ใช้เวลาไม่นานถึงแม้ว่าจะมีแรงขัดขืนของอีกคนก็ตาม เขาโยนสลิงยานั้นลงพื้นไร้การสนใจเพราะสิ่งที่ต้องการฉีดมันเข้าไปอยู่ในสายเลือดของตะวันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตะวันร่ำไห้ไม่หยุดเพราะก็ไม่รู้ว่าชะตาชีวิตของตัวเองจะออกไปทางไหนกันแน่
“กลัวเหรอ? แค่นี้กลัวเหรอ?” ลมถามย้ำซ้ำ ๆ ถึงสองรอบด้วยสีหน้าดุนิ่งและเสียงนิ่งตามสิ่งที่ตัวเป็น ต้นน้ำร้องไห้พลางมองหน้าของเขาด้วยสายตาผิดหวัง
“ที่ฉีดเข้าไปมันเป็นแค่ยาปลุกเท่านั้นล่ะ แต่ที่ไม่เอาให้กินเพราะว่ามันจะไม่รุนแรงเท่าฉีดเข้าเส้นเลือดโดยตรงยังไงล่ะ” ลมหมายความตามที่พูด ตะวันกลับมองเขาด้วยสายตาโกรธเคืองมากกว่าเดิม เขาจะไม่ขืนใจอีกคนแต่จะให้ร่างบางเป็นคนขอร้องให้เขาทำทุกอย่างเอง เป็นเรื่องที่ดูฉลาดมากสำหรับคนเลวอย่างเขา
แคว๊กกก!!
“อึก!” เสื้อยืดบางเพียงตัวเดียวที่เหลืออยู่ถูกมือหนาของลมฉีกมันออกกระจัดกระจายไม่เป็นชิ้นจนคนตัวเล็กเปลือยเปล่าทั้งเรือนร่าง ตะวันถูกปล่อยให้เป็นอิสระรอให้ฤทธิ์ของยาที่เข้าสู่ร่างหายเริ่มทำหน้าที่ของมัน
“เธอควรดีใจนะที่เรากำลังจะได้กันอีกครั้ง แต่รอบนี้ต้องใช้ไหมถุงยาง?” ตะวันเบิกตากลมกว้างเมื่อเขาพูดเรื่องไร้สาระแบบนั้นออกมา ลมรู้ว่าตะวันไม่เหมือนผู้ชายทั่วไปถ้าตั้งใจจะทำให้อีกคนท้องมันก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
“อย่าให้เด็กต้องเกิดมาถ้าไร้ความรัก” ตะวันเค้นเสียงพูดบอกระหว่างที่ลมกำลังเริ่มจัดการเสื้อผ้าของตัวเองบ้างแล้ว เข็มขัดเส้นแพงมัดเข้ารอบมือหนาของลมอย่างใจเย็นแต่สายตาคู่สวยกลับปรายมองแต่ท่อนเนื้อใหญ่ที่ยังไม่พองตัวดีของเขาอย่างบังคับตัวเองไม่ได้
“ฮึก!” ร่างบางเริ่มร้อนรุ่มจากสิ่งที่ฉีดเข้าไปก่อนหน้า
“เริ่มแล้วเหรอ เร็วกว่าที่คิดอยู่เหมือนกัน” เขาฉีกยิ้มเย้ยขึ้นกับท่าทางน่าสมเพชของตะวัน ร่างบางบิดเร่ากับความเสียวส่านกลางกาย ตะวันน้อยเริ่มพองโตขึ้นทั้งที่ไม่ได้มีอารมณ์อะไรเลยด้วยซ้ำ โชคดีที่วันนี้ไม่ใช่วันรัทของลม ไม่อย่างนั้นเจ้าคนตัวเล็กตรงหน้าคงเละเป็นโจ๊กที่กล้าแสดงท่าทีแบบนี้ออกมาให้เขาเห็น
“จะไม่มีวัน อื้ออ อึก” ตะวันกัดเม้มริมฝีปากของตัวเองแน่นเพราะเผลอหลุดครางเสียงหลงออกมา ร่างบางไม่ได้มีอารมณ์แต่กลับอยากโดนเอาเต็มที่เพราะฤทธิ์ยาล้วน ๆ
“อยากโดนฉันเอาหรือยัง” เสียงนิ่งเย็นยะเยือกพูดถามทั้งสายตาคมยังจ้องมองเรือนร่างขาวไม่ละสายตา แกนกายใหญ่ของเขาเริ่มแข็งขืนเพียงเพราะท่าทรมานของอีกฝ่าย
เพี๊ยะ!
“อร๊ากกกก!!!” สายเข็มขัดที่มัดรอบมากับมือหนาปล่อยคลายขึ้นก่อนฟาดลงกับก้นก้อนกลมทั้งสองข้างทีเดียวอย่างแรงสร้างความเจ็บแสบอีกผู้ถูกกระทำได้อย่างทรมาน
“สีหน้าเธอดูชอบมันดีนะ” เป็นอย่างที่เขาว่า ถึงแม้ว่าตะวันจะถูกเข็มขัดเส้นหนาของเขาฟาดแต่สีหน้าของอีกคนกลับดูพึงพอใจมันมากกว่า ก็จะไม่ให้เป็นแบบนั้นได้ยังไงก็ยาที่ฉีดเข้าไปมันบังคับให้เป็น อีกคนจะชอบกับความทรมานทุกอย่างที่เขามอบให้ ถึงแม้ว่าร่างกายจะเจ็บเจียนตายก็ตาม
“ชะ..ช่วยฟาดลงไปอีกที หนูชะ..ชอบมากกเลย อื้ออ อ!” ไม่เข้าใจว่าปากมันพูดอะไรออกไป ตะวันเริ่มบังคับตัวเองไม่ได้มากขึ้น คนตัวเล็กเป็นอย่างที่ลมพูดบอกก่อนหน้าจริง ๆ ไม่มีผิดเพี้ยน
“ได้สิ”
เพี๊ยะ!
“กรี๊ดดดดด! พี่ลมมม อ๊า” ลมจัดให้ตามคำขอ เขาฟาดสายเข็มขัดลงเน้น ๆ กับก้นอีกข้างอย่างแรงจนขึ้นรอยแดงเข้มรูปกากบาทให้เห็น ความเสียวซ่านมันเพิ่มขึ้นพร้อมกับความเจ็บที่ได้รับอย่างอดไม่ได้ที่ตะวันจะสมเพชตัวเองบ้าง
ลมฟาดเข็มขัดเส้นเดิมลงกับแผ่นหลังบางของตะวันอีกรอบและอีกรอบติด จากแผ่นหลังขาว ๆ กลับกลายเป็นพื้นที่ระบายอารมณ์ของร่างสูงแทน ตะวันทรุดตัวลงเพราะความเจ็บที่ตนได้รับจากการกระทำของเขา แต่ปากบางกลับยังขอร้องให้เขามันแบบนั้นอีกเรื่อย ๆ
“เธอน่าจะพร้อมเต็มที่แล้วนะ” ลมก้มมองตัวตนของตะวันที่แข็งขืนเต็มที่พร้อมกับส่วนปลายที่ปล่อยน้ำเยิ้มจนเลอะผ้าปูที่นอนที่ตัวตนเล็กถูไถไปมา ตะวันพยักหน้า ร่างบางไม่มีแรงแม้แต่จะยกตัวขึ้นคลาน บาดแผลทั่วร่างกายมันทำเอาเจ็บจวนจะตายได้แต่ภายในใจกลับหลงใหลมันเอามาก ๆ ถ้าไม่มีฤทธิ์ยานี่ตะวันอาจจะต้องตายไปแล้วจริง ๆ ก็ได้
