Chapter 14
ร่างบางพยายามเดินถอยหลังหนีการก้าวเข้าใกล้ของลม สีหน้านิ่งของเขามันทำตะวันกลัวมากขึ้น เขาเปลี่ยนไปอย่างกับคนละคนที่ตะวันรู้จัก สายตานั้นมันเย็นยะเยือกเกินต้านไหว
“หนูกลัวอะไรพี่เหรอ ทำไมถึงเดินหนีพี่แบบนั้นล่ะ” ถึงจะบอกแบบนั้นแต่ตะวันก็ยังไม่เดินถอยหลังหนีเขาอยู่ดี คนตัวเล็กสะดุ้งขึ้นเมื่อทางเดินด้านหลังมันสุดทางโต๊ะทำงานแล้ว เขาหนีไปทางไหนไม่ได้แล้ว
“พี่ลมอย่าทำอะไรหนูเลยนะ” ตะวันพูดบอกทั้งน้ำเสียงสั่นเทาเพราะความกังวลอยู่เต็มใจ สีหน้าของลมตอนนี้มันไม่หลงเหลือพี่ลมที่แสนดีของตนอยู่เลยแม้แต่นิด
“พี่จะทำอะไรหนูได้ยังไง ลืมไปแล้วเหรอว่าเราเป็นแฟนกันนะ” ลมเดินเข้ามาใกล้ร่างบางของคนรักที่ยืนเนื้อตัวสั่นระริกให้เห็น มันนึกสมเพชมากกว่า ไม่คิดว่าทุกอย่างที่คิดมันจะลงตัวได้มากขนาดนี้
“พะ..พี่ลม...” ร่างสูงเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าตะวันก่อนมือหนาจะยกขึ้นลูบแก้มนุ่มของคนตัวเล็กอย่างใจเย็น ตะวันยังสั่นเทากับการกระทำของเขาอย่างห้ามไม่ได้ เขาดูน่ากลัวจนอธิบายเป็นคำพูดไม่ถูก
“สั่นเป็นลูกหมาเลย โธ่” มือหนาของลมเลื่อยลงต่ำจากแก้มมาที่ต้นแขนเรียวของตะวันแล้ว คนตัวเล็กอยู่ในสถานการณ์อย่างอึดอัดใจพลางคิดหาวิธีที่จะหลุดออกจากเขาให้ได้ก่อน แต่จะต้องทำยังไงดี
‘ปืน’ แต่รังจะใช้ปืนขู่เขาแต่ปืนที่พกมาดันอยู่ในกระเป๋าสะพายตรงโซฟาเสียได้ จะทำยังไงดีเมื่อวิธีเดียวเพื่อออกไปเอาปืนมันมีแค่การวิ่งเลี่ยงไปอย่างเดียว
พรึ่บ!
ตะวันปัดมือหนาจากการลูบไล้ต้นแขนของตัวเองออกก่อนเบี่ยงตัววิ่งเพื่อออกไปนอกห้องนี้ให้ได้ก่อน แค่นี้เขาอาจจะได้มีโอกาสมากขึ้นในการหยิบปืนขึ้นมาจ่ออีกคน ขาเรียวออกก้าวสุดแรงกำลังที่มีแต่มันกลับเป็นการกระทำที่สิ้นคิดที่สุดสำหรับลม เพียงแค่เขาหันตัวกลับไปคว้าเอาตัวของตะวันไว้ ร่างบางก็วิ่งหนีไปไหนไม่ได้อีก
“พี่ลม! ปล่อยหนูไปเถอะนะ อย่างน้อยเราก็เป็นแฟนกัน ฮืออ อ” พูดไปมันก็ทำเอาน้ำตาไหลไปด้วย ผมพยายามไม่คิดว่าการเข้าหาผมของเขามันไม่ใช่การแก้แค้น
“เป็นแฟนกันแล้วเธอวิ่งหนีฉันทำไม” เสียงนิ่งที่เอ่ยมาพร้อมกับสรรพนามใหม่ระหว่างพวกเขาสองคนเพียงช่วงเวลาไม่กี่นาที เขาเปลี่ยนไปได้มากขนาดนี้เพราะอะไร
“ที่ผ่านมา พี่ไม่เคยรักหนูจริง ๆ เหรอ พี่เข้ามาเพื่อเรื่องนี้จริง ๆ เหรอ ฮ ฮึกก พี่ลม” ตะวันร้องไห้หนักขึ้นมากกว่าเดิมจวนจะขาดใจ คนที่เขาพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้มีลมในชีวิต คนที่ครอบครัวเตือนวันนั้นเป็นคนเลว เขาเพียงเข้ามาหวังผลประโยชน์จากตัวเองเท่านั้นจริง ๆ
“ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา ฉันเคยบอกรักเธอเหรอ? คิดดี ๆ สิ” มันไม่เคยมีความรักระหว่างลมที่มอบให้ตะวันเลยจริง ๆ สินะ ตะวันหมดแรงจะดิ้นพล่านในอ้อมแขนแกร่งของเขาแล้ว มันเสียกำลังใจไปหมดกับสิ่งที่ได้ยิน
“อุ้บ! อื้อออ!! พี่ลม.....” ร้องไห้หนักมากขึ้นจนหมดเสียงก่อนดิ้นพล่านขึ้นมาอีกครั้งเมื่อมือหนาของว่างของลมยกผ้าผืนเล็กป้ายยาสลบขึ้นปิดจมูกของตะวัน ร่างบางดิ้นหวังเอาตัวรอดทั้งน้ำตายังนองไหลเต็มแก้มพวงใสทั้งสองข้าง
นับเวลาถอยหลังไปไม่ถึงห้าร่างบางในแขนแกร่งก็แน่นิ่งไปในที่สุด ตะวันยังไม่ฟุบลงไปกองกับพื้นเสียทีเดียวเพราะได้แขนแกร่งของลมรั้งเอาตัวไว้ก่อน เขายกมือหนาจับเอาใบหน้าเรียวสวยของตะวันหันมามองชัด ๆ
เป็นครั้งแรกหรือเปล่าที่เขาได้เห็นน้ำตาของตะวันที่เยอะมากขนาดนี้ นิ้วเรียวยาวเกลี่ยเอาคาบน้ำตาบนใบหน้าของคนตัวเล็กออกให้ จะว่าไปใบหน้านี้ก็เหมาะดีกับคราบน้ำตาที่ไม่แห้งหาย
ตะวัน :
เปลือกตามันหนักอึ้งยากมากที่จะลืมขึ้นแบบเต็ม ๆ ในทีเดียว ผมหรี่ตาสู้แสงแดดอ่อนที่ส่องลอดเข้ามากระทบ จำได้ว่าล่าสุดพยายามจะหนีออกมาจากห้องนั้นแต่กลับโดนโป๊ะยาสลบจนวูบไป
“..........” สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้คงมีแค่ลืมตาขึ้นมองห้องกว้างแปลกตานี้ในแนวนอน ที่นี่ที่ไหน ผมไม่คุ้นตาเอาเสียเลย แม้แต่การขยับร่างกายยังเป็นเรื่องที่ยากเลยสำหรับตอนนี้
“ตื่นแล้วเหรอ?” เสียงนิ่งของพี่ลมที่ถึงแม้ว่าจะยังมึนจากฤทธิ์ยาสลบอยู่ก็จำเสียงของเขาได้ดี คนทรยศต่อความรู้สึกของผมคนนั้นน่ะ ร่างสูงในชุดเชิ้ตดำที่เปลี่ยนไปจากเดิมเดินลากเอาเก้าอี้เข้ามานั่งอยู่ตรงหน้า ภาพตรงหน้ามันเลือนหายมากเหมือนว่าผมกำลังจะวูบลงไปอีกครั้ง
“ที่นี่ที่ไหน~” การเปล่งเสียงพูดทำไมมันถึงยากขนาดนี้นะ ทิ้งช่วงไปสักพักก็พอจะรู้สาเหตุที่ผมขยับไม่ได้แล้ว ผมถูกมัดแขนไขว้หลังอยู่นี่เอง
“จะรู้ไปทำไม ชอบไม่ใช่เหรอการอยู่กับฉันสองคน ฉันสานฝันให้เลยนะรู้ไหม? อย่าว่าใครจะหาเจอเลย ต่อให้ป๊าเธอมันจะใหญ่คับโลกมาจากไหนก็หาไม่เจอแน่นอน” ผมเพิ่งรู้ว่าในห้องนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคน มีใครไม่รู้ที่กำลังจะพยุงตัวของผมให้ลุกขึ้นนั่งประชันหน้ากับเขา
“คุณเอายาชนิดแรงเกินไปหรือเปล่าเจอา เด็กนี่ถึงยังดูมึนมากขนาดนี้” เจอาเหรอ เขาหมายถึงคุณอาเจอาของเขาหรือเปล่า ร่างหมดสภาพของผมถูกพยุงขึ้นจากพื้นห้องเพื่อนั่งตรงพิงกับอะไรไม่รู้ก่อนร่างสูงของเจอาที่เขาพูดด้วยจะเดินมาตรงหน้าให้ผมได้เห็น
“ไม่น่าใช่นะครับ แต่ร่างกายของคุณตะวันน่าจะอ่อนแอมากกว่า” คนที่เขาบอกว่าเป็นอาพูดบอกพร้อมกับมือที่ประสานกันอยู่ตรงหน้า นี่ผมถูกเขาหลอกเรื่องอะไรบ้าง เขามันสุดเกินไปสำหรับคำว่าเลวแล้วล่ะ
“ขอบคุณคุณมากนะเรื่องบ้านหลังใหม่ ผมฝากงานที่บริษัทก่อนแล้วกันช่วงนี้” คู่สนทนาของเขาก้มโค้งอย่างรับคำสั่งท่ามกลางสายตานิ่งคมของพี่ลมที่ก้มมามองผมไร้ความหมาย
“ไม่มีทาง ยังไงป๊าก็ต้องตามหาตัวหนูเจอ” ผมที่พยายามเรียกคืนสติของตัวเองก็จำประโยคของเขาก่อนหน้าได้ประโยคหนึ่ง ที่บอกว่าป๊าจะไม่มีวันหาผมเจอได้เหมือนกัน ไม่จริง ไม่ช้าเกินรอป๊าจะต้องหาเราเจอแน่ ๆ
“ลองดูสิ น่าสนุกดีเหมือนกัน”
“จะบอกอะไรให้นะว่าของบนตัวทุกชิ้นมันมีจีพีเอสทั้งหมดเลย แค่เปิดดูก็รู้แล้วว่าหนูอยู่ที่ไหน” เป็นแบบนั้นจริง ๆ ทั้งผมและพี่ซันต่างมีเหมือนกันเพื่อความปลอดภัยของทายาทมาเฟียรุ่นล่าสุด ป๊าเป็นคนรอบคอบแบบนี้เสมอ
“งั้นคงได้ตามไกลหน่อยนะ เพราะของเธอทุกชิ้นที่พกมาด้วย ฉันให้เจอาส่งมันไปอเมริกาหมดแล้ว ลืมตากว้าง ๆ มองสภาพตัวเองสิ” อะไรกัน!
“อื้อ! ไม่นะ” มือหนาจับคอผมหันไปมองกระจกบานใหญ่ที่อยู่ข้างผนังห้องที่ผมนั่งอยู่ตรงข้ามมันพอดี เสื้อผ้าของผมมันไม่เหมือนเดิม ที่ใส่อยู่มีแค่เสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขาสั้นเท่านั้นเลย เขารู้ได้ยังไงว่าต้องจัดการของบนตัวของผมเสียก่อนจะพาตัวมาที่นี่
“ที่บอกว่าไม่เคยรักหนูเลยน่ะ มันจริง ๆ เหรอ?” ผมหันกลับมานั่งก้มหน้าก้มตาอย่างหมดแรง แต่ก็ก้มอยู่ไม่ได้นานใบหน้าก็ถูกมือหนาของพี่ลมรั้งขึ้นเงยสบตากับเขาอีกแล้ว เขาจะรู้บ้างไหมว่าสายตาของผมตอนนี้ที่มองเขามันมีแต่ความเจ็บปวด
“เลิกถามเรื่องไร้สาระแบบนั้นซะที เอาเวลามาช่วยฉันดีกว่า”
“อะไร” เจ้าของมือหนายอมปล่อยมือออกจากใบหน้าของผมก่อนหยิบเอารีโมทที่วางอยู่บนที่นอนใหญ่ข้าง ๆ ขึ้นมาจ่อเปิดโทรทัศน์จอไม่ใหญ่และไม่เล็กมากตรงปลายเตียง
“ช่วยคิดหน่อยว่าหน้าฉันมันหล่อพอที่จะส่งคลิปนี้ให้ที่บ้านของเธอใจสลายเล่นหรือยัง?” ผมกำมือตัวเองแน่นเมื่อภาพหน้าจอที่ขึ้นฉายเป็นวิดีโอการร่วมรักครั้งแรกของเราทั้งคู่ เขาแอบถ่ายงั้นเหรอ ถึงว่าตรงนั้นเลยเป็นมุมเดียวที่เราสามารถมีอะไรกันได้เพื่อให้กล้องถ่ายชัด ๆ ใช่ไหม
“พี่มันเลว! หนูไม่น่าไปหลงเชื่อคนเลว ๆ แบบนี้เลย ป๊าพูดถูกว่าพี่มันเลวที่สุด!”
“นี่เธอโมโหฉันเพราะว่าคลิปออกมาไม่ดีหรือเปล่า?” เสียงนิ่งเย็นชาแบบนี้มันทำให้ผมยิ่งเจ็บใจเข้าไปใหญ่ ดวงตากลมเอ่อร้อนพร้อมกับร่างบางที่สั่นเทาเพราะความโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
“โอเค ไม่ชอบก็บอกดี ๆ สิ ไม่เห็นต้องมองหน้าพี่อย่างนี้เลย” มือหนาของพี่ลมยื่นมาจับเอาคางมนของผม ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงเขินมากกับสิ่งที่เขาทำ แต่รอบนี้มันน่ารังเกียจที่สุดเลย ผมเบี่ยงหน้าหนีมือหนาเขาในทันทีไม่ให้อีกคนได้จับมัน
น้ำตาแห่งความเสียใจมันไหลกองมารวมกันก่อนไหลลงมาเป็นทางระบายความรู้สึกที่มี ผมพยายามกลั้นแล้วแต่ว่ามันไม่ไหวจริง ๆ โกรธตัวเองที่น่าจะเชื่อป๊าตั้งแต่แรก ทำไมถึงได้หลงเขาหัวปักหัวปำขนาดนี้ตะวัน
“หนูเกลียดพี่”
“แน่ใจเหรอ ที่พูดออกมาถามใจตัวเองดีแล้วใช่ไหม” ได้ยินแบบนั้นน้ำตาก็ยิ่งไหลมามากขึ้นกว่าเดิม เขารู้ว่าผมรักเขาแค่ไหนเจ้าตัวเลยกล้าถามแบบนั้นออกมา
“คลิปของเรามันทำให้เธอร้องไห้ขนาดนี้เลยเหรอ ไม่ชอบก็บอกได้เพราะต่อไปคงมีอีกหลายคลิปเลยที่จะให้เธอเลือก”
“จะทำบ้าอะไร ฮืออ อ ปล่อย!” พี่ลมลุกขึ้นยืนเต็มความสูงจากเก้าอี้ตัวที่นั่งอยู่ก่อนดึงรั้งต้นแขนเรียวของผมที่นั่งกองอยู่กับพื้นขึ้นเหวี่ยงร่างลงบนเตียงอย่างแรง ทั้งเท้าและมือที่ถูกมัดไว้มันยากมากที่จะขัดขืนอะไรเขา โชคดีที่เตียงไซซ์ใหญ่นี่มันนุ่มมากพอที่ถูกโยนลงมาแล้วไม่จุก
“วันนี้ถ่ายเพิ่มอีกสักคลิปหนึ่งแล้วกัน เผื่อว่าเธอจะชอบมันมากกว่าคลิปที่เปิดให้ดู”
