บทที่ 5 เผชิญหน้ากับความผิด
"ครับ แต่มีข้อแม้อย่างหนึ่ง" ดวงตาคู่นั้นเบิกโตขึ้นเมื่อพบว่าชายร่างเล็กมีความกล้าขึ้นที่จะตั้งข้อแลกเปลี่ยนกับตน
"ได้! ว่ามา" ชายหนุ่มยืนขึ้นมือนั้นกอดอก ดวงตาจ้องมองด้วยความสงสัย
"ไม่ว่าความจริงจะเป็นอย่างไร ผมถือว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับผมในที่แห่งนี้ คือการชดใช้หนี้ชีวิตให้น้องชายคุณแล้ว"แววตาที่จริงจังทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูงขึ้น
" ฮึ! ที่จริงนายสมควรตายตามน้องฉันไปมากกว่าแต่มันง่ายเกินไป ไม่สู้ทรมานเหมือนตายทั้งเป็น นายว่าจริงไหม"
" อึก!"น้ำเสียงเฉยชาแฝงไปด้วยความเกลียดชัง ทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บปวดได้
"จริง ผมจะถือว่าคุณตกลง ต่อไปนี้ผมคือจำเลยของคุณ ชดใช้กรรมจนกว่าคุณจะพอใจ" เขาขบกรามแน่น เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรับรู้ถึงความอ่อนแอของตนเอง
" ตกลง!"ดวงคมเพ่งมองดวงตาไร้เดียงสาของเขา
"..."
ชายหนุ่มเดินจากไปด้วยสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเศร้าหมองลงอย่างเห็นได้ เขารู้สึกได้ว่าทุกอย่างกำลังจะเปลี่ยนไป แม้กระทั่งความรู้สึกของตนเอง
เช้าอันสดใส แสงแดดอุ่นๆ ทำให้ใครคนหนึ่งมีความสุขมากขึ้น เมื่อได้ออกมาทำงานมันย่อมดีกว่าการอยู่แต่ในห้องใต้หลังคาทั้งวันทั้งคืนเสียอีก ดวงตาใสกวาดมองไปรอบ ๆ ไร่องุ่นที่เรียงรายได้อย่างงดงาม เขาเผยยิ้มกว้างออกมาอย่างปลื้มปีติไม่เคยคิดเลยว่า คนใจร้ายคนนั้นจะดูแลเอาใจใส่ไร่องุ่นได้ดีถึงเพียงนี้
"สวัสดีครับ ฝากเนื้อฝากตัวนะครับ" น้ำเสียงดูจริงใจเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม ทว่าคนงานทุกคนต่างแสดงสีหน้าบูดบึ้งอย่างไม่พอใจ
"ชั่วจริงๆ" หญิงสาววัยกลางคนเอ่ยขึ้น
"ฆ่าคนแล้วยังจะมาลอยหน้าลอยตาอยู่ที่นี่อีก"คนงานอีกคนเสริม
" คนชั่วๆ ก็แบบนี้ป้า" เสียงซุบซิบดังขึ้นเหมือนจงใจให้เขาได้ยิน
พลึบ!
ปุ๋ยอุจจาระสัตว์กระทบใบหน้าเรียวอย่างจังด้วยแรงปาของคนงานคนแล้วคนเหล่าเนื้อตัวของชายหนุ่มเลอะเปื้อนไปด้วยสิ่งปฏิกูล ภีมทำได้เพียงใช้มือบ่ายป้องกันตนเอง
"ฮ่าฮ่าฮ่า ไอ้ขี้หมา" เสียงหัวเราะของทุกคนดังขึ้นท่ามกลางแววตานิ่งของใครคนหนึ่งที่เผยยิ้มออกมาอย่างพอใจสร้างแผนการกลั่นแกล้งขึ้นมาเพียงหวังว่าเขาผู้นั้นเปิดเผยธาตุแท้ของตนแต่ถึงอย่างนั้นเขาแทบไม่แสดงอาการขุ่นเคืองใจแต่อย่างไรนอกจากยืนนิ่งด้วยความอดทน ชายหนุ่มรู้ดีว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันช่างน้อยนิดหากเทียบกับการสูญเสียคนผู้เป็นที่รักไป
~ซ่า~
น้ำเสียถูกสาดเข้าหาชายหนุ่มคราวแล้วคราวเหล่าแต่กระนั้นเขาทำได้แต่เพียงยอมรับมันเพราะรู้ดีว่าย่อมเป็นแผนการของควินต์เพื่อรักษาข้อตกลงร่วมกัน ชายหนุ่มเลือกที่จะนิ่งเฉยและยินดีรับทุกผลการกระทำอย่างน้อยคงไถ่โทษในสิ่งที่ตนทำไว้แม้ไม่ใช่คนลงมือทว่าเขาคือผู้ที่ชักนำให้ทั้งคู่มาเจอกัน หากย้อนเวลากลับได้เขาจะไม่มีวันให้เกิดเรื่องเช่นนี้ ทุกอย่างมันเป็นความผิดของผมเองสมควรแล้วที่ถูกจงเกลียดจงชังเช่นนี้ เขามโนภายในใจ
"หน้าด้าน! หน้าทนดีนะเรา" หญิงสาวชาวบ้านคนหนึ่งเอ่ยขึ้น
"ถ้ามันไม่ด้านจะชนคนตายแล้วหนีรึไง คำว่าอั้ยชั่วยังน้อยไปกับคนแบบมัน ตายไปนรกคงไม่รับวิญญาณมันหรอก อั้ยคนแบบนีน่ะ!!" เสียงซาบแช่งของชาวบ้านทิ่มแทงใจเขาจนแทบจะยืนไม่ไหว นาทีนี่จะมีใครเข้ามาปกป้องตนได้หรือไม่เพราะมันรับไม่ไหวแล้วจริงๆ คำด่าทอของคนงานยังคงดั่งก้องไปรอบๆ ตัวเขามันแสบแก้วหูปวดหูจนแทบจะระเบิดออกมาเสียให้ได้
"หึ ปล่อยให้โดนซะบ้าง?" ชายร่างสูงเอ่ยขึ้นทว่าดวงตาไม่อาจละจากเขาไปได้เลย ความรู้สึกร้อนรุ่มมันอัดอั้นภายในหัวใจจนยากจะหาคำอธิบายได้ว่าเหตุใดถึงเป็นอย่างนี้
คนงานคนหนึ่งไม่พอใจในท่าทีของเขาด้วยอารมณ์ร้อนจึงคว้าไม้ใกล้ตัว ก่อนจะยกไม้ขึ้นสูง ชายร่างสูงหลับตาลงยืนนิ่งเป็นหินถอนหายใจอย่างเบา ๆ ด้วยความหวาดกลัวถึงอย่างไรทุกอย่างจะต้องจบลงที่ตนเท่านั้น
