บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 การกระทำ

“ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้ แต่คนเหนือเขาทำแบบนี้จริงๆ บางพื้นที่อาจเรียกไม่เหมือนกันแต่ในทางลงมือปฏิบัติก็คล้ายๆ กันหมดแล้วยิ่งชาวบ้านบอกว่าพ่อเลี้ยงวันถึงขั้นเอ่ยปากออกมา ยิ่งต้องเชื่อ”

“…”

“แล้วไอไปพูดกับเขา เป็นไงบ้างละ”

“เขาบอกมันไม่เกี่ยวกับเรา”

“ไอ้เหี้ย บอกแบบนั้นเหรอ”

“อือ”

ท่าทางของกล้าทำให้ไอยราพอที่จะคาดเดาออกว่าในความคิดของเพื่อนคิดอะไรอยู่ แต่สายตาก็ดันเห็นรสาที่กำลังจะเดินเข้ามาสมทบ

“พวกนั้นจะออกจากปากช้างทันทีที่น้ำลดและถนนไปได้” รสาเดินออกมาจากที่พักแล้วพูดขึ้น “ไม่มีใครจะทำอย่างที่ชาวบ้านบอก เอ่ยแค่ชีวิตใครก็รับผิดชอบเอาเอง”

“เอาไงต่อดีวะ” กล้าเอ่ยตามสมทบ

“เดี๋ยวเราจัดการเอง”

ไอยราแยกจากเพื่อนสองคนไปในอีกทางหนึ่งซึ่งในขณะที่เดินก็ยังมีฝนที่กำลังเริ่มลงเม็ดตกลงมาปรอยๆ ในช่วงเกือบห้าโมงเย็น เวลานี้ยังคงมีบรรยากาศที่มืดครึ้มมากกว่าปกติ แสงจากธรรมชาติน้อยในพื้นที่จะเรียกว่าไม่มีแสงเลยมันก็ไม่แปลกด้วยซ้ำ

ร่างเล็กของไอรยาเดินไปเรื่อยๆ และห่างออกจากบ้านพักออกมาเรื่อยๆ กระทั่งมองไกลๆ เห็นแม่น้ำสายใหญ่ที่เรียกว่าแม่น้ำสาละวินตอนนี้มีสีขุ่นเทียบกับสีของชาเย็น ไอยราจดจำได้ดีว่าที่ที่ตัวเองกำลังจะมุ่งไปมันอยู่ที่ไหน เพียงแค่ต้องใช้ระยะห่างจากแม่น้ำสายใหญ่เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง

หากเดินเรียบตามลำน้ำนี้ไปอีกนิดหนึ่งนิดเดียวก็จะเจอต้นไม้ใหญ่ต้นนั้น ทว่าแต่ละก้าวเดินมันล้วนแล้วรู้สึกไกลมากกว่า ถึงแม้สายตาจะมองเห็นต้นไม้ใหญ่แค่เพียงปลายยอดสีเขียวสดเท่านั้น เป็นนาทีเดียวที่ข้อเท้าข้างซ้ายพลิกลงพลอยทำให้ร่างของไอรยาทรุดนั่งลงพื้นพื้นดินแฉะ

เมื่อความเจ็บปวดแล่นเข้ามาเยือนเป็นนาทีเดียวกับมือเล็กที่เข้าไปกอบกุมข้อเท้าของตัวเองไว้ ออกแรงบีบเพื่อให้มันคลายความเจ็บลงท่ามกลางเม็ดฝนที่เริ่มลงกระทบร่างกาย จากตกปรอยๆ ไม่มากครั้งนี้มันไม่ใช่เลย

ฝนรอบนี้ตกกระทบร่างกายทำให้เจ็บไปหมด

ฝนตกแรงใช้ได้เลย

ฝ่ามืออีกข้างถูกยกขึ้นมาลูบใบหน้าครั้งแล้วครั้งเล่า เช่นเดียวกับไอรยาที่พยายามขืนตัวลุกขึ้นยืนแต่กับทำไม่ได้ ท้อใจไปหมดกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่แล้วเม็ดฝนที่เทลงมาโดนตัวเม็ดแล้วเม็ดเล่ากับว่างเปล่าหายไปพร้อมกับเสื้อพื้นเมืองสีเข้มตัวใหญ่ถูกวางบนตัวคลุมตั้งแต่ศีรษะจรดตัว

เมื่อไอรยาเงยขึ้นมองก็เห็นคนตัวสูงโปร่งบนตัวมีแต่เสื้อกล้ามสีดำ ร่างกายเปียกไปทั้งตัวแต่เขากับยื่นร่มพื้นเมืองที่เห็นใช้บ่อยๆ มาบดบังสายฝนให้ไอรยาแทน เมื่อไร้คำพูดมีแต่การกระทำเท่านั้นที่ทำหน้าที่บอกว่ากำลังช่วยเหลือ

“ถือร่ม”

“แต่... อือ” กำลังจะเถียงแต่ต้องกลืนมันลงไปเพราะสายตาเอาเรื่องคู่นั้นแฝงความดุดันส่งมาให้โดยไม่ปิดบัง ไอยรายื่นมือไปรับร่มมาถือเอาไว้แน่นแต่สายตากำลังคาดเดาการกระทำของอีกฝ่าย “เดี๋ยว... จะทำอะไร”

“ขี่หลังครับ ขึ้นมาได้อนุญาต”

แรงแขนทั้งสองข้างจากคนตัวสูงที่หยุดเดินแล้วกำลังตวัดกระชับร่างเล็กของไอยราให้ใกล้กระทบกับแผ่นหลังตัวเองอีกครั้ง หลังจากที่เอาอีกฝ่ายขึ้นขี่หลังได้สักพักหนึ่ง แต่ด้วยระยะทางจากที่พักมันมีระยะห่างอยู่พอสมควรบวกกับตอนนี้สายฝนเม็ดใหญ่กระหน่ำตกลงมาจนไม่เห็นทิศทางเดิน อุปสรรคทำให้เอราวัณเลือกเดินช้าอีกทั้งยังต้องเพิ่มความระมัดระวังเป็นเท่าตัว

หากล้มมีหวังเจ็บตัวทั้งสองคนแน่

หมับ...

“เอ่อ... เรา”

“จับดีๆ” เอราวัณหยุดเดินเพราะแรงทึ้งดึงจากทางด้านหลังเป็นเหตุ คงเป็นเพราะอีกฝ่ายนั้นอยากรักษาระยะห่างที่แนบชิดกว่าเดิมจึงลืมว่าหากห่างกว่าที่เป็นอยู่มันต้องหงายหลังตกแน่ๆ จึงเพิ่มแรงจับตรงไหล่กว้างแน่นจากเดิมเป็นเท่าตัว วินาทีที่ฝ่ามือเล็กเย็นเฉียบสัมผัสกับผิวของเอราวัณโดยไม่มีอะไรขวางกั้นเป็นครั้งแรก “ไหวไหม มือเย็น”

“ไม่ได้ฉวยโอกาสนะ”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel