บทที่ 4 ไม่เกี่ยวกัน
ไอรยายอมรับกับเรื่องที่รสาคาดเดา ในกลุ่มตอนนี้เรื่องของมาวินเป็นเรื่องที่ขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะผ่านไปหลายวันแล้วก็ตาม มาวินถูกส่งตัวไปรักษาที่กรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยด้วยการจัดการของคนเป็นบิดามารดา ทว่าอาการเท่าที่ได้รับฟังมาก็ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ ไม่รู้สึกตัวร่วมด้วยยังคงใส่เครื่องช่วยหายใจตลอด
“แกเชื่อหรือเปล่า”
“…”
“มันคงยากสำหรับคำตอบ งั้นจะทำเหมือนที่ชาวบ้านบอกหรือเปล่า”
เมื่อตอนเช้านำแนะนำจากคนในปางช้างซึ่งนับว่าเป็นคนในพื้นที่ รับรู้เรื่องราวทุกอย่างที่เกิดขึ้น ยิ่งเรื่องไหนที่เกิดขึ้นแล้วหลายเป็นเรื่องใหญ่ มีคนให้ความสนใจเยอะ หลายคนแนะนำให้ทำการเลี้ยงผี ผลจากการกระทำอาจทำให้คนเจ็บป่วยนั้นมีอาการดีขึ้นตามลำดับ ซึ่งความคิดหนึ่งของคนนอกพื้นที่อาจจะไม่เชื่อ อาจคิดว่ามันงมงายด้วยซ้ำ
“ทางเลือกมีทางนี้เท่านั้นนะรสา”
ทางหนึ่งเป็นการรักษาเกี่ยวกับแพทย์แผนปัจจุบัน
อีกทางก็ทำในด้านความเชื่อ มันคงไม่เสียหายด้วยซ้ำ
“ไอ”
“มันก็ไม่ได้ทำอะไรหนักหนาไม่ใช่เหรอ เตรียมแค่ในสิ่งที่ชาวบ้านในพื้นที่บอก”
“มันก็ใช่แต่รู้ไหมว่าในตอนนี้ต้นไม้ใหญ่ที่มาวินไปฉี่รดเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมสูง ไม่ลดมีแต่เพิ่มเพราะฝนตกติดต่อกันหลายวัน น้ำป่าบนเขาก็เลยไหลแรงเพิ่มระดับที่ต้องติดตามทุกชั่วโมงด้วยซ้ำ”
“แล้วมันต้องทำยังไงรสา แสดงว่าเรามีแต่ต้องรอใช่หรือเปล่า”
“ตามความจริงก็แบบนั้น เพราะต้องไปทำในจุดที่ที่เป็นต้นเหตุ” รสาเอ่ยพูดอย่างตรงไปตรงมากับเพื่อนสนิทอย่างไอรยา ยิ่งทำให้ความหนักใจอึ้งหนักกว่าเดิมด้วยซ้ำ แต่มันยังไม่แค่นั้น “และที่สำคัญทุกคนในกลุ่มเรามีคนไม่เห็นด้วยและก็ไม่ทำ”
“…”
“จะทำได้ต้องทำยกกลุ่ม”
ปัญหาขนาดใหญ่ตีตบท้ายเข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนี้สินะที่เจ้าของปางช้างเอ่ยบอกราวกับรับรู้เรื่องราวที่กำลังจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ
คนๆ เดียวเกือบทำให้เพื่อนทั้งกลุ่มตายงั้นเหรอ
เหตุการณ์ที่พวกคุณเจอกันก็มาจากคนๆ เดียวครับ จะช่วยหรือจะปล่อยก็ไปปรึกษาเพื่อนคุณแล้วกัน
อาจจะยากหน่อยหากไปพูดกับเพื่อน เพราะไม่มีใครรักชีวิตคนอื่นมากกว่าตัวเอง
“งานยากแล้วสิรสา”
“เรียกได้ว่างานช้างเลยต่างหาก”
เป็นงานช้างอย่างที่รสาว่าจริงๆ เพราะทุกอย่างกำลังจะล่มลง ก่อนหน้านั้นที่ทั้งไอยราและรสาเข้ามาในกลุ่มและได้พูดเรื่องของมาวินอีกครั้ง เมื่อไม่มีใครเอ่ยปากออกมาทำเลยด้วยซ้ำ มีเพียงแค่ไอยรา รสาและก็กล้าเท่านั้น ทำให้ทุกอย่างมันดูยากขึ้นเป็นเท่าตัว หากเอ่ยเรื่องการช่วยเหลือมาวินมาเป็นหัวข้อแรกมักจบลงที่การมีปากเสียงกันทุกครั้ง
การช่วยเหลือ ความเห็นอกเห็นใจถูกทับถมด้วยการถามย้อนกลับในทุกครั้งว่าทำไมต้องทำให้คนที่ทำให้ชีวิตพวกเราเกือบตาย ทำไมต้องเห็นอกเห็นใจ จากกลุ่มใหญ่ถูกแบ่งย่อยกลายเป็นกลุ่มเล็ก จากนั้นก็แยกย้ายกันออกไป
และกลุ่มที่ไอยราก็มีแค่สามคน
“ทำไมกล้าเชื่อ”
“ไม่มีอะไรให้ไม่เชื่อ ในเมื่อไอ้ตัวคนทำมันยังอยู่ในไอซียู”
“ก็จริง”
“ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่จับต้องไม่ได้ แต่คนเหนือเขาทำแบบนี้จริงๆ บางพื้นที่อาจเรียกไม่เหมือนกันแต่ในทางลงมือปฏิบัติก็คล้ายๆ กันหมดแล้วยิ่งชาวบ้านบอกว่าพ่อเลี้ยงวันถึงขั้นเอ่ยปากออกมา ยิ่งต้องเชื่อ”
“…”
“แล้วไอไปพูดกับเขา เป็นไงบ้างละ”
“เขาบอกมันไม่เกี่ยวกับเรา”
“ไอ้เหี้ย บอกแบบนั้นเหรอ”
“อือ”
ท่าทางของกล้าทำให้ไอยราพอที่จะคาดเดาออกว่าในความคิดของเพื่อนคิดอะไรอยู่ แต่สายตาก็ดันเห็นรสาที่กำลังจะเดินเข้ามาสมทบ
“พวกนั้นจะออกจากปากช้างทันทีที่น้ำลดและถนนไปได้” รสาเดินออกมาจากที่พักแล้วพูดขึ้น “ไม่มีใครจะทำอย่างที่ชาวบ้านบอก เอ่ยแค่ชีวิตใครก็รับผิดชอบเอาเอง”
