บทที่ 3 ความเชื่อ
“ครับ”
เป็นการตอบรับที่ไม่ได้มองหน้าแต่ก็รอว่าประโยคต่อมาของอีกฝ่ายมันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของอะไร ถ้าจะให้คาดเดาคงไม่พ้นเรื่องของเพื่อน
“ที่คุณบอกรั้งท้ายมันเป็นอะไร กะ... เกี่ยวกับอะไร”
“มันยังไม่ชัดเหรอ” กระทั่งร่มในมือหยุดลงแล้วก็ถูกวางเก็บเอาไว้ ใบหน้าหล่อจึงหันกลับมาสนใจคู่สนทนาในนาทีนี้ “ว่าเพื่อนของคุณไปทำอะไรไว้”
“แต่มาวินก็ไม่รู้”
“ไม่รู้... ข้อนี้มันฟังขึ้นครับเพียงแต่ว่าการกระทำของเพื่อนคุณมันเกินกว่านั้น ทุกสังคมล้วนมีการสั่งสอนเรื่องการทำความเคารพ การไม่ทำสิ่งที่น่ารังเกียจและที่สำคัญเลยมารยาทก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน หากไม่เชื่อคำบอกของคนที่ได้ชื่อว่าไกด์ก็ควรปล่อยไป อย่ากระทำตัวท้าทาย”
“…”
“เพราะสิ่งที่เรามองไม่เห็นมันน่ากลัวเสมอ ความน่ากลัวมันทำให้คนที่มองไม่เห็นไม่สามารถรับรู้ได้ว่าจะโดนอะไรบ้าง”
“เราขอวิธีแก้ได้ไหม”
“มันไม่เกี่ยวกับคุณ”
“แต่ก็มาด้วยกัน ช่วยกันได้ก็ควรช่วย”
“ทั้งที่คนๆ เดียวเกือบทำให้เพื่อนทั้งกลุ่มตายงั้นเหรอ” ก็ยังดีไม่เคยเปลี่ยนแปลง “เหตุการณ์ที่พวกคุณเจอกันก็มาจากคนๆ เดียวครับ จะช่วยหรือจะปล่อยก็ไปปรึกษาเพื่อนคุณแล้วกัน”
“…”
“อาจจะยากหน่อยหากไปพูดกับเพื่อน เพราะไม่มีใครรักชีวิตคนอื่นมากกว่าตัวเอง” สัจจะธรรมของชีวิตมันก็เห็นจะมีเพียงแค่นี้ “อีกอย่างหนึ่งที่อยากบอกคุณเอาไว้ รักชีวิตตัวเองเหมือนที่คนอื่นเขารักบ้างเถอะครับ”
ปางช้างเอราวัณ
เจ้าของชื่อเอราวัณ
เอราวัณที่แปลว่าช้างเผือกตัวใหญ่ของของพระอินทร์
อุปนิสัยของคนที่มีนามว่า เอราวัณ คนนี้ที่ไอยราได้สัมผัสมาเต็มๆ สามวันเต็ม ได้พูดคุยกับเขาเพียงแค่ไม่กี่ประโยคอีกทั้งการเจอหน้ากันครั้งแรกก็เป็นอะไรที่ค่อนข้างไม่ประทับใจเท่าไหร่ก็เถอะ อย่างแรกที่ทำให้เห็นและสรุปได้เลยว่าผู้ชายคนนี้พูดจริงทำจริง คำพูดศักดิ์สิทธิถือว่าเป็นสัจจะ ไม่คือไม่ วางตัวเองได้ดีสมคำล่ำลือว่าน่านับถือและเกรงขามไปในตัว บุคลิกไม่ว่าจะนั่งหรือเดินหลังตรงสง่าอยู่เสมอ ที่สำคัญไร้รอยยิ้ม
หากจะบอกว่าแปลกแต่มันคือความจริงด้วยซ้ำ ตั้งแต่มาที่นี่ไอยราก็ไม่เคยเห็นรอยยิ้มอีกฝ่ายด้วยเช่นกัน เห็นแค่เพียงความนิ่ง ถามคำตอบคำ ทุกประโยคจะกระจ่างและชัดเจน แต่ทุกครั้งหากสบสายตาเหมือนจะทำให้รับรู้เองเลยว่าอีกฝ่ายสามารถมองเข้ามาผ่านทะลุความคิดของตนเองได้ ซึ่งนับว่ามันยากกับความสามารถนี้
และบางครั้งแววตาของเอราวัณก็คล้ายกับสัตว์ใหญ่ชนิดหนึ่งเช่นกัน
แล้วสิ่งที่ตอกย้ำกับความคล้ายคลึงก็คือการเจอกับตัวในวันที่เกิดอุบัติเหตุ ความทรงจำครั้งสุดท้ายก่อนหมดสติลงกลางน้ำที่ไหลเชียว ช้างเผือกตัวใหญ่ที่เข้ามาช่วยมีดวงตาคล้ายกับเจ้าของปางช้างที่นี่เหลือเกิน มันเป็นเรื่องเดียวที่ไอยราคิดไม่ตกมาหลายวัน
ความคิดในสมองของไอยราตอนนี้มันแล่นโลดไปไกล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเพื่อน เรื่องของตัวเอง เรื่องที่ติดอยู่ปางช้างแห่งนี้และเรื่องของเจ้าของปางช้าง ทั้งที่ปากบอกไม่เชื่อแต่ในใจกับไม่คิดเช่นนั้น
มันหวั่นไหวเต็มไปหมด
บางครั้งก็เกินในจุดที่รับไหวด้วยซ้ำ
“มานั่งดูวิวน้ำท่วมอะไรตรงนี้ไอ”
“รสา” เพื่อนสนิทเพียงคนเดียวในกลุ่มเข้ามานั่งข้างๆ ไอรยา “ก็คิดไปเรื่อย”
“เรื่องมาวินด้วยหรือเปล่า”
“อือก็เป็นหนึ่งในนั้น”
ไอรยายอมรับกับเรื่องที่รสาคาดเดา ในกลุ่มตอนนี้เรื่องของมาวินเป็นเรื่องที่ขึ้นชื่อ ไม่ว่าจะผ่านไปหลายวันแล้วก็ตาม มาวินถูกส่งตัวไปรักษาที่กรุงเทพเป็นที่เรียบร้อยด้วยการจัดการของคนเป็นบิดามารดา ทว่าอาการเท่าที่ได้รับฟังมาก็ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ ไม่รู้สึกตัวร่วมด้วยยังคงใส่เครื่องช่วยหายใจตลอด
“แกเชื่อหรือเปล่า”
