บท
ตั้งค่า

บทที่ 2 เจ้าของปางช้าง

“แล้วมาวินเป็นอะไรมากหรือเปล่าคะ เอ่อ... เพื่อนเรา”

พอไอยราเอ่ยถามเพื่อนกลุ่มเดียวกันก็รีบขยับมารับฟังพร้อมเกิดการถกเถียงเกิดขึ้น

“มาวินมันรู้สึกตัวหรือยังครับ” สมทบด้วยเพื่อนอีกคน “ติดต่อครอบครัวให้พอไปรับษาที่กรุงเทพดีไหม”

“กูโทรแล้ว พ่อแม่มันกำลังประสานงาน”

“สาธรถึงขั้นไหน”

“ยังไม่รู้สึกตัวครับนาย”

ความเงียบของทุกคนบ่งบอกถึงความเคร่งเครียด คงไม่มีใครคาดคิดสำหรับเรื่องราวที่เกิดขึ้น เพียงแค่ต้องการพักผ่อนจากการทำงาน เพียงแค่อยากสัมผัสธรรมชาติกลับกลายต้องมีเผชิญกับความอันตรายถึงชีวิตขนาดนี้

“ทำไมเป็นแบบนี้วะ ตอนก่อนขึ้นแพ ก่อนออกล่องก็ไม่เห็นมีอะไรด้วยซ้ำ”

“เพราะความท้าทาย อวดดีของเพื่อนพวกมึงไง” เอราวัณยิ้มเยาะเอ่ยท่ามกลางความเงียบงันจึงทำให้เป็นจุดรวมสายตาของทุกคน “ก่อนขึ้นแพมันฉี่รดหัวเขาใครละตรงต้นไม้ใหญ่ ตอนนี้เขาก็เอาตีนเหยียบหัวมันอยู่เช่นกัน”

ความเงียบกลับมาอีกครั้งหนึ่งซึ่งครั้งนี้มันมาพร้อมกันกับอาการขนลุกซู่กันทั่ว คำตอบที่ออกมาจากเอราวัณคนในพื้นที่มักรับรู้กันดีว่ามันเป็นความจริงมากเพียงไหน อีกทั้งบรรยากาศที่เย็นมากกว่าปกติเล่นเอาทุกคนที่อยู่ในบริเวณไร้การเอ่ยพูดใดๆ นานนับนาที

ไม่มีใครอยากเล่นกับความเชื่อ

ไม่มีใครอยากลบหลู่กับสิ่งที่มองไม่เห็น

ความเชื่อ สิ่งที่มองไม่เห็น การบูชา ความเคารพ ทุกอย่างหล่อหลอมรวมกับกลายเป็นความหวังและก็ความศรัทธาไม่แปลกหรอกหากจะได้ยินบ่อยๆ ว่าภาคเหนือเลี้ยงหรือบูชาผี ผลพ่วงจากในอดีตส่งทอดต่อมายังปัจจุบัน จากสิ่งที่เห็นมานักต่อนักล้วนแล้วเป็นการสืบทอดให้คงอยู่

ในแต่ละหลังคาเรือนมีไม่น้อยที่จะมีการนับถือผี ไม่ว่าจะเป็นจำพวกไหนก็ตาม อย่างเช่น ผีปู่ผีย่า ผีกะ ผีนา ผีเจ้าที่และก็ผีที่ได้รับจากการซื้อมาให้มารักษาคุ้มครองหมู่บ้านจากโรคภัยในยุคสมัยก่อนที่ยังคงนับถือสืบทอดคงเอาไว้ให้เห็น

นอกจากนี้ยังมีผีเขา เจ้าของในแต่ละพื้นที่ หากเข้าไปในที่ที่ไม่คุ้นชาหรือพึ่งเคยมาเยือนครั้งแรก สิ่งที่ควรนำติดตัวมาด้วยนั่นคงเป็นคำว่ามารยาทมากกว่าการอวดเก่ง ปากดี ใช้ความกล้าหาญในทางที่ผิดมากกว่าถูก

ส่วนในกรณีที่เกิดขึ้นนั้นล้วนแล้วเป็นสิ่งที่เกิดจากผลการกระทำทั้งนั้น

จะโทษใครได้นอกจากตัวเอง

สินค้าพื้นเมืองในมือใหญ่เป็นร่มบ่อสร้างสีแดงสด อีกทั้งบนตัวของร่มนั้นยังถูกวาดลวดลายเสริมเติมแต่งให้คงความมีเสน่ห์ สีสันเด่นออกมาท่ามกลางสายฝนที่ลงโปรยปรายเล็กน้อย มันค่อยเคลื่อนที่ไปด้านหน้าด้วยความช้า ในยามเคลื่อนที่ก็ยังมิวายเป็นที่จดจ้องของหลายสายตา

เอราวัณค่อยเอาร่มในมือขยับออกพ้นจากตัวเมื่อเข้ามายังโถงบ้านพักรับรอง สายตาแรกที่ทำให้แปลกใจนิดหน่อยเมื่อได้เห็นคงจะเป็นการปรากฏตัวของใครคนหนึ่งที่มีวาจาถกเถียงกัน ใบหน้าหวานไม่ค่อยซีดเท่าไหร่ มีเลือดฟาดตรงแก้มทั้งสองพอให้ดูได้

ในเมื่ออีกฝ่ายไม่เอ่ยประโยคพูดออกมาเอราวัณเองก็เงียบตามสไตล์ของตัวเอง เพียงแค่ละความสนใจจากใบหน้าหวานเปลี่ยนเป็นการมองร่มในมือแล้วออกแรงหมุนตรงก้านที่จับเพื่อให้ตัวร่มได้หมุนเร็วสลัดน้ำฝนออก

“เราขอคุยอะไรด้วยหน่อยได้ไหม”

“ครับ”

เป็นการตอบรับที่ไม่ได้มองหน้าแต่ก็รอว่าประโยคต่อมาของอีกฝ่ายมันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องของอะไร ถ้าจะให้คาดเดาคงไม่พ้นเรื่องของเพื่อน

“ที่คุณบอกรั้งท้ายมันเป็นอะไร กะ... เกี่ยวกับอะไร”

“มันยังไม่ชัดเหรอ” กระทั่งร่มในมือหยุดลงแล้วก็ถูกวางเก็บเอาไว้ ใบหน้าหล่อจึงหันกลับมาสนใจคู่สนทนาในนาทีนี้ “ว่าเพื่อนของคุณไปทำอะไรไว้”

“แต่มาวินก็ไม่รู้”

“ไม่รู้... ข้อนี้มันฟังขึ้นครับเพียงแต่ว่าการกระทำของเพื่อนคุณมันเกินกว่านั้น ทุกสังคมล้วนมีการสั่งสอนเรื่องการทำความเคารพ การไม่ทำสิ่งที่น่ารังเกียจและที่สำคัญเลยมารยาทก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน หากไม่เชื่อคำบอกของคนที่ได้ชื่อว่าไกด์ก็ควรปล่อยไป อย่ากระทำตัวท้าทาย”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel