บท
ตั้งค่า

บทที่ 5 ปลาย่างรุ่งอรุณ แผนการลับเข้าเมือง

ยามเมา (05.00 - 06.59 น.) ท้องฟ้าเบื้องนอกยังคงมืดสนิท มีเพียงแสงดาวกะพริบวิบวับและอากาศเย็นเยียบของปลายฤดูใบไม้ร่วงที่แทรกซึมผ่านรอยแยกของผนังไม้ จ้าวชิงซานลืมตาตื่นขึ้นตามความเคยชิน ร่างกายกำยำขยับตัวลุกจากพื้นดินที่ปูด้วยฟางแห้งอย่างเงียบเชียบที่สุดเพื่อไม่ให้รบกวนคนบนเตียง

ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง สายตาทอดมองฝ่าความมืดไปยังเตียงไม้กระดาน เสิ่นหว่านชิงนอนตะแคงกอดเสี่ยวหย่าหลับตาพริ้ม ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ รอยยิ้มบางเบาผุดขึ้นบนมุมปากของคนตัวโต เขาหมุนตัวหยิบฉมวกไม้ไผ่ที่เหลาปลายจนแหลมคมซึ่งซ่อนไว้หลังกองฟืน แล้วผลักประตูบานเล็กก้าวออกไปสู่อากาศหนาวเหน็บเบื้องนอก

ลำธารท้ายหมู่บ้านน้ำใสแจ๋วและเย็นเฉียบจนบาดผิว ชิงซานถลกขากางเกงขึ้นสูง ยืนนิ่งอยู่กลางกระแสน้ำราวกับรูปสลักหิน ดวงตาคมกริบจ้องมองฝูงปลาที่แหวกว่ายไปมากลางแสงสลัว เพียงชั่วอึดใจ แขนแกร่งก็ตวัดฉมวกไม้ไผ่พุ่งลงน้ำด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ

เสียงน้ำแตกกระจายดังขึ้นเบาๆ เมื่อเขายกฉมวกขึ้นมา ปลาเนื้ออ่อนตัวอวบอ้วนขนาดเท่าฝ่ามือผู้ใหญ่ก็ดิ้นกระแด่วอยู่ตรงปลายแหลม ชายหนุ่มจัดการปลดปลาใส่ข้องไม้ไผ่ที่ผูกติดเอว แล้วลงมือแทงซ้ำอีกครั้ง ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เขาก็ได้ปลาตัวโตมาถึงสามตัว ซึ่งมากพอสำหรับเป็นรางวัลให้เจ้าก้อนขนสีดำและทำซุปบำรุงร่างกายให้ภรรยากับน้องสาว

เมื่อชิงซานกลับมาถึงห้องเก็บฟืน ท้องฟ้าเพิ่งจะเริ่มทอแสงสีทองที่เส้นขอบฟ้า ทันทีที่ผลักประตูเข้าไป เขาก็พบว่าหว่านชิงตื่นนอนแล้ว หญิงสาวกำลังรวบผมยาวสลวยขึ้นปักด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย เมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาพร้อมข้องใส่ปลา ดวงตากลมโตก็เบิกกว้างด้วยความยินดี

“ท่านพี่ ไปจับปลามาแต่เช้ามืด อากาศหนาวเช่นนี้เดี๋ยวก็จับไข้หรอก” หว่านชิงเอ่ยเสียงเบาพลางเดินเข้ามารับข้องไม้ไผ่จากมือเขา สัมผัสเย็นเฉียบจากฝ่ามือหนาทำให้นางขมวดคิ้ว “มือท่านเย็นราวกับน้ำแข็ง รีบไปผิงไฟในครัวกันเถิด ข้าจะย่างปลาให้จินเป่า และทำน้ำแกงปลาให้ท่านกับเสี่ยวหย่ากินรองท้อง”

ชิงซานไม่ปฏิเสธ เขาเดินตามหลังร่างบางไปอย่างว่าง่าย ทั้งสองลอบปีนเข้าหน้าต่างห้องครัวด้วยความชำนาญราวกับทำมาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

ภายในครัวสลัว ชิงซานรับหน้าที่ก่อไฟในเตาดิน เขาเลือกใช้ฟืนชิ้นเล็กและควบคุมทิศทางลมอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้ควันไฟลอยออกไปทางปล่องควันมากนัก ป้องกันไม่ให้คนเรือนหน้าตื่นขึ้นมาพบเห็น ส่วนหว่านชิงจัดการขอดเกล็ดและควักไส้ปลาอย่างคล่องแคล่ว นางบั้งเนื้อปลาเป็นริ้ว โรยเกลือหยาบเล็กน้อย นำตัวที่ใหญ่ที่สุดเสียบไม้แล้วย่างไฟอ่อนๆ ส่วนอีกสองตัวที่เหลือถูกโยนลงหม้อต้มกับขิงแก่เพื่อดับคาว

กลิ่นหอมหวนของปลาย่างและน้ำแกงปลาลอยอวลไปทั่วห้องครัวแคบๆ หว่านชิงพลิกไม้เสียบปลาไปมา เนื้อปลาด้านนอกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทองและส่งเสียงฉ่าๆ น่ากิน นางหันไปมองสามีที่นั่งเฝ้าหน้าเตา เปลวไฟสะท้อนใบหน้าคมเข้มที่ดูอ่อนโยนลงอย่างประหลาด

“ท่านพี่แอบมองข้าทำไม” หว่านชิงถามยิ้มๆ เมื่อจับได้ว่าอีกฝ่ายเอาแต่จ้องหน้านางไม่วางตา

ชิงซานสะดุ้งเล็กน้อย ใบหูเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ “ข้าแค่แปลกใจ เจ้าเป็นถึงคุณหนูในเมืองหลวง ไฉนจึงทำเรื่องในครัวเรือนได้คล่องแคล่วนัก แถมยังไม่บ่นเรื่องความลำบากเลยสักคำ”

หญิงสาวพลิกปลาย่างอีกด้าน พลางตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “อดีตก็คืออดีต บัดนี้ข้าเป็นเพียงภรรยาชาวนา หากมัวแต่นั่งโหยหาความสุขสบายในวันวาน ท้องก็คงไม่อิ่ม สู้เอาเวลามาคิดหาวิธีทำให้ชีวิตในวันข้างหน้าดีขึ้นไม่ดีกว่าหรือ”

คำตอบของนางทำให้ดวงตาของชายหนุ่มทอประกายลึกซึ้ง เขารู้สึกว่าสตรีตรงหน้ามีจิตใจที่แข็งแกร่งดั่งหินผา ซ่อนอยู่ภายใต้รูปลักษณ์ที่บอบบางดั่งดอกเหมยในเหมันต์ฤดู

เมื่อปลาสุกได้ที่ ทั้งสองก็เก็บกวาดร่องรอยในครัวจนสะอาดเอี่ยม แล้วลอบกลับมายังห้องเก็บฟืนพร้อมกับอาหารเช้าแสนอร่อย

ทันทีที่ก้าวพ้นประตู ก้อนขนสีดำที่นอนหงายเงิบอยู่บนกองฟางก็ลืมตาสีทองอำพันขึ้นมาทันที จมูกสีชมพูเล็กๆ ของจินเป่าฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมของปลาย่าง มันเด้งตัวลุกขึ้นยืน สะบัดขนจนฟูฟ่อง แล้วเดินเตาะแตะเข้ามาพันแข้งพันขาหว่านชิง

“มนุษย์หน้าโง่ เจ้านี่รู้ใจข้าเสียจริง ไหน เอามาดูสิว่าฝีมือการย่างปลาของเจ้าจะคู่ควรกับบารมีของข้าหรือไม่” เสียงเย่อหยิ่งดังสะท้อนก้องในหัวของหว่านชิง

นางวางปลาย่างสีเหลืองทองลงบนใบไม้แห้งตรงหน้าเจ้าแมวอ้วน “กินเสีย ท่านกุนซือ นี่คือรางวัลสำหรับเห็ดเมื่อวาน”

จินเป่าก้มลงดมฟุดฟิด ก่อนจะอ้าปากงับเนื้อปลาคำโต เคี้ยวกร้วมๆ อย่างตะกละตะกลาม “อืม... เกรียมไปนิด เกลือก็เค็มไปหน่อย แต่เนื้อปลาสดใช้ได้ ถือว่าเจ้าสอบผ่านการเป็นผู้ปรุงอาหารให้ท่านจินเป่าก็แล้วกัน”

หว่านชิงลอบกลอกตา หากไม่อร่อยแล้วไฉนจึงสวาปามจนก้างแทบไม่เหลือเช่นนั้นเล่า

บนเตียงไม้ เสี่ยวหย่าขยี้ตาตื่นขึ้นมาด้วยความงัวเงีย เมื่อเห็นน้ำแกงปลาร้อนๆ หอมฉุยในชามดินเผา เด็กน้อยก็ตาลุกวาว รีบกระโดดลงจากเตียงเข้ามาร่วมวงทันที สี่ชีวิตในห้องเก็บฟืนแคบๆ นั่งล้อมวงกินอาหารเช้าด้วยกัน บรรยากาศอบอุ่นและเงียบสงบจนแทบจะลืมเลือนความโหดร้ายของครอบครัวจ้าวเรือนหน้าไปสิ้น

หลังจากจัดการมื้อเช้าเสร็จสิ้น หว่านชิงหันไปหยิบตะกร้าฟืนที่นางแอบซ่อนไว้ใต้เตียงตั้งแต่เมื่อวานออกมา นางดึงกิ่งไม้ด้านบนออก เผยให้เห็นใบไม้ใบใหญ่ที่ปิดทับบางสิ่งอยู่ เมื่อเปิดใบไม้ออก เห็ดซงหรงดอกอวบอ้วนสิบกว่าดอกก็ปรากฏแก่สายตา

ชิงซานเบิกตากว้าง เขารีบขยับเข้ามาดูใกล้ๆ “นี่มันเห็ดซงหรงนี่ เจ้าไปเจอมันที่ไหนกัน ของพวกนี้มักจะขึ้นในป่าลึกที่อันตราย ชาวบ้านธรรมดาไม่มีใครกล้าเข้าไปหรอก”

“ข้าบังเอิญเจอเข้าตอนตาม เอ้อ ตามเจ้าจินเป่าไปน่ะ” หว่านชิงโยนความดีความชอบให้แมวอ้วนที่กำลังนั่งเลียอุ้งเท้าทำความสะอาดตัวเองอยู่ “ข้าได้ยินมาว่าเห็ดชนิดนี้ราคาสูงมากในเมืองหลวง หากเรานำไปขายที่ร้านรับซื้อของป่าในตัวเมือง น่าจะได้เงินมาหลายตำลึงทีเดียว”

‘หลายตำลึงอะไรกัน ยัยทาสตาต่ำ’ จินเป่าแทรกขึ้นในจิต ‘เห็ดคุณภาพดีปานนี้ อย่างน้อยต้องได้สิบตำลึงเงินขึ้นไป หากเจ้าถูกกดราคา ข้าจะไปข่วนหน้าเถ้าแก่ร้านให้ดู’

หว่านชิงพยักหน้ารับคำอย่างเห็นด้วย นางหันไปสบตาสามี “ท่านพี่ วันนี้เราต้องหาทางเข้าเมืองนำเห็ดพวกนี้ไปขาย เก็บไว้ข้ามวันเดี๋ยวจะช้ำเสียราคาหมด แต่ปัญหาคือเราจะอ้างกับแม่ใหญ่อย่างไรดี”

ชิงซานขมวดคิ้วครุ่นคิด หวังซื่อเป็นคนตระหนี่ถี่เหนียวและขี้ระแวง การจะขออนุญาตออกไปตัวเมืองโดยไม่มีเหตุผลอันควรย่อมถูกด่าทอและอาจถูกค้นตัวได้ หากนางพบเห็ดซงหรงเข้า มีหวังถูกยึดไปขายเองเพื่อเอาเงินไปประเคนให้พี่ชายใหญ่แน่

“ข้าจะบอกแม่ใหญ่ว่า จอบของข้าบิ่นจนขุดดินไม่เข้าแล้ว ต้องเอาไปให้ช่างตีเหล็กในเมืองซ่อมแซม” ชิงซานเสนอความคิด “ส่วนเจ้า...”

“ข้าจะบอกว่าเสื้อผ้าของท่านกับเสี่ยวหย่าขาดวิ่นจนซ่อมไม่ได้แล้ว ข้าบังเอิญรื้อเจอเหรียญทองแดงเก่าๆ ไม่กี่อีแปะในห่อผ้าก้นหีบของข้า จึงจะขอตามท่านเข้าเมืองไปซื้อด้ายและเศษผ้าหยาบๆ มาปะชุนให้พวกท่าน” หว่านชิงต่อประโยคได้อย่างไหลลื่น “อีกอย่าง ข้าจะอ้างว่าต้องไปช่วยท่านแบกของ แม่ใหญ่ย่อมเห็นดีเห็นงามที่ข้าได้ออกแรงใช้งาน”

ชายหนุ่มพยักหน้าเห็นด้วย แผนการนี้นับว่ารัดกุมและเข้ากับนิสัยชอบใช้งานคนของแม่สามีเป็นอย่างดี

เมื่อดวงอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้า เสียงตวาดแว้ดๆ ของหวังซื่อก็ดังลั่นมาจากลานบ้านตามความคาดหมาย หว่านชิงและชิงซานซ่อนตะกร้าเห็ดไว้ใต้กองฟืนอย่างมิดชิด ก่อนจะเดินออกไปเผชิญหน้า

“มัวแต่มุดหัวอยู่ทำไม ป่านนี้แล้วยังไม่รีบไปหุงข้าวอีก นังสะใภ้ขี้เกียจ!” หวังซื่อยืนเท้าสะเอวด่าทอ ใบหน้าบูดบึ้งราวกับกินรังแตน

หว่านชิงตีหน้าเศร้า ก้มหน้าลงเล็กน้อยทำทีเป็นลูกสะใภ้ผู้เชื่อฟัง “ท่านแม่ ข้าเพิ่งตื่นเพราะปวดเมื่อยจากการตัดฟืนเมื่อวานเจ้าค่ะ แต่ก่อนที่ข้าจะไปหุงข้าว ข้ามีเรื่องจะขออนุญาตท่านแม่สักเรื่อง”

หวังซื่อหรี่ตามองอย่างจับผิด “เรื่องอะไร หากจะขอเงินล่ะก็ ฝันไปเถอะ!”

“มิกล้าเจ้าค่ะ” หว่านชิงรีบส่ายหน้า “ข้าเห็นว่าเสื้อผ้าของท่านพี่ชิงซานและเสี่ยวหย่าขาดจนแทบจะปิดบังร่างกายไม่อยู่ ฤดูหนาวก็ใกล้เข้ามาแล้ว ข้าบังเอิญค้นเจอเงินก้นถุงเก่าๆ ไม่กี่อีแปะในห่อผ้าของข้าที่ติดตัวมาจากเมืองหลวง จึงคิดว่าจะขอตามท่านพี่เข้าเมืองไปซื้อด้ายกับเศษผ้าหยาบๆ มาปะชุนเสื้อผ้าให้พวกเขาเจ้าค่ะ”

หวังซื่อแค่นเสียงหยันเมื่อได้ยินคำว่าเงินไม่กี่อีแปะ หากมีเป็นก้อนนางคงสั่งให้ริบเข้ากองกลางไปแล้ว แต่เศษเงินเพียงเล็กน้อยนางคร้านจะสนใจ “เหอะ ทำมาเป็นมีน้ำใจ แล้วทำไมต้องถ่อไปถึงตัวเมืองให้เสียเวลาทำมาหากิน”

ชิงซานที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวขึ้นมาสมทบ “แม่ใหญ่ จอบของข้าฟันถูกหินจนบิ่น ใช้งานไม่ได้แล้ว ข้าต้องเอาไปให้ช่างตีเหล็กในเมืองซ่อม ประเดี๋ยวจะไถนาไม่ทันฤดูกาล ให้นางไปกับข้าเพื่อช่วยแบกเครื่องมือเถิด”

หวังซื่อคำนวณในใจ ช่างตีเหล็กในหมู่บ้านคิดราคาแพงกว่าในตัวเมือง การให้ชิงซานไปซ่อมในเมืองย่อมประหยัดเงินกว่า ยิ่งให้สะใภ้รองตามไปช่วยแบกหาม นางก็ยิ่งคุ้มค่า

“เออๆ อยากไปก็ไป!” หวังซื่อโบกมือไล่อย่างรำคาญ “แต่จำไว้ รีบไปรีบกลับ ก่อนตะวันตกดินพวกเจ้าต้องกลับมาสับหมูและหุงข้าวเย็นให้เสร็จ หากกลับช้าล่ะก็ คืนนี้ก็ไม่ต้องนอนเตียง ไปนอนกับวัวในคอกซะ!”

หว่านชิงยอบกายรับคำอย่างนอบน้อม ลอบสบตากับชิงซานด้วยความโล่งอก แผนการลวงแม่สามีสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

สองสามีภรรยากลับมาที่ห้องเก็บฟืน หว่านชิงจัดการถ่ายเห็ดซงหรงลงในตะกร้าสะพายหลังใบกะทัดรัด ปิดทับด้วยเศษผ้าเก่าๆ อย่างมิดชิด ส่วนชิงซานสะพายตะกร้าใส่จอบบิ่นและข้องปลาเปล่าบังหน้า

“เสี่ยวหย่า วันนี้เจ้าอยู่บ้านดูแลจินเป่าให้ดีนะ อย่าให้ใครเข้ามาวุ่นวายในห้องนี้เด็ดขาด” หว่านชิงกำชับเด็กน้อยที่นั่งลูบขนแมวอ้วนอยู่บนเตียง

“พี่สะใภ้รองไม่ต้องห่วง ข้าจะปกป้องจินเป่าเองเจ้าค่ะ” เสี่ยวหย่ารับคำแข็งขัน

‘รีบไปรีบกลับล่ะยัยทาส อย่าลืมซื้อปลาสดๆ ตัวใหญ่ๆ กับเนื้อหมูติดมันกลับมาด้วย หากขายเห็ดได้ราคาแล้วงกไม่ยอมซื้อของอร่อยมาบำรุงข้าล่ะก็ ข้าจะประท้วงด้วยการไม่ดมหาสมบัติให้เจ้าอีกต่อไป’ เสียงจินเป่าดังไล่หลังมา

หว่านชิงลอบยิ้มในใจ นางพยักหน้าให้ชิงซาน ก่อนที่ทั้งสองจะก้าวเดินออกจากบ้านจ้าว มุ่งหน้าสู่ตัวเมืองที่คึกคักไปด้วยผู้คน การเดินทางเข้าเมืองครั้งนี้ไม่เพียงแต่เพื่อขายเห็ดหาเงินประทังชีวิต แต่มันคือปฐมบทแห่งการวางรากฐานอำนาจและอิสรภาพของนาง กุนซือแมวได้เปิดทางรวยให้แล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับฝีปากและมันสมองของอดีตคุณหนูตระกูลขุนนางผู้นี้แล้วว่าจะกอบโกยผลประโยชน์ได้มากเพียงใด
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel