บทที่ 4 สัญญาทาส กับผู้ปรนนิบัติหมายเลขหนึ่ง
รองเท้าผ้าพื้นบางเหยียบย่ำลงบนพรมใบไม้แห้งที่ทับถมกันหนาเตอะ เสิ่นหว่านชิงสะพายตะกร้าไม้ไผ่ใบใหญ่เดินตามก้นอวบอ้วนสีดำที่ส่ายไปมาอย่างเนิบนาบ เจ้าแมวอ้วนที่เรียกตัวเองว่า ‘ท่านจินเป่า’ เดินเชิดหน้าชูคอราวกับเป็นองค์ฮ่องเต้เสด็จประพาสอุทยาน ทั้งที่ขาสั้นๆ ของมันต้องคอยกระโดดหลบเถาวัลย์หนามอย่างทุลักทุเล
“มนุษย์หน้าโง่ เดินให้มันเร็วหน่อยได้หรือไม่ ขาของเจ้าก็ยาวกว่าข้าตั้งหลายเท่า เหตุใดจึงเดินชักช้าราวกับเต่าคลานเช่นนี้” เสียงทุ้มห้าวบ่นกระปอดกระแปดดังขึ้นในหัวของหว่านชิง
หญิงสาวปาดเหงื่อที่ซึมชื้นบนหน้าผาก “ข้าแบกตะกร้าใบเบ้อเริ่ม แถมยังไม่ได้กินข้าวกินปลาให้เต็มอิ่มมาหลายวัน ท่านจินเป่าผู้ยิ่งใหญ่ก็ช่วยเดินช้าลงหน่อยเถิด ประเดี๋ยวพุงของท่านก็ครูดกับกิ่งไม้หรอก”
จินเป่าหันขวับมาแยกเขี้ยวใส่ “นี่คือกล้ามเนื้อที่สะสมพลังวิญญาณต่างหาก! เอาล่ะ ถึงแล้ว เปิดตาของเจ้าให้กว้างแล้วดูผลงานของกุนซือผู้นี้เสีย”
มันหยุดยืนอยู่หน้าต้นไม้ใหญ่ที่ล้มตายมานานจนเปลือกไม้เปื่อยยุ่ย หว่านชิงชะโงกหน้าข้ามพุ่มเฟิร์นเข้าไปมอง ก่อนที่ดวงตาคู่สวยจะเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง บนขอนไม้ผุพังนั้นเต็มไปด้วยเห็ดป่าดอกอวบอ้วนสีน้ำตาลเข้ม ดอกเห็ดบานกำลังดีส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัวลอยแตะจมูก
นี่มันเห็ดซงหรงป่า!
ในอดีตตอนที่ยังเป็นคุณหนูตระกูลขุนนาง พ่อครัวในจวนเคยมักนำเห็ดชนิดนี้มาตุ๋นกับไก่ดำบำรุงร่างกายให้นาง เห็ดซงหรงขึ้นชื่อเรื่องความหายากและมีราคาสูงลิ่ว ยิ่งเป็นเห็ดป่าที่ขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงเช่นนี้ หากนำไปขายในเมืองย่อมได้ราคาไม่ต่ำกว่าชั่งละหลายสิบอีแปะ หรืออาจจะถึงหลักตำลึงเงินด้วยซ้ำ
“เป็นอย่างไร ตกตะลึงจนพูดไม่ออกเลยหรือ” จินเป่ายืดอกภูมิใจ “ของกิ๊กก๊อกพวกนี้ข้าใช้เวลาดมกลิ่นเพียงชั่วจิบชาเท่านั้น รีบเก็บเข้าสิ ก่อนที่กระรอกป่าแถวนี้จะมาแย่งกินไปเสียก่อน”
หว่านชิงไม่รอช้า นางรีบปลดตะกร้าลงจากหลัง เด็ดใบไม้ใบใหญ่แถวนั้นมารองก้นตะกร้าอย่างระมัดระวัง แล้วค่อยๆ บรรจงเด็ดดอกเห็ดซงหรงทีละดอกอย่างเบามือที่สุดเพื่อไม่ให้ช้ำ นางเก็บเห็ดดอกใหญ่ที่สมบูรณ์ได้ถึงสิบกว่าดอก ซ่อนไว้ใต้ใบไม้ใบใหญ่ที่ก้นตะกร้าเพื่อหลบสายตาคนบ้านจ้าว
เมื่อได้ของล้ำค่ามาแล้ว ภารกิจต่อไปคือการหาฟืน หว่านชิงมองขวานบิ่นๆ ในมืออย่างหนักใจ แต่จินเป่ากลับกระโดดขึ้นไปบนโขดหิน แล้วใช้หางชี้ไปยังดงต้นสนแห้งที่ยืนต้นตายอยู่อีกฝั่ง
“ตรงนั้นมีกิ่งไม้แห้งกรอบเพียบ เจ้าไม่ต้องออกแรงฟันให้เหนื่อย แค่ใช้เท้ากระทืบมันก็หักแล้ว รีบจัดการเสีย ข้าอยากกลับไปนอนบนเตียงนุ่มๆ เต็มแก่”
หว่านชิงทำตามที่แมวอ้วนบอกอย่างว่าง่าย กิ่งสนแห้งเหล่านี้กรอบและหักง่ายดายราวกับขนมเกลียว นางใช้เวลาเพียงไม่ถึงชั่วยามก็สามารถรวบรวมฟืนได้จนเต็มตะกร้า
เมื่อต้องสะพายตะกร้าที่อัดแน่นไปด้วยกิ่งไม้ น้ำหนักที่กดทับลงบนบ่าทำเอาหญิงสาวเซถลาไปเล็กน้อย นางกัดฟันฝืนยืนให้มั่นคง จินเป่าที่เห็นดังนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ มันเดินเตาะแตะมาหยุดอยู่แทบเท้านาง แล้วเงยหน้าขึ้นมอง
“ยัยทาส มองอะไรอยู่ อุ้มข้าสิ”
“ท่านมีสี่ขา เดินเองไม่ได้หรือ ข้าแบกฟืนหนักขนาดนี้ยังจะให้อุ้มอีก” หว่านชิงบ่น
“ข้าเพิ่งบาดเจ็บที่ขาหลังมานะ! อีกอย่าง หากข้าเดินตามเจ้ากลับไปโทงๆ พวกชาวบ้านใจบาปได้จับข้าไปถลกหนังย่างกินพอดี” จินเป่าหาข้ออ้างได้อย่างหน้าไม่อาย ทั้งที่ความจริงคือมันขี้เกียจเดินลงเขาต่างหาก
หว่านชิงส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ นางก้มลงช้อนร่างอวบอ้วนนั้นขึ้นมาอุ้มไว้แนบอก แมวดำตัวนี้หนักเอาเรื่องราวกับอุ้มกระสอบข้าวสารขนาดย่อม แต่ขนนุ่มลื่นและอุณหภูมิร่างกายที่อุ่นจัดของมันกลับช่วยคลายความหนาวเย็นจากลมป่าได้ไม่น้อย จินเป่าซุกหน้าลงกับเสื้อคลุมตัวนอกของนาง ปล่อยเสียงครางในลำคอเบาๆ อย่างพึงพอใจ
เส้นทางขาลงเขาไม่ได้ยากลำบากเท่าขาขึ้น หว่านชิงอาศัยความระมัดระวังค่อยๆ ก้าวเดินจนกระทั่งเห็นหลังคาจวนบ้านจ้าวอยู่ลิบๆ ดวงอาทิตย์ลอยโด่งเกือบตรงหัว บ่งบอกว่าเป็นเวลายามอู่ (11.00 - 12.59 น.) แล้ว
นางหลีกเลี่ยงการเดินเข้าทางประตูลานบ้านด้านหน้า เลือกใช้ทางเดินแคบๆ เลียบกำแพงดินเพื่อตรงไปยังห้องเก็บฟืนด้านหลัง ทันทีที่ผลักประตูไม้บานเก่าเปิดออก ร่างสูงใหญ่ของจ้าวชิงซานก็ปรากฏแก่สายตา ชายหนุ่มกำลังนั่งคุกเข่าซ่อมแซมขาเก้าอี้ที่โยกคลอนอยู่ เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด เขาก็รีบเงยหน้าขึ้นมองทันที
ดวงตาคมเข้มที่มักจะนิ่งสงบฉายแววโล่งอกอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเห็นภรรยากลับมาอย่างปลอดภัย ชิงซานรีบทิ้งค้อนไม้ในมือ ก้าวยาวๆ เข้ามาหาหว่านชิง สองมือใหญ่ยื่นออกไปช่วยปลดสายสะพายตะกร้าฟืนออกจากบ่าบอบบางอย่างรวดเร็ว
น้ำหนักมหาศาลที่หายไปทำเอาหว่านชิงเผลอพรูลมหายใจยาว นางเงยหน้าส่งยิ้มให้เขา “ขอบคุณท่านพี่”
“ไหล่เจ้าแดงหมดแล้ว” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้น แววตาของชิงซานทอดมองรอยแดงเถือกที่กดทับบนบ่าเสื้อของนางด้วยความรู้สึกผิด “คราวหน้าอย่าดื้อดึงไปคนเดียวอีก รอข้าไถนาเสร็จ ข้าจะขึ้นไปจัดการเอง”
“ข้าไม่เป็นไร แค่นี้ถือเป็นการออกกำลังกาย” หว่านชิงตอบอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าในอ้อมแขนของตนยังมีสิ่งมีชีวิตอีกตัวหนึ่งอยู่
จินเป่าที่ซุกหน้าหลับมาตลอดทางเริ่มขยับตัว มันเงยหน้าขึ้นหาวหวอด เผยให้เห็นเขี้ยวแหลมคมและลิ้นสีชมพูเล็กๆ ชิงซานผงะไปด้านหลังครึ่งก้าวเมื่อเห็นดวงตาสีทองอำพันของก้อนขนสีดำในอ้อมกอดภรรยา
“นี่มัน...” ชายหนุ่มร่างหมีกะพริบตาปริบๆ มองสิ่งมีชีวิตขนฟูด้วยความประหลาดใจ
“ข้าพบนาง... เอ๊ะ หรือพบเขา” หว่านชิงก้มลงมองเพื่อสำรวจเพศ
“ข้าเป็นตัวผู้! เสียแรงที่เกิดเป็นสตรีผู้สูงศักดิ์ ไฉนเรื่องแค่นี้จึงแยกแยะไม่ออก” จินเป่าโวยวายเสียงดังลั่นในหัวหว่านชิงจนนางต้องแอบเบ้หน้า
“เอาเป็นว่า ข้าพบเขาบาดเจ็บติดกับดักอยู่บนเขา จึงช่วยพาลงมาด้วย” หว่านชิงอธิบายรวบรัด นางไม่ได้เล่าเรื่องที่แมวตัวนี้สื่อสารทางจิตได้ให้ชิงซานฟัง เพราะเกรงว่าเขาจะหาว่านางสติฟั่นเฟือนไปแล้ว
ชิงซานไม่ได้ซักไซ้ต่อ เขามองแมวดำด้วยสายตาอ่อนโยนลง “บ้านเรามีหนูชุกชุม เลี้ยงแมวไว้สักตัวก็ดีเหมือนกัน แต่แม่ใหญ่อาจจะไม่ยอมให้นำของกินในครัวมาแบ่งให้มัน”
“เรื่องนั้นข้าจัดการเองได้ ท่านพี่ไม่ต้องกังวล” หว่านชิงยิ้มกริ่ม นึกถึงเห็ดซงหรงที่ซ่อนอยู่ก้นตะกร้า ขอเพียงพรุ่งนี้นางหาทางนำมันเข้าเมืองไปขายได้ เรื่องปากท้องของคนและแมวในบ้านรองย่อมหมดปัญหา
ระหว่างที่ทั้งสองกำลังปรึกษากันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าเล็กๆ ก็วิ่งตึกตักเข้ามาจากทางระเบียง จ้าวเสี่ยวหย่าผลักประตูห้องเข้ามา ใบหน้ามอมแมมของเด็กน้อยเต็มไปด้วยคราบเขม่าควัน
“พี่สะใภ้รอง ท่านกลับมาแล้ว! ท่านแม่ให้ข้ามาตามท่านไปล้างชามที่หลังครัว... อ๊ะ!” คำพูดของเสี่ยวหย่าขาดห้วงไปทันที ดวงตากลมโตของเด็กหญิงเบิกกว้างจ้องมองก้อนขนสีดำในอ้อมแขนของหว่านชิงราวกับเห็นสมบัติล้ำค่า
“แมว... แมวน้อย!” เสี่ยวหย่าอุทานเสียงใส ร่างเล็กๆ พุ่งพรวดเข้ามาใกล้ด้วยความตื่นเต้น
จินเป่าที่กำลังเลียอุ้งเท้าทำความสะอาดตัวเองหยุดชะงัก มันหรี่ตามองเด็กหญิงผอมโซตรงหน้าด้วยสายตาหยิ่งยโส “ชิ มนุษย์เด็กที่สกปรกมอมแมม อย่าหวังว่าจะได้เอามือเหม็นๆ นั่นมาแตะต้องขนอันเงางามของท่านจินเป่าผู้นี้เชียวนะ!”
เสียงขู่ฟ่อดังลอดไรฟัน จินเป่าพองขนฟูฟ่อง ทำท่าจะกางกรงเล็บตบสั่งสอนเด็กน้อยให้รู้ที่ต่ำที่สูง หว่านชิงกำลังจะเอ่ยปากเตือนเสี่ยวหย่าให้ระวัง แต่เหตุการณ์ตรงหน้ากลับพลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง
แทนที่จะหวาดกลัว เสี่ยวหย่ากลับยิ้มกว้าง เด็กน้อยยื่นมือเล็กๆ ที่ล้างจนสะอาดสะอ้าน แม้เสื้อผ้าจะเปื้อนเขม่า ออกมา ไม่ได้พุ่งเข้าตะปบร่างแมวอย่างเด็กทั่วไป แต่นางค่อยๆ ยื่นนิ้วชี้ไปเกาเบาๆ ที่ใต้คางของจินเป่าอย่างรู้จุด
แกร่ก...
เสียงขู่ฟ่อหยุดลงกะทันหัน ดวงตาสีทองที่เบิกกว้างด้วยความโกรธเมื่อครู่ค่อยๆ หรี่ลงครึ่งหนึ่ง จินเป่ายืดคอขึ้นรับสัมผัสจากปลายนิ้วเล็กๆ นั้นโดยสัญชาตญาณ
“แมวน้อยน่ารักจังเลย ขนก็นุ่มนิ่ม” เสี่ยวหย่าเจรจาเสียงหวาน มือซ้ายยังคงเกาใต้คาง ส่วนมือขวาเริ่มขยับไปลูบไล้เบาๆ ที่บริเวณโคนหางและหลังใบหู ซึ่งเป็นจุดตายที่เผ่าพันธุ์แมวไม่อาจต้านทานได้
“อะ... อ๊ะ... บังอาจนัก เจ้าเด็กมนุษย์... ตรงนั้นแหละ ขยับไปทางซ้ายอีกนิด” เสียงในหัวของหว่านชิงเปลี่ยนจากความเกรี้ยวกราดเป็นเสียงครางเครือที่เต็มไปด้วยความเคลิบเคลิ้ม
จินเป่าผู้ประกาศตนว่าเป็นสัตว์วิญญาณผู้ยิ่งใหญ่ บัดนี้ทิ้งตัวลงนอนหงายเงิบ เผยพุงกะทิสีดำอวบอ้วนให้เสี่ยวหย่าปรนนิบัติอย่างเต็มที่ สองขาหน้าของมันพับงอขึ้นกลางอากาศ หลับตาพริ้มส่งเสียงครางครืดคราดในลำคออย่างมีความสุข ไม่เหลือคราบความหยิ่งยโสแม้แต่น้อย
“พี่สะใภ้รอง ข้าขอเลี้ยงเขานะเจ้าคะ ข้าจะแบ่งส่วนข้าวของข้าให้เขากินเอง” เสี่ยวหย่าช้อนตามองหว่านชิงอย่างออดอ้อน สองมือยังคงขยำพุงนิ่มๆ ของจินเป่าไม่หยุด
หว่านชิงแทบจะหลุดขำออกมาเมื่อได้ยินเสียงโวยวายของแมวอ้วนในหัว ‘ใครจะไปกินข้าวต้มใสแจ๋วของเจ้ากัน! ข้ากินแต่เนื้อกับปลาเท่านั้น โอ๊ะ นวดตรงนั้นอีกนิด ดีมาก ทาสหมายเลขสองของข้า’
“ได้สิ เขาชื่อจินเป่า ต่อไปนี้หน้าที่ดูแลจินเป่าข้ามอบให้เจ้าก็แล้วกัน” หว่านชิงลูบผมเด็กน้อยด้วยความเอ็นดู
ชิงซานยืนมองภาพภรรยา น้องสาว และแมวตัวใหม่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น รอยยิ้มบางเบาแตะแต้มบนมุมปากของบุรุษร่างยักษ์ บ้านที่เคยเงียบเหงาและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว บัดนี้กลับมีชีวิตชีวาขึ้นมาเพียงเพราะสตรีบอบบางผู้หนึ่งก้าวเข้ามา
“ท่านพี่” หว่านชิงหันไปหาสามี “พรุ่งนี้เช้า ท่านพอจะมีเวลาจับปลาในลำธารสักตัวสองตัวหรือไม่ ข้าสัญญาไว้ว่าจะหาปลาย่างให้จินเป่ากินเป็นรางวัลที่เขา เอ้อ ยอมมาอยู่เป็นเพื่อนเสี่ยวหย่า”
ชิงซานพยักหน้ารับทันทีโดยไม่ต้องคิด “ได้ พรุ่งนี้ก่อนฟ้าสางข้าจะไปดักปลาที่ท้ายหมู่บ้าน ลำธารช่วงนี้มีปลาเนื้ออ่อนเยอะทีเดียว”
‘ได้ยินหรือไม่ยัยทาส สามีร่างหมีของเจ้านี่ยังรู้ความกว่าเจ้าเสียอีก รีบหาปลามาเซ่นไหว้ข้าโดยเร็วล่ะ’ จินเป่าส่งเสียงแทรกขึ้นมาในหัว ขณะที่ยังคงนอนหงายให้เสี่ยวหย่านวดพุงอย่างเมามัน
หว่านชิงลอบมองสามีสลับกับกุนซือสี่ขาของนาง นางจัดตะกร้าฟืนให้เข้าที่ ซ่อนใบไม้ที่ปิดทับเห็ดซงหรงไว้อย่างมิดชิด พรุ่งนี้นางมีแผนการใหญ่ในใจ การนำเห็ดไปขายในเมืองจะต้องผ่านหูผ่านตาครอบครัวบ้านจ้าวไม่ได้เด็ดขาด
หญิงสาวเดินตามเสี่ยวหย่าออกไปล้างชามที่หลังครัวตามคำสั่งของแม่สามี แม้งานจะหนักและน่าเบื่อหน่าย แต่หัวใจของนางกลับไม่รู้สึกหนักอึ้งเหมือนวันแรกที่ก้าวลงจากเกวียนอีกแล้ว ในเมื่อนางมีทั้งสามีที่ซื่อตรง น้องสาวที่น่ารัก และกุนซือปากแจ๋วอยู่เคียงข้าง การจะพลิกชะตาสร้างตัวจากโคลนตมขึ้นไปเป็นคหบดีหญิงผู้มั่งคั่ง ก็คงไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป
ข้อตกลงสัญญาทาสได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว พร้อมกับก้าวแรกแห่งความรุ่งโรจน์ที่ซ่อนอยู่ก้นตะกร้าฟืนใบเก่านั้นเอง