บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 3

“เมมาแล้วค่ะคุณป้า” เมริสา หน้าเชิด หลังตรง วางท่วงท่าสง่าผ่าเผยเดินนวยนาดเข้ามาในงาน จนสามารถเรียกความสนใจจากสายตาแขกผู้มีเกียรติทั้งคนใหญ่คนโตที่มาร่วมอวยพรวันเกิดจรรยาได้เป็นอย่างดี

ไม่เว้นแม้กระทั่งนักข่าว ที่เมื่อครู่กำลังสัมภาษณ์ พิรญา ดาราสาวดาวรุ่งถึงเรื่องละครใหม่ที่กำลังมีแพลนเปิดกล้องเร็ว ๆ นี้ ก็กรูกันไปเก็บภาพผู้มาใหม่ ปล่อยให้ดาวเด่นของงานเมื่อครู่ลอยค้างเติ่งอยู่บนยอดเขาจวนเจียนจะสะดุดขาตัวเองร่วงหล่นลงมาเต็มที

“สวสดีค่ะคุณป้า” เมริสาแอบลักลอบยักคิ้วหลิ่วตาใส่สามีเล็กน้อยในจังหวะที่กำลังก้มศีรษะลงไหว้สวัสดีคุณป้าจรรยา

ธนาธิปยอมรับว่าเธอดูสวยผิดหูผิดตาไปจากทุกวันจริง เขาล่ะนึกว่าลูกสาวคนเดียวของคุณอาทั้งสองจะมีแค่มุมที่หน้าสด ขมวดผมไว้กลางหัว และสวมใส่เพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวใหญ่โคร่งซะอีก เพราะเขากลับบ้านไปทีไรก็มักจะเห็นแต่ภาพเดิม ๆ จนชินตา

แต่วันนี้เธอปล่อยผมยาวสลวยสยายถึงกลางหลัง เรือนร่างบอบบางคล้ายหุ่นนางแบบสวมใส่ชุดเดรสสีชมพูอ่อนของแบรนด์ดังระดับโลก ส่วนด้านบนมีลักษณะเหมือนเกาะอกโค้งรูปหัวใจทับด้วยเนื้อผ้าชีฟองบาง ๆ อีกชั้นหนึ่งร้อยผูกคอไว้ท้ายทอย ปล่อยชายกระโปรงยาวเพียงบนหัวเข่า บริเวณสะโพกตกแต่งด้วยโบว์ขนาดใหญ่ด้านข้างและห้อยสายระย้าลงมา แมทซ์กับสร้อยคอจี้เพชร สร้อยข้อมือประดับ คู่กระเป๋าถือราคาเฉียดล้านได้อย่าลงตัว สมแล้วที่ออกงานสังคมทีไรผู้คนเขาร่ำลือถึงการแต่งตัวของเธอว่าสวยดึงดูดทุกสายตาจนเจ้าจองงานหมองไปเลย

“ทำไมตาธันบอกว่าหนูเมไม่สบายไม่ใช่เหรอจ้ะ” จรรยารับไหว้หลานสะใภ้ แต่ก็ยังอดสงสัยไม่ได้จึงเอ่ยถามออกไป

“พี่ธันวาบอกคุณป้าแบบนั้นเหรอคะ” เธอแสร้งตีหน้าใสซื่อ “หากพี่ธันวาบอกแบบนั้น ก็คงแบบนั้นล่ะค่ะ” ดูคล้ายจะเอนเอียงตามคำพูดธันวา แต่กลับตรงกันข้าม เธอสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นคนที่โดนกระทำทว่าออกตัวปกป้องสามี ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วต้องการบอกกลาย ๆ ว่า นายธันวาโกหก!! ซึ่งดูเหมือนคนในงานก็พอคาดเดาได้ความจริงมันเป็นยังไง

“แล้วนี่หนูเม มากับใครเหรอจ๊ะ” ประไพศรี เพื่อนในแวดวงคุณหญิงคุณนายสังคมผู้ลากมากดีเอื้อนเอ่ยถามด้วยควมอยากรู้อยากเห็น

เมริสาหลุบตาลงมองต่ำ ก้มหน้างุด แล้วเม้มริมฝีปากเข้าหาเล็กน้อยก็ยิ่งดูน่าสงสารเข้าไปใหญ่​ “เมนั่งแท็กซี่มาค่ะคุณป้า เมต้องกราบขอโทษคุณป้าจรรยาและคุณป้าทุก ๆ คนด้วยนะคะที่มาช้า พอดีว่าเมยืนโบกแท็กซี่อยู่เกือบครึ่งชั่วโมงกว่าจะมีแท็กซี่แวะรับน่ะค่ะ”

ได้ยินเมริสาพูดออกมาเช่นนี้ เสียงซุบซิบนินทาก็เริ่มดังขึ้นจนหนาหู บ้างก็ยกฝ่ามือขึ้นทาบอกด้วยความตกใจเพราะใครต่างก็รู้ว่าคุณเกียรตินครและคุณพรพรรณรักลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวอย่างเมริสามากแค่ไหน ชนิดที่ว่ายุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม แต่ธันวากลับปล่อยให้เธอยืนโบกแท็กซี่รอเป็นครึ่งชั่วโมงแถมยังมาพูดจาโกหกใส่ความว่าเธอไม่สบายจึงมาร่วมงานไม่ได้อีกด้วย

“เมริสา” ธนาธิปตะลึงไปพักหนึ่ง ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองว่าเมื่อครู่ผู้หญิงคนนี้กำลังแสร้งพูดเพื่อให้ทุกคนเข้าใจว่าเขาเป็นคนใจจืดใจดำปล่อยให้ภรรยาโบกแท็กซี่กลางค่ำกลางคืน ทั้ง ๆ ที่ความจริงเป็นยังไง เธอเองก็น่าจะรู้แก่ใจดี

“ตายจริง ตาธัน ทำไมปล่อยให้หนูเมนั่งมาแท็กซี่มาล่ะ” คุณจรรยาหันไปดุหลานชาย

“คุณป้าอย่าว่าพี่ธันเลยนะคะ” เมริสายังคงแสดงละครในบทบาทนางเอกผู้แสนดีที่โดนกระทำต่อหน้าแขกภายในงานอย่างแนบเนียน จนไม่มีใครสามารถจับพิรุธเธอได้เลยสักคน ยกเว้นธนาธิปที่รู้เบื้องลึกตื้นหนานิสัยใจคอของผู้หญิงแบบเมริสาดี แต่ก็ไม่คิดว่าเธอจะกล้าทำถึงขนาดนี้ “บังเอิญว่าเมื่อตอนเย็นคุณพิญญาโทรมาหาพี่ธันว่ารถเสีย พี่ธันก็เลยต้องไปรับที่บ้านน่ะค่ะ” ว่าพลางก็เดินเข้าไปคล้องแขนแกร่งกำยำ

"เม..." ธันวาขมวดคิ้วจนแทบจะชนกัน หรี่ตามองเจ้าของใบหน้าใสซื่อคล้ายกับต้องการถามว่า 'เธอกำลังคิดจะทำอะไรกันแน่เมริสา!'

เหอะ และคงจะต้องพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ใจเย็นอีกเช่นเคย

"ตั้งแต่เเต่งงานกันมา ตัวเมเองสัมผัสได้ว่าพี่ธันเนี่ยเป็นคนดีมาก จริง ๆ นะคะ" พูดพลางพยักหน้าเพื่อต้องการเน้นย้ำว่าเป็นเช่นนั้นจริง "ไม่ว่าคนอื่นจะโทรมาขอความช่วยเหลือดึกดื่นแค่ไหน อาจจะเป็นเรื่องเล็กเรื่องน้อย ก็อกน้ำเสียบ้าง ไฟดับบ้าง พี่ธันก็ไม่เคยปฏิเสธเลยสักครั้ง คนที่คิดถึงคนอื่นก่อนตัวเองเนี่ยน่ายกย่องว่าไหมคะพี่ธัน”

เมริสาแหงนหน้าขึ้นไปมองธันวาที่กำลังพยายามระงับอารมณ์ของตนเองไม่ให้หลงกลตกหลุมพลางที่อีกฝ่ายสร้างไว้

คำว่า คนอื่น เมื่อครู่ อาจหมายถึงโดยรวมไม่ได้พูดระบุเจาะจงแน่ชัดว่าคือใคร แต่ก็พอสามารถคาดเดาชี้ตัวได้คงไม่แคล้วไปจากดาราสาว พิรญา คนที่เคยมีข่าวว่าแอบลักลอบคบหากับธนาธิปแบบลับ ๆ

ช่วงก่อนที่เมริสาจะเข้ามามีบทบาทในชีวิตของธันวาพร้อมทะเบียนสมรสเมียตามกฎหมาบที่ถืออยู่ในมือ ข่าวดาราสาวอักษรย่อ พ.พาน ลักลอบมีความสัมพันธ์ กับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงอักษรย่อ ธ.ธง ชาวเน็ตขุดคุ้ยจนได้ทราบว่าคือ พิรญา และ ธนาธิป ซ้ำยังมีรูปหลุดที่ทั้งสองไปเที่ยวทะเลด้วยกันที่หัวหินอีกด้วย

ซึ่งช่วงนั้นก็คบหากันจริง ได้ประมาณห้าหกเดือน ก่อนที่เมริสาจะดังกระฉูดจากละครช่องหลากสีในบทบาทนางเอกเจ้าน้ำตา และกำลังมีกระแสจิ้นกับดาราหนุ่มซึ่งเป็นผลให้ได้งานทั้งโฆษณา พรีเซนเตอร์ แขกรับเชิญ อีกมากมายตามมา จึงกลัวว่าจะเสียการเสียงาน สูญเสียแฟนคลับไป ก็เลยปรึกษากับธันวา แล้วออกมาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ยืนยันว่าตนไม่ได้มีความสัมพันธ์กับธนาธิปเกินสถานะเจ้านายกับลูกน้อง!

ภาพที่เห็นทะเลหัวหิน ก็เป็นเพียงการทำงานเท่านั้น!! ข่าวก็เงียบไป และอาจโด่งดังขึ้นอีกครั้งหลังจากได้ยินคำพูดจากเมริสาในวันนี้

"ใช่จ๊ะ ตาธันพาหนูไปหาอะไรกินไป" คุณจรรยารีบตัดบท

"ครับ"

...

"คิดจะทำอะไรกันแน่เมริสา!" ธนาธิปพาหญิงสาวเลี่ยงออกมาด้านนอก ก่อนที่เธอจะก่อเรื่องสร้างความวุ่นวายไปมากกว่านี้

นั่นไง! เธอคิดไว้ไม่มีผิด เขาต้องพูดและใช้สายตาแบบนี้! ผู้ชายอะไร๊ โกรธจนควันออกหูแต่ยังคงวางมาดลุคผู้ลากมากดีเอาไว้ สวมใส่หน้ากากเข้าหาเธอตลอดเวลา

"เมเปล่านะคะพี่ธัน" เธอปฏิเสธด้วยแววตาใสซื่อ แต่มันไม่ได้ดูน่ารัก น่าเอ็นดูเลยสักนิด! ในทางกลับกันเขามองว่ามันน่ารำคาญลูกหูลูกตาเสียอีก "เมื่อกี้พี่ธันก็น่าจะได้ยินนะคะว่าเมพูดชม พูดสรรเสริญเยินยอว่าพี่ธันเป็นคนดีมากแค่ไหน"

"เมริสา!" ธันวากดเสียงต่ำ กระชากเรียวแขนบางคว้าหมับด้วยความโมโหที่โดนเธอปั่นประสาทยั่วยุอารมณ์

เหอะ คิดว่าคนแบบอีเมจะยอมแพ้รึไง เปล่าเลย เธอยังคงเชิด ทำใจดีสู้เสือ สบตาเขาอย่างไม่เกรงกลัว "ว่าไงคะพี่ธัน"

คำว่า พี่ ยิ่งชวนให้ธันวารู้สึกโมโหเข้าไปใหญ่ เพราะรู้ดีว่าเธอกำลังกวนประสาทและใช้ถ้อยคำกระแทกแดกดัน ร้อยวันพันปีตั้งแต่แต่งงานกันมา พออยู่ลับหลังคนอื่นเธอก็มักจะใช้สรรพนามที่เว้นระยะห่างไม่ให้ใกล้ชิดหรือล่วงล้ำพื้นที่ส่วนตัวของกันและกันมากจนเกินไปเช่นเดียวกับเขา คือ

แทนตัวเองว่า ฉัน และ แทนเขาว่า คุณธัน

"มาทำอะไรกันอยู่ตรงนี้เหรอคะ"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel