บทย่อ
เราก็แค่จำใจทนอยู่กันไปเพื่อรอวันหย่า แต่การกระทำของเขากลับทำให้ฉันเผลอคิดเข้าข้างตัวเอง ยอมถลำก้าวขาเข้ากองไฟ พอรู้ตัวอีกทีก็ดันรู้ว่าที่ผ่านมา แม่ง ไม่มีอะไรจริงเลยสักอย่าง
#####บทที่ 1
"ไงคะคุณสามี ปลอบใจคนรักเสร็จแล้วหรือไงถึงโผล่หัวกลับมาบ้านได้" เรือนร่างบอบบางขาวนวลเนียนดั่งน้ำนมซุกซ่อนอยู่ในเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่โคร่งปล่อยชายยาวลงไปคลุมท่อนขาอ่อนเอาไว้
เธอถามพลางเขย่งปลายเท้าหยิบแก้วใสบนเคาน์เตอร์ด้านบน หมุนตัวกลับมาเปิดขวดน้ำส้มรินใส่แก้ว ก่อนจะยกขึ้นกระดกเข้าปากรวดเดียวอย่างไม่มีรักษาภาพลักษณ์กุลสตรีไทย
สำหรับคนอื่นอาจคิดว่า เธอเป็นคนเถรตรง ไม่นิยมปั้นน้ำเป็นตัว สร้างภาพให้ดูดี แต่สำหรับเขาที่เนี๊ยบตั้งแต่หัวจรดเท้ากลับมองว่ามันดูไร้มารยาทต่างหาก! ผู้หญิงอะไรไม่รู้จักเสเเศร้าประจบประแจงเอาเสียเลย แลดูน่ารำคาญลูกหูลูกตา!
"ว่าไงคะสามี" เธอเลิกคิ้วถามอีกรอบ ทุกการเคลื่อนไหวกลับดูเย้ายวนเหมือนจงใจให้ท่า เพราะเสื้อเชิ้ตตัวใหญ่โคร่งที่เธอสวมใส่อยู่ขาวบางจนมองทะลุปรุโปร่งไปถึงด้านใน ฉะนั้นยามที่ร่างอ่อนแอ้นโยกย้ายสายตาเขาดันเหลือบเห็นก้อนกลม ๆ อวบอัดคัดอยู่ด้านในกระดุมแทบปริ "ไปปลอบขวัญกันท่าไหนล่ะ ทำไมถึงได้กลับเอาป่านนี้"
หญิงสาวเดินเข้าไปแนบชิด ยกฝ่ามือขึ้นลูบกรอบหน้าหล่อเหลาของสามี แล้วไล้ลากผ่านแผงอกล่ำสั่นผ่านเสื้อเชิ้ตที่ปลดกระดุมคออกสองสามเม็ด แต่กลับถูกเขาผลักไสไล่ส่ง ขยับออก คล้ายกับเธอเป็นตัวเชื้อโรคที่ต้องแสดงทีท่ารังเกียจจนออกนอกหน้าขนาดนั้น
"หยุดทำตัวน่ารังเกียจแบบนี้สักทีเมริสา! รู้รึเปล่าว่าท่าทีของคุณไม่ได้น่ามองเลยสักนิด" ชายหนุ่มเอี้ยวตัวไปทางอื่น
"แหม ๆ ใครมันจะน่ามองเท่าแฟนคนสวยของคุณล่ะหึ สำออยนิด สำออยหน่อย ก็มีสามีชาวบ้านรีบวิ่งแจ้นไปประคบประหงมถึงที่ เหอะ! " เมริสากรอกตามองบนด้วยความหมั่นไส้
เธอคือ เม เมริสา ลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของคุณเกียรตินคร และคุณพรพรรณ วงศ์สุรสมบัติ นามสกุลเธอ ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะคุณพ่อเป็นถึงซีอีโอบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ รวมทั้งอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจอีกมากมาย ชนิดที่ว่าเธอไม่จำเป็นต้องทำงานทำการก็มีเงินผลาญเล่นไปตลอดทั้งชาติ!
ชีวิตเธอสุขสบาย เรียกได้ว่า โคตรดี เรียนจบมางานการก็ไม่เคยต้องทำ เอ้อระเหยลอยชายผลาญเงินไปวัน ๆ ช้อปปิ้ง รูดบัตรเครดิต ขึ้นเหนือล่องใต้ บินข้ามประเทศไปเช้าเย็นกลับเป็นว่าเล่น รุ่นลิมิเต็ดอิดิชั่นเธอไม่เคยพลาดสักแบรนด์ คุณพ่อคุณแม่ก็ตามใจ สปอยล์เต็มที่เพราะเกิดมาเป็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนแค่คนเดียว แต่แล้ว ความสุข ก็ถูกกระชากด้วยพันธะสัญญาบ้าบอ
คุณพ่อคุณแม่ที่ตามใจเธอทุกอย่าง อยากได้อะไรก็ต้องหามาให้ หรือ ไม่ชอบใจสิ่งไหนก็พาไปพ้นทาง จู่ ๆ ก็ยื่นคำขาดให้เธอเข้าพิธีวิวาห์กับ ธันวา ธนาธิป ลูกชายเพื่อนสนิท เพื่อดองเป็นทองแผ่นเดียวกัน ได้เกื้อหนุนผลประโยชน์ทางธุรกิจ และเป็นคำมั่นสัญญาของคุณปู่ทั้งสองตระกูลหมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เธอเพิ่งออกมาลืมตาดูโลกได้แค่สามเดือน
ถึงหน้าตาเขาจะหล่อเหลาเอาการ รูปร่างล่ำสั่น ตั้งแต่หัวจรดเท้าดูดีสมฐานะตระกูลใหญ่ แต่บุคลิกกลับไม่เป็นมิตร หยิ่ง วางมาด เข้าถึงยาก ซ้ำปากคอเราะราย ชอบดูถูกดูหมิ่นเหยียดหยามเธอผ่านสายตาคู่นั้น เธอนี่ปฏิเสธค้านหัวชนฝา คร้านจะดองกับคนพรรค์นี้ แต่หากสำเร็จปัจจุบันก็คงไม่ต้องตกอยู่ในฐานะ เมียตีทะเบียน หรอก
คุณพ่อยื่นคำขาด หากเธอไม่ยินยอม ก็อย่าหวังว่าจะได้ทรัพย์สมบัติสักชิ้น!!! สุดท้ายก็ต้องเข้าพิธีวิวาห์อย่างจำใจ
พ่อคนนั้นเขาหลงตัวเองคิดว่าเธอสเน่หา อยากได้ผัวใจจะขาด จึงไม่ปฏิเสธความต้องการของผู้ใหญ่ เธออยากตะโกนใส่หู แล้วบอกว่า หยุดมั่นหน้ามั่นโหนกเสียที สำหรับเมริสาแล้ว เงินเท่านั้นที่ เอเวอรี่ติง ธนบัตร
อิสรภาพเธอหายไปในชั่วพริบตา ต้องมาตกล่องปล่องชิ้น จดทะเบียนปั้นหน้าสร้างภาพเป็นคู่ผัวตัวเมียที่รักกันปานจะฉีกวานดม ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้วเขาคุยกับเธอแทบจะนับคำได้ ซ้ำบางสัปดาห์ก็หายหน้าไปไม่บอกไม่กล่าว กลับมาอีกทีก็ทำเหมือนเธอเป็นวิญญาณไร้ตัวตน
“เมริสา” ธนาธิปได้ยินเธอพูดละลาบละล้วงลามปามถึงคนรักก็รู้สึกไม่พอใจ คว้าหมับเข้าที่ข้อแขนเล็กแล้วกระชากอย่างแรงจนร่างบอบบางไถลเข้าไปชิด "คุณไม่มีสิทธิไปว่าพิญญาแบบนั้น และที่สำคัญเผื่อคุณหลงลืมไปว่า สามีชาวบ้าน ที่คุณหมายถึงคบหากับพิญญามาก่อน หากไม่มีผู้หญิงแบบคุณเข้ามา บางทีตอนนี้เราสองคนอาจแต่งงานกันไปแล้วก็ได้"
ตั้งแต่แต่งงานกันมาสามเดือน นี่เป็นครั้งแรกที่สามีของเธอพูดด้วยประโยคยาวมากกว่าหนึ่งบรรทัดกับเธอ ช่างน่าอัศจรรย์ใจเสียจริง!
"แล้วทำไม ผู้หญิงแบบฉัน แบบฉันมันทำไม เหอะ ยังไงเสียตอนนี้ฉันก็ได้ชื่อว่าเป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของคุณก็แล้วกัน" เมริสาโต้สวนกลับไปอย่างไม่ยอมความ "ฉันรู้ดีว่าคุณกับพิญญาคบหากันมาก่อนที่คุณจะต้องมาจำยอมแต่งงานกับฉันเพราะถูกพ่อแม่บังคับ ซึ่ง!! ฉันเองก็เช่นเดียวกัน อยากแต่งตายล่ะ ผู้ชายพรรค์นี้"
"เมริสา ไม่ใช่เพราะคุณอยากแต่งงานกับผมจนตัวสั่นเหรอ ในตอนที่พ่อแม่ผมไปทาบทามสู่ขอคุณกับคุณอา คุณถึงไม่ปฏิเสธ หนำซ้ำยังยิ้มหน้าระรื่นขานรับอย่างเต็มใจเสียอีก" เขายังจำได้ไม่ลืม ตอนนั้นเขาไม่มีทางเลือกจึงต้องยินยอมให้พ่อแม่ทำตามใจ ด้วยคิดว่าอย่างไรเสียผู้หญิงเอาแต่ใจตัวเอง หัวฝรั่งคนนั้นก็ค้านหัวชนฝาปฏิเสธการคลุมถุงชนแน่ ๆ
แต่แล้วทุกอย่างกลับผิดคาด เธอยิ้มหน้าระรื่นคล้ายรอคอยเวลานี้มานานแสนนาน ทั้ง ๆ ที่ความจริงเธอสามารถปฏิเสธได้ เพราะใครต่างก็รู้ ลูกสาวคุณอาเกียรตินครคนนี้ เอาแต่ใจ เชื่อมั่นในตัวเองสูง ไปร่ำเรียนถึงเมืองนอกเมืองนานิยมใช้ชีวิตแบบฟากตะวันตก ซ้ำคุณพ่อคุณแม่ยังสปอยล์ไม่เคยทำให้เธอต้องขัดใจเลยสักครั้ง
เขาเชื่อว่าหากเธอไม่ยอมซะอย่าง คุณอาเกียรตินคร และคุณอาพรพรรณหรือจะกล้าขัดใจลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน
เหอะ เว้นเสียแต่ว่า เธออยากมีผัวจนตัวสั่น! หน้าตาสะสวย แต่นิสัยเสียก็คงไม่มีใครอยากเอาทำเมีย!
“แหมมม คุณสาคะ วอนหยุดหลงตัวเองสิบวิเน๊อะ ฉันอยากแต่งงานกับคุณตายแหละ ผู้ชายหน้าตาพรรค์นี้โคตรโหล ฉันไปเดินตลาดสำเพ็ง โยนเหรียญหัวก้อยก็ได้มายกโขยง” เมริสาเดินเข้าไปประจันหน้ายังไม่ไม่มียำเกรง “แถมข้างสารสิบกระสอบ ฉันยังต้องคิดแล้วคิดอีกเลยหากต้องมีผัวแบบคุณ”
“แล้วตกลงแต่งกับผมทำไม ทำไมตอนนั้นที่คุณพ่อคุณแม่ผมไปทาบทามสู่ขอ คุณถึงไม่ปฏิเสธ” ธนาธิปเลิกคิ้วถาม พลางกระตุกยิ้มมุมปาก คำพูดของเธอคนนี้ย้อนแย้งโคตร ๆ
เมริสากรอกตามองบนด้วยความเอือมระอา แม่อยากกรี๊ดดดดดด ก็หากเธอแต่ง สิ่งที่ได้มันมีมูลค่ามากกว่าข้าวสารสิบกระสอบนั่นยังไงล่ะ มากจนสามารถเลี้ยงดูเธอได้ทั้งชีวิตโดนที่ไม่ต้องกระดิกตัวทำงานให้ปวดสมอง
เงินซื้ออีเมริสาไม่ได้หรอก ถ้าไม่มากพอ…ซึ่งกรณีนี้มันมากพอ เธอจึงยอมแลกกับอิสรภาพ
“สาระแนเหมือนกันนะคะเนี่ย” เมริสาหลุบตามองไปทางอื่น ให้เขาหมั่นไส้เธออย่างนี่แหละสนุกจะตายไป เผลอ ๆ หากทนไม่ไหวก็คงขอหย่าขาดจากเธอเอง ซึ่งกรณีนี้เธอไม่ผิด คุณพ่อคุณแม่จะมาตำหนิเธอไม่ได้! ดีเสียอีก เธอจะได้ไม่ต้องทนอยู่กับผู้ชายพรรค์นี้จนครบหนึ่งปีครึ่งตามสัญญา
แผนการชั้นยอด!!! ดูสิ ว่าเขาจะสามารถทนกับผู้หญิงแบบเธอได้นานสักแค่ไหน
“แล้วที่ฉันมารอคุณเนี่ย เพราะต้องการจะบอกว่า พรุ่งนี้คุณต้องไปร่วมงานวันเกิดคุณป้าจรรยาเพื่อนคุณแม่คุณที่โรงแรม รายละเอียดฉันจะแอร์ดอปให้ ช่วยแสดงบทบาทผัวเมียที่รักกันปานจะฉีกวานดมให้สมจริง เนียน ๆ อย่าโป๊ะแตกก็แล้วกัน ฉันเบื่อที่จะต้องปั้นหน้าตอบคำถามนักข่าวเต็มทีละ” พูดจบเมริสาก็เดินนวยนาดขึ้นไปชั้นบนของบ้านทันที

