บท
ตั้งค่า

๒ ไม่เคยเป็นฉันเลย (๒)

ปากหยักแสยะยิ้มสมใจเมื่อทำให้เธอคล้อยตามได้ คราวนี้ก็ไม่ยากแล้วหากจะพาหญิงสาวเข้าห้องเพื่อทำกิจกรรมร่วมกัน เชื่อว่าเธอจะต้องไม่ปฏิเสธอย่างแน่นอน อาการของหล่อนออกขนาดนี้แล้วว่าต้องการมากแค่ไหน

เขาไม่ปล่อยโอกาสให้เปล่าประโยชน์ รีบใช้มือข้างขวาล้วงเข้าไปในกางเกงของเธออย่างรวดเร็ว แตะเนินกลีบนุ่มจนพรรัมภาสะดุ้ง รีบหนีบขาตัวเองเอาไว้ไม่ให้เขาล่วงเข้าไปได้ พร้อมตะโกนเสียงดังเหมือนเป็นการเตือน

“จับนมอย่าล้วง!”

“เธอ...อยากแล้วอ่ะ เอาเลยได้ไหม” ตอนนี้ไม่มีอะไรฉุดเขาได้อีกแล้ว มือหนึ่งขย้ำดอกบัวงามส่วนอีกข้างก็แยกกลีบสีอ่อนเพื่อเข้าไปสัมผัสความนุ่มที่เพียงครู่เดียวก็มีน้ำแฉะติดเต็มนิ้วเขา มนัสกรรู้ในทันทีว่าตนเองคงไม่สามารถกินข้าวได้แล้ว

เพราะอยากกินคนบนตักมากกว่า...

“กินข้าวหมดก่อน หิว” พยายามโน้มน้าวถึงตัวจะเหลวเป็นขี้ผึ้ง

“เดี๋ยวใช้นิ้วให้นะ” เขาเริ่มเพิ่มนิ้วเข้าไปในช่องทางอุ่น มือบางเปลี่ยนจากจับแก้วมาจับแขนเขาทันที เธอเผลอหลุดเสียงครางทั้งยังพยายามห้ามปรามอีกฝ่ายสุดความสามารถ ถึงจะรู้ว่าเขาคงไม่ยอมปล่อยตนก็ตาม

“ไม่ ไม่เอานะ อื้อ สาม อย่าเพิ่งสิ นายจะรีบไปไหน” นึกหงุดหงิดที่ตื่นเช้ามายังไม่ทันได้กินข้าวก็ต้องโดนรังแกจากคนร่วมห้อง แต่หล่อนก็ต้องยอมรับว่ายามได้สัมผัสเขามีความสุขมากเพียงใด อยากให้แววตาของมนัสกรมีเพียงเธอผู้เดียว

“เข้าห้องเหอะ เอากันก่อนค่อยออกมากินก็ได้” ไม่พูดพร่ำทำเพลงรีบอุ้มเธอเข้าห้องอย่างรวดเร็ว หล่อนก็ไม่คิดปฏิเสธนอกจากโอนอ่อนตามความต้องการของร่างสูง แผ่นหลังบางสัมผัสเตียงก่อนจะรีบใช้ขาเกี่ยวเอวเขาพร้อมกับโอบลำคอหนาให้เข้าใกล้มากกว่าเดิม

“อื้อ” ครางแผ่วในลำคอยามถูกจุมพิต จ้องเข้าไปในดวงตาของเขาที่มีเพียงภาพของเธอ ทิ้งความเศร้าหรือน้อยใจเอาไว้เบื้องหลัง ตอนนี้สนใจแค่ชายหนุ่มเพียงคนเดียว

อย่างไรคนที่ได้ใกล้ชิดกับมนัสกรก็มีเพียงแค่เธอ...

พวกเขาใช้เวลาด้วยกันในห้องสี่เหลี่ยมเมื่อเขาไม่ได้ออกไปไหน ส่วนหล่อนก็รับงานมาทำที่ห้อง แต่ละวันผ่านไปด้วยความสุขที่ทำให้เธออยากหยุดเวลาเอาไว้ ร่างกายของเราสองคนแทบจะสัมผัสกันตลอดเวลา อย่างตอนที่เธอนั่งทำงานเขาก็จะมานอนตักเล่นเกมหรืออ่านเอกสารเรื่องงาน มีบางครั้งออกไปคุยกับเลขานุการด้วยมาดของผู้บริหาร จนเธอเผลอมองชื่นชม

แต่ก็เห็นบ่อยครั้งว่ามักจะมีข้อความจากอาณดาที่ส่งถึงเขา แล้วชายหนุ่มก็ตอบรวดเร็วพลางยิ้มมีความสุข ทำให้เธอต้องดึงตัวเองมาอยู่กับความเป็นจริง ย้ำตัวเองเสมอว่าห้ามเผลอแสดงท่าทีใดให้เขาจับได้เป็นอันขาด

ว่าเธอคิดกับชายหนุ่มมากกว่าเพื่อน กลัวว่าเรื่องของเราอาจจบลงที่มองหน้ากันไม่ติด...

“ไหนบอกอยู่หนึ่งสัปดาห์ ทำไมกลับเร็ว” ตื่นเช้าก็เห็นว่าเขากำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า จึงนึกสงสัยเพราะชายหนุ่มเหลือเวลาอีกสามวันกว่าจะครบหนึ่งสัปดาห์ แต่คำตอบของอีกฝ่ายก็ทำให้หล่อนเข้าใจได้ในทันที

“เอ๋ยจะขอติดรถกลับด้วย”

“อือ”

เขากลับเร็วเพราะผู้หญิงที่แอบชอบจะกลับด้วยนั่นเอง...

เหมือนว่าอีกไม่นานเธอคงต้องทำใจหากอีกฝ่ายมีแฟน คงได้ลดสถานะเหลือเพียงความเป็นเพื่อนกันอย่างเดียว

“ไม่หึงนะ” เก็บกระเป๋าเสร็จแล้วก็เดินมาหาคนที่นั่งอยู่บนเตียง ประคองใบหน้าหวานเข้ามาจุมพิตที่แก้มซ้ายขวา สูดกลิ่นกายของเธอเข้าปอดฟอดใหญ่พลางเอ่ยหยอกล้อ จนหล่อนถึงกับใจเต้นแรงด้วยความกลัวว่าเขาจะรู้ถึงความในใจของตน จึงพยายามปฏิเสธพร้อมกับดึงหน้าตึง

“หึ ใครหึงไม่ทราบ ไม่ได้เป็นแฟนกันจะหึงทำไม” ผลักเขาออกห่างแล้วทำหน้าไม่สบอารมณ์ มนัสกรเห็นอย่างนั้นก็กลั้วหัวเราะมีความสุขที่ได้แกล้งเธอ

“ไปล่ะ ไว้มาคราวหน้าเจอกัน” ยกมือขึ้นลูบศีรษะมนแล้วจ้องเธออยู่อย่างนั้น เหมือนว่าเขาอาลัยอาวรณ์จนหญิงสาวเผลอใจเต้นแรง เม้มปากแน่นกลัวว่าจะหลุดอ้อนให้เขาอยู่ที่นี่ต่อ แต่ยังไม่ทันที่หล่อนจะเปิดปาก ร่างสูงก็พูดขัดจนทำให้เธอต้องถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย

“ขอเอาก่อนไปได้ไหม”

ทั้งชีวิตคิดแค่เรื่องนี้หรือไง!

“รีบกลับเลย” ไล่เขากลับพร้อมกับนอนลงเหมือนเดิม

ห่มผ้าคลุมกายแล้วหลับตาลงปิดบังแววตาเศร้าหมองเอาไว้ ทว่าคนที่ควรออกไปกลับเลือกจะขึ้นมาบนเตียง จับแขนเรียวยกไว้เหนือศีรษะก่อนขึ้นคร่อม โน้มหน้าลงมาถูไถที่ดอกบัวคู่งามแม้ว่าหล่อนจะสวมเสื้ออยู่ก็ตาม

แต่เขารู้ดีว่านอกจากเสื้อยืดแล้วก็ไม่มีสิ่งใดปกปิดความอวบอิ่มเอาไว้ เธอไม่ได้ใส่ชุดชั้นในนอนแล้วเขาก็สามารถทำตามอำเภอใจได้

“ดูดนิดเดียว ติดนมเธอว่ะ” ไม่พูดเปล่ายังเลิกเสื้อยืดของเธอขึ้นเพื่อฟัดทรวงอกอวบได้ตามใจ ก่อนดูดกลืนยอดถันสีหวานอย่างมูมมาม น้ำลายไหลเปื้อนดอกบัวงามก่อนเขาจะตวัดปลายลิ้นละเลงจนช่วงบนของเธอเปียก

“ไอ้สาม!” พยายามผลักใบหน้าคมออกก็ไม่เป็นผล

“ป่ะ”

สุดท้ายก็แพ้ใจตัวเองยอมให้เขากินได้ตามใจ ไม่รู้ว่าจะใจแข็งกับมนัสกรได้เมื่อไหร่ หรือบางทีเธอควรจะบอกความในใจให้เขาได้รู้สักที

แตกหักไปเลยดีกว่าต้องทนเก็บความรักที่ล้นอกไว้เพียงผู้เดียว...

คอนโดมิเนียมเงียบเหงาเกินไป มองทางไหนก็มีแต่ภาพของคนตัวสูงจนเธอไม่มีสมาธิทำงาน จึงเลือกเก็บข้าวของเพื่อกลับไปนอนบ้านที่อยู่นครปฐม เพราะเหตุนี้บุพการีจึงซื้อห้องใจกลางกรุงเอาไว้ให้เป็นที่พักยามเรียนมหาวิทยาลัย แต่หลังจากเรียนจบเธอก็ยึดห้องไว้ใช้ไม่ได้กลับบ้านเหมือนพี่สาวที่ลาออกจากงานบริษัทแล้วกลับไปสานต่อกิจการครอบครัวเพราะรู้ว่าบิดาคงแบกคนเดียวไม่ไหว

จึงมีเพียงหล่อนที่ทำงานในตัวเมือง สลับกับกลับบ้านในบางครั้งแต่ส่วนมากก็อาศัยทำงานที่บ้าน ไม่อยากกลับมาอยู่ห้องแล้วภาพของใครบางคนผุดขึ้นมาให้คิดถึง

ถ้าเป็นแค่เพื่อนกันก็คงไม่รู้สึกมากขนาดนี้ แต่เพราะถลำลึกไปแล้วทั้งยังมีสถานะแค่คู่นอน จะหึงหวงหรือถือสิทธิ์เป็นเจ้าของก็ไม่ได้

อยู่ในจุดที่เหนื่อยจนอยากทิ้งหมดทุกอย่างแล้วไปอยู่คนเดียวให้รู้แล้วรู้รอด

“งานเสร็จแล้วเหรอ” กลับมาถึงบ้านก็เจอพี่สาวที่แต่งตัวทะมัดทะแมงกำลังจะออกไปทำงาน ซึ่งโรงงานก็ไม่ไกลจากบ้าน อยู่ถัดไปอีกซอยเท่านั้นซึ่งสามารถปั่นจักรยานไปได้

บ้านที่เธออยู่มาแต่เกิดเป็นบ้านปูนสองชั้นที่มีบริเวณกว้างขวาง มีต้นไม้และดอกไม้ประดับรอบบ้านตามความชอบของมารดา มีห้องเก็บของที่ตอนนี้เหมือนของจะล้นออกมาข้างนอกจนดูรก จึงให้คนงานมาจัดการนำของไปขายเมื่อสัปดาห์ก่อน

ถือกระเป๋าเสื้อผ้าหยุดทักทายกับพี่ที่อายุห่างกันสามปี ปานอัปสร ปัญญาวุธหรือชื่อเล่นคือขนมตาลทิ้งงานเงินเดือนครึ่งแสนเพื่อมาสานต่อธุรกิจครอบครัว เริ่มต้นใหม่ทั้งหมดจนกิจการกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง แรกเริ่มเดิมทีบิดาของเธอขายไม้เป็นงานหลักแต่เหมือนจะไปไม่รอดจึงนำไม้มาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งดูท่าจะไปได้ดีแต่กาลเวลาผ่านไปกิจการก็ซบเซา ทั้งยังมีอาการปวดหลังจนทำงานหนักไม่ไหว

ปานอัปสรถึงลาออกจากงานแล้วมารับช่วงต่อ เริ่มออกแบบโต๊ะแล้วทำตามออเดอร์ของลูกค้า เข้าวัดพึ่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์เพราะเชื่อว่าเรื่องค้าขายก็ต้องอาศัยดวงด้วย ลุยด้านโซเชียลเพื่อเข้าถึงลูกค้าง่ายกว่าเดิม โดยมีน้องสาวช่วยเรื่องเว็บไซต์ สองพี่น้องรักใคร่กลมเกลียวกันเป็นอย่างดี

“เสร็จแล้วค่ะ” พยักหน้าแล้วตอบเสียงเบา เห็นอาการของคนอายุน้อยกว่าก็นึกสงสัย

“หน้าหงอยนะ เป็นอะไรหรือเปล่า” ยกมือลูบศีรษะมนแล้วยิ้มให้ แต่คนที่อยู่ในอาการห่อเหี่ยวกลับถอนหายใจเสียงหนัก อยากร้องไห้แต่ก็ต้องกลั้นเอาไว้สุดความสามารถ

“เหนื่อยอ่ะเจ้” ทิ้งกระเป๋าแล้วเข้ามาพิงไหล่คนเป็นพี่ที่ตัวเท่ากัน เห็นอย่างนั้นก็รู้ทันทีว่าน้องมีเรื่องในใจ จึงถามด้วยความเป็นห่วง ไม่เคยเห็นพรรัมภาจะเป็นหนักขนาดนี้

“งานเหรอ”

“อือ” เช็ดน้ำตาที่คลอเบ้าออกแล้วพยักหน้าตอบ ค่อยเดินถอยห่างพี่สาวแล้วยิ้มให้อีกฝ่าย ทำเหมือนไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel