บท
ตั้งค่า

๑ ใจเธอกอดใคร (๓)

“งานแต่งไอ้โต้งไปด้วยกันไหม หรือว่าแยกกันไปแล้วเจอกันที่งาน” ถึงจะอยากไปกับเขาแต่ก็ไม่อยากโดนเพื่อนแซว กลัวตัวเองจะหลุดแสดงสีหน้าให้คนอื่นรู้ว่าคิดไม่ซื่อ

“แยกกันไป”

“ตามนั้น”

ชายหนุ่มตามใจหล่อนก่อนจะกอดเธอเข้าสู่ห้วงนิทรา ตื่นมาอีกทีก็ค่ำแล้วจึงสั่งอาหารมาส่งที่คอนโดมิเนียมเพราะเบื่อจะเผชิญรถติดออกไปกินข้าวนอก

ก้าวเข้ามาในงานแต่งที่เจอแต่คนคุ้นหน้าคุ้นตากันเต็มไปหมด ธีมสีของงานคือขาวชมพูตามที่บ่าวสาวชอบ เธอจึงเลือกเดรสสายเดี่ยวตัวยาวพื้นสีขาวแล้วแต้มด้วยลายดอกไม้สีชมพู เน้นทรวงทรงช่วงบนแล้วปล่อยบานตั้งแต่เอวลงไป สวมสร้อยไข่มุกเข้าคู่กับชุด ส่วนผมก็เลือกจะลอนหนาปล่อยสยายกลางแผ่นหลัง สวยจนชายหลายคนต่างเหลียวมองตามหลังแต่เหมือนว่าเธอจะไม่สนใจ

เดินไปยังส่วนโต๊ะยาวเพื่อเขียนคำอวยพรบ่าวสาวและหย่อนซองสีขาวลงในกล่อง ใส่เงินในจำนวนที่ดูไม่น่าเกลียดจนเกินไป รับของชำร่วมที่เป็นแก้วเล็กสองใบที่มีรูปหน้าเจ้าของงานแปะทับไว้ ไม่ลืมเข้าไปถ่ายรูปกับบ่าวสาวพร้อมเอ่ยแสดงความยินดี ก่อนเดินเข้ามาในงานซึ่งจัดเป็นโต๊ะกลมเขียนชัดเจนว่าโต๊ะไหนฝ่ายเจ้าบ่าวหรือฝ่ายเจ้าสาว

แน่นอนว่าเธอเดินตรงไปหากลุ่มเพื่อนของตัวเองที่มาเกือบครบแล้ว เลื่อนเก้าอี้นั่งลงข้างกับชายร่างท้วมที่สูงหนึ่งร้อยเจ็ดสิบสามเซนติเมตรแต่ชอบบอกคนอื่นว่าสูงหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตร หรือชื่อจริงก็คือจรูญ

อีกคนคือพลภัทรหนุ่มผิวขาวหน้าตี๋ที่คิดเสมอว่าตัวเองไม่หล่อ ทั้งที่ความจริงมีสาวมาจีบไม่ขาดสายแต่ก็ให้ทุกคนเป็นเพื่อนหมดเพราะไม่มั่นใจในตัวเอง ขลุกตัวอยู่ในห้องเพื่อแคสเกมจนมีเชื่อเสียงโด่งดังในวงการเกม

ถึงจะดูเหมือนคนขี้อายแต่ยามพูดหรืออธิบายเรื่องการเล่นเกมเหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน พูดจาฉะฉานฟังเข้าใจง่ายจนตอนนี้มีผู้ติดตามในแอพสีแดงเกือบหนึ่งล้านคนแล้ว ไม่ง่ายเลยที่จะได้พบเพื่อนคนนี้ในงานเลี้ยงเพราะส่วนใหญ่เขามักขลุกตัวอยู่ในห้องมากกว่า

ส่วนคนสุดท้ายที่นั่งกอดอกแล้วส่งสายตาล้อเลียนให้เธอไม่ใช่ใครอื่นไกล เป็นเจ้านายโดยตรงของหล่อนอย่างคีตภัทรนั่นเอง

“สวยเชียวนะครับคุณขนมผิง” เอ่ยชมเธอเป็นเสียงเดียว ร่างบางเลื่อนเก้าอี้ก่อนจะนั่งลงโดยไม่มีท่าทีเขินอาย หากเป็นเมื่อก่อนคงจะยิ้มเอียงอายอยู่บ้าง แต่เพราะรู้จักคนทั้งสามเป็นอย่างดี เรียนมหาวิทยาลัยมาด้วยกันแทบจะเห็นไส้เห็นพุงหมดแล้วจึงรู้ว่าคำชมเหมือนจะต้องการล้อมากกว่า

“สวยทุกวันอยู่แล้ว” ไหวไหล่เล็กน้อยก่อนยกมือกอดอกพลางมองอาหารตรงหน้าที่ทยอยมาเสิร์ฟ

“โฮ่ๆๆๆ” ทั้งจรูญและพลภัทรต่างส่งเสียงพร้อมกัน เธอถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

“เห่าทำไม” เสียงนั้นเงียบลงทันที

พรรัมภา ปัญญาวุธคือผู้หญิงที่เคยสวมแว่นหนาเตอะแล้วชอบก้มมองพื้นเหมือนหาเหรียญตลอดเวลา แต่กาลเวลาเปลี่ยนเธอให้หลายเป็นสาวสวยแถมปากจัดอีกต่างหาก ไม่อยากเชื่อเลยว่าจะเป็นผู้หญิงคนเดียวกับที่พวกเขาเจอตอนปีหนึ่ง

“ปากจัดฉิบ ใครได้เป็นแฟนจะทนเธอได้ไงเนี่ย” จรัญถึงกับส่ายหัวแล้วหยิบข้าวเกรียบเข้าปาก ไม่ลืมจิบน้ำสีอำพันไปด้วยเพราะงานนี้เหล้าเบียร์ไม่อั้น เขาจึงเตรียมถุงมาด้วยเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

“ก็ไม่คิดจะมีอยู่แล้วป่ะ” หล่อนโต้กลับทันที เพื่อนชายทั้งสามคนต่างมองหน้ากัน คีตภัทรนั่งเงียบไม่พูดอะไรแต่ปากอมยิ้ม ขณะที่พลภัทรก็ไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่น มีเพียงจรัญคนเดียวที่ขยับเข้าไปใกล้เธอพลางเอ่ยด้วยความหวังดี

“ตั้งแต่คบกันมาก็ไม่เห็นเธอคบกับผู้ชายคนไหนเลยนะ คิดจะอยู่เป็นโสดไปตลอดเลยเหรอ ไม่อยากมีแฟนหรือไง ให้ฉันแนะนำให้เอาไหม” ตอนนี้ชายหนุ่มทำงานเป็นผู้จัดการของนักแสดงชื่อดัง ตอนแรกก็หางานบริษัทแต่พอดีรู้จักกับหนุ่มหล่อเพราะเป็นเพื่อนบ้านกันแล้วผู้จัดการของอีกฝ่ายลาออกพอดี เขาจึงไปของานทำแล้วทำมาจนถึงปัจจุบัน รายได้ดีพอสมควรแถมยังไม่ต้องทำอะไรมากมีเวลาเหลือเฟือไปเล่นหุ้นอีกต่างหาก

รู้จักคนในวงการเยอะแยะจนสามารถหาคู่ให้เพื่อนได้สบาย ยิ่งหญิงสาวเป็นคนสวยเชื่อเลยว่าผู้ชายต้องต่อคิวจีบเป็นแน่

“ไม่ต้อง หาเองได้” ปฏิเสธรวดเร็วเพราะไม่ต้องการเอาปัญหามาเพิ่ม แค่ตอนนี้ที่มีอยู่ก็ไม่รู้ว่าจะแก้ไขยังไงแล้ว

“ไม่ใช่ว่ามีแล้วไม่ยอมบอกกันนะ” คราวนี้คนพูดคือคีตภัทร เขามองเธอแล้วอมยิ้มคล้ายรู้อะไรบางอย่างซึ่งตนไม่ชอบท่าทางของเพื่อนคนนี้เอาเสียเลย แต่พูดอะไรมากไม่ได้เพราะอีกสถานะหนึ่งของเราก็คือเจ้านายลูกน้อง

ต้องให้เกียรติเขาสักหน่อย

“ไม่มี” ตอบเสียงหนักแน่นถึงจะมีหน้าใครบางคนลอยขึ้นมาให้เจ็บใจก็ตาม แต่เธอกับเขาเราไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากคู่นอนยามที่เขามาเมืองหลวงเท่านั้น แล้วตอนนี้เหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังจะเริ่มความสัมพันธ์กับหญิงอื่น

เวลาของเธอกับเขาใกล้จะจบลงแล้ว คงต้องรีบทำใจก่อนเจ็บหนักมากกว่านี้ แต่ถ้าวันนั้นมาถึงจริงหล่อนรู้เลยว่าตัวเองคงร้องไห้น้ำตาเป็นสายอย่างแน่นอน

สำหรับมนัสกรเราอาจจะเพิ่งพบกันตอนปีหนึ่ง แต่สำหรับเธอมันไม่ใช่

เพราะแอบมองเขาตั้งแต่สมัยมัธยมแล้ว...เพียงแต่ชายหนุ่มไม่รู้เท่านั้นเอง

“แล้วนี่ไอ้สามไปไหนทำไมมันยังไม่มาอีกวะ กูรอนานแล้วนะ” เพื่อนในกลุ่มมากันครบแล้ว เหลือเพียงคนเดียวที่ไม่ค่อยเห็นหน้าค่าตาเท่าไหร่

พวกเขาเรียนด้วยกันตั้งแต่ปีหนึ่ง เริ่มจากคีตภัทรกับมนัสกรที่เป็นเพื่อนตั้งแต่มัธยม พลภัทรเข้ามาพร้อมกับจรูญที่มาจากต่างจังหวัด ส่วนเธอเป็นคนสุดท้ายที่เข้ามาอยู่ในกลุ่มผู้ชายทั้งสี่คน ไม่รู้ไปอย่างไรมาอย่างไรถึงได้สนิทสนมกัน แล้วคบมาจนถึงปัจจุบัน

“ตายยากฉิบหาย พูดถึงมันก็เดินมานู้นแล้ว” คนถูกกล่าวถึงเดินเข้ามาในงาน จรัญรีบยกมือขึ้นแล้วเรียกให้มานั่งด้วยกัน ซึ่งเก้าอี้ว่างอยู่ข้างหล่อนพอดี ไม่รอช้าเขารีบเลื่อนเก้าอี้นั่งลงติดกันอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ความจริงมีเก้าอี้ว่างอีกที่คือข้างคีตภัทร

เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็สามารถทำให้คิดเข้าข้างตัวเองได้ เพียงแต่หญิงสาวกลัวว่าตนจะเจ็บจึงพยายามไม่คิดอะไรมาก

“ไอ้สาม” คนเพิ่งมาใหม่ไล่กวาดสายตามองเพื่อนแต่ละคน ก่อนจะหยุดอยู่ตรงเจ้านายของหล่อนทีเพิ่งกลับไทยได้ไม่นานก็เข้าทำงานทันที

“เออ หล่อนะไอ้คีน กลับมาตัวใหญ่ขึ้นกว่าเดิมป่ะ แดกแต่นมกับแป้งอ่ะเนอะ” เจอกันในรอบหลายปี ส่วนคนที่ถูกว่าก็ส่ายศีรษะนึกเหนื่อยใจ

“มาถึงก็กัดกูเลยนะครับ” แต่คีตภัทรไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ สายตาของเขามองชายหญิงที่นั่งติดกันพลางกระแอมเล็กน้อย ก่อนเอ่ยเหมือนต้องการชักนำเพื่อนอีกสองคนให้คล้อยตาม แล้วก็ดูปฏิกิริยาของทั้งสองอยากรู้ว่าพัฒนาไปถึงไหนแล้ว

เขาบังเอิญไปเห็นฉากเด็ดพอดี จึงรู้ว่าเพื่อนในกลุ่มแอบคบกัน

แต่เหมือนสถานะอาจจะยังไม่ใช่แฟน ซึ่งก็สงสารฝ่ายหญิงพอสมควรเพราะดูออกว่าหล่อนคิดไปไกลแค่ไหน

“นั่งข้างกันเชียวนะ พวกมึงนี่ตัวติดกันตั้งแต่มหา’ลัยยันจบทำงาน กูนึกว่าคบกันแล้วนะเนี่ย” หย่อนระเบิดลูกใหญ่ลงในความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกชัดเจน ค่อยหยิบแอลกอฮอล์ขึ้นมาดื่มมุมปากแต้มรอยยิ้มเมื่อเห็นอาการของมนัสกรที่ตระหนกอย่างเห็นได้ชัด

“อะไรของมึงไอ้คีน” คนเพิ่งมาใหม่เอนกายพิงพนักเก้าอี้แล้วหยิบเหล้ามารินใส่แก้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel