๑ ใจเธอกอดใคร (๒)
ผู้หญิงที่เขาบอกกับเธอเสมอว่าชอบ ดาวคณะบริหารคนสวยที่ไม่มีใครเทียบติด อาณดา อาจแสงชัย ไม่ได้รู้จักกับฝ่ายนั้นเป็นการส่วนตัว เพียงแค่ทราบว่าหล่อนเป็นคนสวยที่คนเข้าหาเยอะ สมัยเรียนก็เป็นตัวท็อปฝ่ายหญิงแต่น่าเสียดายที่มีแฟน ชายอื่นจึงทำได้เพียงมองไม่อาจเข้าใกล้มากกว่านั้น
รวมถึงผู้ชายที่เธอกำลังนั่งตักด้วย...
ทำได้แค่มองแต่ไม่เคยเข้าใกล้ฝ่ายหญิงได้เลย จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ก่อนที่หล่อนเห็นภาพว่าคนทั้งสองอยู่ด้วยกัน ฝ่ายหญิงถ่ายลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวแล้วก็มีคนไปแซว หัวใจคนแอบรักหล่นไปอยู่ตาตุ่ม อยากทักแชทไปถามก็ไม่กล้า เพราะรู้สถานะของตัวเองดีว่าไม่ได้เป็นอะไรกับเขา
สถานะของเราเป็นแค่เพื่อนกันเท่านั้น เธอไม่อาจหึงหวงมนัสกรได้ด้วยซ้ำ คิดแล้วก็นึกสมเพชตัวเองเหลือเกิน
แต่คราวนี้หล่อนจะไม่เก็บงำเอาไว้คนเดียวอีกต่อไป สูดลมหายใจเข้าปอดลึกก่อนตัดสินใจถามในสิ่งที่ค้างคา “ได้ข่าวว่าช่วงนี้นายไปไหนมาไหนกับเอ๋ยบ่อยเหรอ” เพราะนั่งหันหลังจึงไม่ต้องกังวลว่าเขาจะเห็นสีหน้าหรือแววตาของตน ถึงภายนอกจะนิ่งเฉยแต่เธอรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองไม่อาจนิ่งได้อีกต่อไปแล้ว
“อือ เอ๋ยทำงานที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่สวนสนุกน่ะ เราก็เลยได้คุยกันบ่อยขึ้นกว่าเมื่อก่อน” พูดเสียงเรียบเหมือนไม่ได้สำคัญ แต่หล่อนกลับยิ่งกังวลมากกว่าเดิมเมื่อได้ยินว่าคนทั้งสองทำงานที่เดียวกันแล้วยังพบกันบ่อยอีกต่างหาก
นั่งเกร็งตัวอย่างเห็นได้ชัด เผลอกัดริมฝีปากล่างของตัวเองเพื่อแบ่งความเจ็บปวดในใจมาบ้าง เธอเป็นเพื่อนเขามานานจนพอจะรู้ว่าชายหนุ่มคงพยายามเข้าหาฝ่ายหญิง อีกไม่นานสถาะของเราก็คงต้องจบลง แค่คิดก็ปวดหนึบจนต้องพรูลมหายใจเสียงเบา
เกลียดสถานการณ์ตอนนี้เป็นที่สุด อยากร้องไห้อยากโวยวายหรือรั้งเขาเอาไว้ก็ทำไมได้สักอย่าง เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกัน
มีเพียงแค่สถานะเพื่อนเท่านั้น...
“แล้วพัฒนาไหม นายชอบเอ๋ยมาตลอดไม่ใช่เหรอ” ทำใจกล้าเอ่ยถามทั้งที่ตัวเองจะเป็นฝ่ายเจ็บกับคำตอบ
“ก็เรื่อยๆ ไว้มีอะไรพัฒนาจะมาอัพเดทแล้วกัน” เขาดึงเธอเข้ามาใกล้มากกว่าเดิม จุมพิตที่ซอกคอขาวโดยไม่สนใจว่าตอนนี้หล่อนจะรู้สึกเช่นไร เพราะสำหรับเขาแล้วก็คงไม่คิดอะไรสักอย่าง มือหนาเลื่อนจากเอวคอดมาจับที่ทรวงอกทั้งสองข้าง
เจอกันไม่ถึงสามสิบนาทีอาการหื่นก็กลับมาทันที บางครั้งเธอก็คิดว่าเขาเห็นตนเป็นเครื่องบำบัดความใคร่หรือเปล่า มีความสำคัญกับมนัสกรมากแค่นั้นใช่ไหม แต่จะทำอย่างไรได้เพราะตนที่ทำตัวง่ายเอง ยอมเขาไปหมดทุกอย่าง
“อือ” เสียงครางแผ่วดังออกมาจากร่างแบบบาง ยิ่งได้ใจมากกว่าเดิมล้วงเข้าไปในเสื้อของเธอแล้วกอบกุมทรวงอกนุ่มที่ไม่มีชั้นในปิดทับ รู้ว่าหญิงสาวอึดอัดยามสวมชุดชั้นใน หากอยู่คนเดียวก็ไม่ค่อยใส่แต่ถ้ามีมนัสกรอยู่ด้วยก็พยายามเซฟตัวเอง
ถึงจะรู้ว่าสุดท้ายก็โดนลอกคราบอยู่ดี เขาเชี่ยวชาญในการปลดอาภรณ์ของเธออยู่แล้ว...
“เอากันป่ะ” แค่สะกิดยอดถันที่แข็งเป็นไตก็นึกอยากทำมากกว่านั้น แก่นกายชายแข็งขืนทั้งยังปวดหนึบ เธอรับรู้ได้ทันทีเพราะมันกำลังทิ่มก้นตัวเอง แต่ก็ยังไม่ตอบรับในทันที หันหน้ามามองเขาก่อนจะถูกจูบโดยไม่ทันตั้งตัว ถูกช่วงชิงลมหายใจเกือบนาทีก่อนเขาจะปล่อยให้เป็นอิสระ
“อยากเหรอ” โกยอากาศเข้าปอดแล้วถามชายหนุ่ม
“นิดหน่อย” คำตอบเหมือนจะตรงข้ามกับความจริง เพราะดูจากอาการของอีกฝ่ายไม่น่าใช้คำว่านิดหน่อยได้ด้วยซ้ำ
“ถุงยางมีไหม” ถามขัดแล้วปลดมือหนาออกซึ่งชายหนุ่มก็ยอมปล่อยแต่โดยดี ฟังจากเสียงแล้วเธอจะยอมโอนอ่อนโดยง่าย หล่อนลุกยืนแล้วหันมามองเขา ยกมือขึ้นกอดอกพลางถามถึงสิ่งของที่ต้องมีติดตัวเสมอ คนอย่างมนัสกรไม่เคยพลาดอยู่แล้ว
เคยลืมถุงยางอนามัยครั้งหนึ่งแล้วโดนเธอถีบตกเตียงก่อนลากออกไปนอนข้างนอก ไม่ยอมให้เข้าใกล้เลยด้วยซ้ำ ต่อจากนั้นจึงไม่เคยลืมของสำคัญอีกเลย กลัวว่าตัวเองจะอดกินของหวานน่ะสิ
“เตรียมพร้อมเสมอน่า ฉันพกตลอดนั่นแหละไม่เคยขาดหรอก” ตบกระเป๋ากางเกงเพื่อยืนยัน แต่กลับกลายเป็นว่าเธอเลือกจะปฏิเสธแล้วเดินไปยังห้องครัว
“ไว้ก่อนล่ะกัน ไม่มีอารมณ์” แต่เดินไม่ถึงสามก้าวก็ถูกคว้ามากอดเอาไว้เหมือนเดิม คราวนี้ชายหนุ่มไม่คิดจะให้เธอปฏิเสธด้วยซ้ำ เขารีบถอดเสื้อของเธอออกอย่างรวดเร็วไม่ให้ร่างบางตั้งตัว จนร่างงดงามด้านบนเปลือยเปล่า ปากหยักจึงก้มลงมาดูดชิมดอกบัวคู่งามอย่างใจต้องการ
“อื้อ ไม่เอาสาม อย่าล้วง!” นอกจากชิมความหวานด้านบนแล้ว ยังล้วงเข้าไปในกางเกงหัวยืดเพื่อหยอกล้อกับกลีบดอกไม้สีอ่อนอีกต่างหาก จนเธอต้องรีบหนีบขาเอาไว้พลางตีมือหนาเสียงดังเพื่อเป็นการปฏิเสธ
“มีอารมณ์แล้วนี่ เอากันเลยเถอะ...ป่ะ”
แต่กลับไม่เป็นผลเพราะร่างบางถูกอุ้มพาดบ่าเพื่อเดินเข้าห้องนอนอย่างรวดเร็ว ปิดกั้นทางหนีของเธอด้วยการล็อคห้องแน่นหนา แล้วต่อจากนั้นทั้งห้องก็มีเพียงเสียงครางหวาน กับหญิงสาวที่ทำได้แค่นอนบิดเร่าใต้ร่างของเขา
เหนื่อยจนนอนนิ่งไม่อยากลุกไปไหน นอนตะแคงมองตู้เสื้อผ้าที่อยู่ตรงข้ามโดยที่ร่างสูงนั่งพิงหัวเตียงกำลังจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาสูบก่อนชะงักเมื่อคิดได้ว่าร่างบางไม่ชอบกลิ่น เขาจึงขยับกายลงมานอนพลางคว้าตัวเธอเข้ามากอด
“ฉันมานอนกับเธอได้ทุกวันไหม” ถุงยางอนามัยถูกทิ้งลงถังขยะหลังจากเสร็จกิจ กินมูมมามจนอิ่มหนำโดยทิ้งร่องรอยสีกุหลาบเอาไว้บนร่างของหล่อน ก้มลงจุมพิตที่ไหล่บางก่อนหล่อนจะพยายามขยับหนี เหลือบมองเขาเหมือนรำคาญนักหนาจนชายหนุ่มส่งเสียงหัวเราะมีความสุขที่ได้แกล้ง
เขามาพักที่เมืองหลวงหลายวันตอนแรกคิดจะกลับไปนอนบ้าน แต่เมื่อแวะมาหาหล่อนก็ไม่อยากกลับบ้านแล้ว อย่างน้อยที่ห้องเล็กซึ่งเป็นเหมือนรังนกแห่งนี้ก็ให้ความอบอุ่น เขาสามารถกอดเธอให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายได้
“ดูก่อน อาจจะกลับบ้าน” มานอนที่คอนโดหลายคืนแล้วจึงอยากกลับบ้าน แต่กลายเป็นว่าถูกคนที่กำลังโอบกอดอ้อนขอให้อยู่ต่อ คนแอบรักก็ใจเหลวเป็นน้ำ มีครั้งไหนบ้างที่เธอจะสามารถต้านทานเขาได้
“ค่อยกลับสิ ฉันมากรุงเทพฯ ไม่บ่อยอยู่ด้วยกันก่อนไม่ได้เหรอ พี่ตาลก็ดูแลงานให้เธอได้ไม่ใช่หรือไง” เอ่ยถึงพี่สาวของหล่อนที่อายุห่างกันเพียงแค่สองปีเท่านั้น ตอนนี้รับช่วงต่องานเฟอร์นิเจอร์ไม้จากบิดา ตอนแรกกิจการของบ้านเธอก็เกือบไปไม่รอด ดีที่พี่เข้ามากอบกู้สถานการณ์จนเริ่มดีขึ้น
ส่วนเธอก็ใช้ความรู้ทางด้านเขียนโปรโกรมทำเว็บไซต์สั่งซื้อของโดยเฉพาะ ทั้งยังบอกให้คนงานช่วยถ่ายคลิปเพื่อลงโซเชียลเป็นการเรียกลูกค้าอีกช่องทาง
“ช่วงนี้ฉันกำลังทำเว็บสั่งของให้ที่บ้านน่าจะยุ่ง...” เธอพยายามปฏิเสธเพราะไม่อยากอยู่ใกล้เขามากกว่านี้
เมื่อทราบว่ามนัสกรกำลังจะเริ่มความสัมพันธ์กับอาณดาก็ไม่อยากให้ตัวเองต้องอยู่ในความสัมพันธ์นี้ที่มีแต่ความเจ็บปวด บางทีหล่อนควรจะออกห่างจากเขาสักที อยู่แบบนี้ต่อไปก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขายังคงให้แค่สถานะเพื่อนเหมือนเดิม
“ทำที่คอนโดสิ” กระชับอ้อมกอดแน่นกว่าเดิม เอาขาก่ายเธอทั้งที่เขาสวมเพียงแค่บ็อกเซอร์ส่วนตนเนื้อตัวเปลือยเปล่า กลัวใจคนตัวสูงเหลือเกินว่าจะขอต่ออีกรอบ อะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นกับผู้ชายที่ชื่อมนัสกร
“นะ...” ยังคงอ้อนให้ได้คำตอบที่ต้องการ
“ก็ได้”
แน่นอนว่าเธอพ่ายแพ้ให้แก่เขาอีกจนได้ สุดท้ายก็ตกปากรับคำจะอยู่ที่นี่จนกว่าเขาจะกลับบ้าน แต่ละเดือนได้เจอกันไม่กี่วัน เหมือนรักทางไกลทั้งที่เราสองคนเป็นแค่เพื่อน แล้วก็มีแค่เธอซึ่งคิดเกินเลยไปเองฝ่ายเดียว
