บท
ตั้งค่า

บทนำ ๒

“เออ ไม่หิวแล้ว หิวค่อยสั่งกินเอาก็ได้” บอกอย่างเอาแต่ใจไม่สนอะไรทั้งนั้น เพราะตอนนี้สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงแค่หล่อนผู้เดียว ลูบขาเนียนแล้วใช้ลิ้นให้เธอจนร่างแบบบางถึงกับตัวสั่น เอื้อมไปปิดเตาไฟฟ้าเป็นที่เรียบร้อย

“พรุ่งนี้ฉันมีเรียนเช้า พอไม่ได้เหรอ” ช่วงเย็นก็ทำไปแล้วหลายครั้ง ไม่รู้ชายหนุ่มจะมีความต้องการมากมายขนาดนี้ ส่วนเธอก็ยอมโอนอ่อนเพียงแค่เริ่มกังวลว่าพรุ่งนี้จะไปเรียนไหวหรือเปล่า ทำเวลานี้ทีไรนอนดึกเกือบทุกทีจึงนึกหวั่น

“เรียนอะไร เรามีเรียนบ่ายไม่ใช่เหรอ” ถึงกับชะงักก่อนจะถามเวลาเรียน

พวกเขาเรียนคณะเดียวกันและภาควิชาเดียวกัน หากเธอมีเรียนเขาก็ต้องมีเรียนด้วยไม่ใช่เหรอ ก่อนที่หญิงสาวจะไขความกระจ่าง

“วิชาเรียนรวม ตอนปีหนึ่งไม่ได้ลง” ถึงตอนนี้จะเรียนอยู่ปีสามแต่หล่อนก็ขาดวิชาหลักตอนปีหนึ่งจึงต้องเรียนให้ครบตามหน่วยกิต เขาพยักหน้าเข้าใจก่อนลุกยืนเต็มความสูง

“เดี๋ยวไปส่ง”

“ไม่ต้อง บอกโต้งมารับแล้ว มันเรียนเหมือนกันคอนโดฉันเป็นทางผ่านพอดี” เอ่ยถึงเพื่อนร่วมภาควิชาที่รู้จักกันแต่อยู่คนละกลุ่ม คิ้วหนาขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเหมือนคลับคล้ายคลับคลาว่าเพื่อนคนนั้นจะเคยถามเขาเรื่องของหล่อนบ้าง

ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอย่างไรกับหญิงตรงหน้า...

“อือ” ตอบรับเสียงเบาในลำคอก่อนยืนนิ่ง คล้ายสติหลุดจนเธอต้องถามย้ำกับเขาอีกรอบ

“สาม” คิดว่าความต้องการของอีกฝ่ายหมดลงแล้วเพราะเห็นยืนนิ่ง แต่กลายเป็นว่าเขาดันหงุดหงิดใส่เธอทั้งที่ตนยังไม่ได้ทำอะไรให้เลยด้วยซ้ำ

“พูดมากว่ะผิง จะเอาก็ไม่ได้เอาเนี่ย” กลายเป็นหล่อนที่ทำตัวไม่ถูกเพราะคิดว่าตนทำอะไรผิดหรือเปล่า จึงเลือกจะตามใจเขาโดยกำหนดระยะเวลาไม่อยากทำนานเกินไป เห็นดวงหน้าคมนิ่งงันก็ทำตัวไม่ถูก

“งั้นสิบนาที”

“เลียยังไม่เสร็จเลยมั้ง” พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดแต่กลับเรียกสีเลือดบนใบหน้าหวานได้ในทันที ไม่รู้ทำไมถึงชอบให้เขาพูดจาเช่นนี้กับตน ไม่กล้ากระทั่งจะสบดวงตาคมด้วยซ้ำ

“รีบทำ”

แล้วเขาก็คว้าเธอเข้ามาจูบชนิดที่แทบจะสูบวิญญาณของหญิงสาวออกไปด้วย โต๊ะอาหารที่ควรวางกับข้าวกลายเป็นสถานที่ชั้นยอดที่ชายหนุ่มจะจับหญิงสาวกินได้อย่างใจต้องการ อุ้มเธอนั่งบนโต๊ะแล้วละเลียดความหวานของน้ำรสหวานที่ไหลเยิ้มออกมายามถูกกระตุ้น

พวกเขาไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ทราบเพียงอย่างเดียวคือร่างกายกอดเกี่ยวกันอยู่อย่างนั้นตลอดแทบทั้งคืน บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปดูท่าจะถูกลืมไปเสียแล้ว

เช้าวันต่อมาร่างหนานอนพลิกกายคิดจะคว้าหมอนข้างมีชีวิตเข้ามากอด กลับพบเพียงความว่างเปล่าจึงได้ลืมตาแล้วชะโงกหน้ามองไปยังห้องน้ำที่มีเสียงดังกุกกัก ไม่นานนักประตูก็ถูกเปิดออกพบคนที่ควรนอนอยู่ข้างกันเปลี่ยนมาสวมชุดนักศึกษา ผมยาวถูกมัดเป็นมวยอย่างลวกๆ เพราะรู้ว่าสายแล้วกลัวคนมารับจะคอยนาน

“ไปล่ะเหรอ” ชายหนุ่มลุกจากเตียงแล้วเดินเข้ามากอดเธอจากทางด้านหลัง ตอนที่หล่อนกำลังทาครีมกันแดดและลงรองพื้นอย่างรวดเร็ว ปากหยักแตะลงบนลำคอขาวแล้วคลอเคลียหล่อนอยู่อย่างนั้นเหมือนแมว

ดูแล้วช่างน่ารำคาญแต่เธอก็ไม่ได้ขยับกายออกแต่อย่างใด ยังคงแต่งหน้าอย่างเร่งรีบเท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย

“อือ” ตอบกลับเสียงในลำคอ

“เจอกันบ่าย” พูดจบก็จุมพิตที่ข้างขมับหล่อน ก่อนโทรศัพท์ของเธอจะส่งเสียงดัง พอมองที่หน้าจอก็พบชื่อเพื่อนร่วมภาควิชาโชว์หรา

“โต้ง กำลังลงไปแล้ว...อื้อ” รีบบอกปลายสายกลัวว่าเขาจะรอนาน แต่ยังพูดไม่ทันจบก็ถูกจู่โจมจากร่างหนาด้วยการจับให้เธอหันมาเผชิญหน้าก่อนจุมพิตเพื่อปิดปากอย่างรวดเร็ว ยังดีที่หล่อนวางสายโทรศัพท์เสียก่อน ไม่อย่างนั้นคงโดนถามแน่ว่ากำลังทำอะไร

“มันจีบเธอเหรอ” จูบไม่นานก็ปล่อยร่างบางเป็นอิสระ แล้วถามด้วยความอยากรู้

“ใคร” นึกสงสัยเพราะไม่มีผู้ชายคนไหนเข้ามีทีท่าว่าจะเข้ามาจีบเธอเลยสักคน หรือมีแต่ตนไม่สนก็ไม่แน่ใจเช่นกัน

เพราะแต่ละวันก็อยู่กับเขาเพียงคนเดียว ทว่าสถานะของเราก็ยังเป็นเพียงแค่เพื่อนเหมือนเดิม ไม่มีเลื่อนขั้นมากกว่านั้น

เขาเคยบอกว่าระหว่างเราก็แค่ความสนุก ไม่ต้องลำบากหาผู้หญิงอื่นมาสนองความต้องการทางเพศ คว้าคนใกล้ตัวที่มั่นใจว่าสะอาดดีกว่า

อีกทั้งไม่อยากผูกมัดเพราะยังมีความสุขกับอิสระของคนโสด...

ช่างเป็นเหตุผลที่เห็นแก่ตัวเหลือเกิน แต่เธอดันตอบรับเพราะแอบรักเขามาหลายปี

“ไอ้โต้ง” พูดชื่อของคนที่มารอรับอยู่ข้างล่าง หล่อนนึกฉงนว่าทำไมเขาจึงคิดเช่นนั้นเพราะสำหรับตนแล้วโต้งเป็นเพียงแค่เพื่อน แล้วอีกฝ่ายก็ไม่ได้มีท่าทีจะเข้ามาจีบอย่างที่เขาเข้าใจ

“ไม่ได้จีบ”

“จะมีแฟนก็บอกก่อนล่ะกัน ไม่อยากเป็นชู้โดยไม่ตั้งใจ” ยอมปล่อยหล่อนเป็นอิสระแล้วกลับมานอนบนเตียงเหมือนเดิม เขาพูดราวกับไม่รู้สึกอะไรมีเพียงแค่เธอที่นึกเจ็บใจจนเผลอจ้องร่างหนานานกว่าปกติ อยากเข้าไปทุบเขาสักหมัดแล้วบอกความรู้สึกทั้งหมดให้รู้แล้วรู้รอด

แต่ก็กลัวว่าถ้าบอกไปทุกอย่างจะเปลี่ยน...

เพราะเขาไม่ได้รักเธอ ทางที่ชายหนุ่มจะเลือกอาจคือการเลิกเป็นเพื่อนและกลายเป็นคนแปลกหน้าไปเลย หากเป็นเช่นนั้นจริงหล่อนคงแย่เพราะหลงรักเขาหมดหัวใจไปแล้ว

“อือ ถ้ามีไว้จะบอก” พูดจบก็เดินออกจากห้องทันที

เธอพยายามตั้งสติแล้วบอกตัวเองห้ามร้องไห้ รู้ว่าตนเป็นแค่คู่นอนของเขาพ่วงสถานะเพื่อน ไม่มีทางที่อีกฝ่ายจะคิดอะไรด้วย ที่ยอมอยู่ในสถานะนี้ก็เพราะรักทั้งนั้น ถึงขนาดขอคีย์การ์ดสำรองกับทางคอนโดมิเนียมเพื่อให้เขาโดยเฉพาะ

ถ้าไม่รักคงไม่ทำถึงขนาดนี้ แต่อีกฝ่ายเหมือนจะไม่ทราบแล้วยังขยันทำร้ายจิตใจกันเหลือเกิน

“หวัดดีโต้ง” ยิ้มให้ชายหนุ่มที่จอดรถคอยอยู่หน้าคอนโด เธอทักทายอีกฝ่ายเพราะรู้จักตั้งแต่ปีหนึ่งเพียงแค่ไม่ค่อยได้พูดคุยกันเท่าไหร่ มีครั้งนี้ที่เรียนวิชาเดียวกันจึงได้ไปไหนมาไหนด้วยบ่อยหน่อย

แต่ก็อยู่ในสถานะเพื่อนไม่มีอะไรมากกว่านั้น

“หวัดดี...กินข้าวมายัง เราซื้อแซนวิชมาจะกินไหม มีนมด้วยนะ...” ยังไม่ออกรถเพราะยื่นถุงอาหารเช้ามาให้หล่อน ร่างบางยังไม่มีอะไรตกถึงท้องก็มองด้วยความหิวแต่เกรงใจอีกฝ่ายมากกว่าจึงพยายามปฏิเสธ

“ไม่...”

“กินเถอะ เราซื้อมาให้” คำพูดจริงใจของคนข้างกายทำให้ไม่อาจบอกปัดได้ จำต้องรับเอาไว้พร้อมเอ่ยเสียงเบา

“ขอบคุณนะ”

“ครับ”

รถยนต์เคลื่อนตัวออกจากคอนโดมิเนียมเพื่อเรียนคาบเช้าของวิชารวม แต่เหมือนเนื้อหาจะไม่เข้าหัวเท่าไหร่ เธอคิดถึงเพียงคำพูดของคนที่อยู่ห้อง

หรือตอนนี้เขาต้องการตัดความสัมพันธ์ของเรากันนะ...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel