ตอนที่2
เช้าวันใหม่พนักงานบริษัทได้เวลาเข้างานเหมือนอย่างทุกวันที่ผ่านมา อรยาที่เป็นหนึ่งในพนักงานก็กำลังสแกนลายนิ้วมือเพื่อระบุเวลาเข้างานในตอนเช้าด้วยความเคยชิน
“เมื่อคืนเป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มของนัทนนท์ที่กำลังสแกนลายนิ้วมือต่อจากเธอเอ่ยขึ้นทำให้คนตัวเล็กหยุดชะงักเท้าทันควัน
“กลับถึงห้องก็หลับเลยน่ะสิ หัวหมุนจนลุกอาบน้ำไม่ไหวเลย” อรยาหันไปยิ้มหวานส่งให้คนที่ใจดีไปส่งเธอถึงที่พัก
“ฮ่าๆ อะ เราซื้อมาฝากยังไม่ได้กินมื้อเช้าใช่ไหม” ชายหนุ่มหัวเราะอย่างเอ็นดูในท่าทางของคนตรงหน้าก่อนจะยื่นโจ๊กร้อนๆ ที่ตั้งใจซื้อมาฝากให้เธอ
“ขอบคุณนะนัท ยังมีเวลาเหลือไปกินกันไหม”
“อุ๊บ! ฮ่าๆ” นันทนนท์หลุดหัวเราะกับคำพูดสองแง่สองหง่ามของคนตัวเล็กที่ยังไม่รู้ตัวว่าพูดอะไรออกมา
“หัวเราะอะไร หน้าเรามีอะไรติดหรือเปล่า” อรยารีบล้วงหยิบกระจกบานเล็กพกพาขึ้นมาส่องด้วยความไม่มั่นใจเมื่อคนตรงหน้ายืนหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี
“เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก ไปกินโจ๊กกันเนอะ” ชายหนุ่มหยุดหัวเราะทันควันกลัวจะทำให้เธอหมดความมั่นใจ
ทั้งคู่พากันเดินไปที่ห้องอาหารของบริษัทที่มีพนักงานทุกแผนกอยู่รวมกันเพราะที่นี่เป็นสถานที่ที่หลายคนนัดกันมาพบปะพูดคุยก่อนจะถึงเวลาเริ่มงาน
“นั่งตรงนั้นเนอะ”
“อืม ได้สิ” นันทนนท์ตามน้ำอย่างไม่ขัดใจไม่ว่าคนตัวเล็กจะทำอะไรเขาก็ไม่เคยขัดเธอเลยสักครั้ง
“น่ากินจัง ซื้อแถวไหนเหรอนัท”
“แถวคอนโดน่ะ ร้านนี้อร่อยนะลองชิมดูสิ”
“อื้ม อร่อยจริงด้วยแล้วรู้ได้ไงว่าเราไม่กินขิง” อรยาลองชิมโจ๊กที่เพื่อนซื้อมาฝากแล้วลองสังเกตในชามของตนเองที่ไม่มีขิงหรือผักเลยผิดกับชามของนัทนนท์ที่เต็มไปด้วยผักครบครัน
“ก็เห็นอรชอบเลือกผักออกตลอดเลย เราเลยคิดว่าอรคงไม่ชอบกินผัก”
“ไม่ชอบจริงๆ นั่นแหละก็ผักมันเหม็นนี่”
“เหมือนเด็กเลย”
“ว่าเราเหรอนัท” คนตัวเล็กทำหน้ามุ่ยเมื่อโดนว่าเป็นเด็กทั้งที่เธออายุยี่สิบกว่าแล้ว แต่ก็ยังโดนคนอื่นมองว่าเป็นเด็กอยู่เสมอ
“ก็อรน่าเอ็นดูเหมือนเด็กจริงๆ นี่นา”
“วันหลังจะไม่กินข้าวด้วยแล้ว งอน”
“โอ๋ๆ ล้อเล่น กินกันเถอะใกล้จะได้เริ่มงานแล้ว”
ทั้งคู่นั่งด้วยกันราวกับเป็นคู่รักที่นัดเจอกันตอนเช้า ทว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองคนนั่นเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานกันเท่านั้น
“ขอบคุณนะสำหรับโจ๊กอร่อยมากเลย ตั้งใจทำงานนะนัท” อรยาโบกมือร่ำลาเพื่อนก่อนจะแยกกันคนละทางเพราะออฟฟิศแผนกไอทีต้องลงไปอีกชั้นหนึ่ง
เมื่อถึงเวลาเริ่มงานหญิงสาวนั่งประจำโต๊ะทำงานของตนเองพร้อมหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย แป้นพิมพ์ถูกเลื่อนออกมาเตรียมใช้งาน แต่ยังไม่ทันได้เริ่มทำงานจู่ๆ เสียงเอะอะของคนในแผนกก็ดังขึ้นทำให้เธอหยุดสิ่งทีี่ทำอยู่แล้วหันไปมองตามเสียงของคนในแผนก
“คุณธันกลับมาแล้วเหรอคะ” เลขาคนสนิทอย่างฝนทิพย์รีบวิ่งไปต้อนรับผู้เป็นเจ้านายที่เพิ่งเดินเข้าออฟฟิศ
“ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหมครับคุณฝน” ธนินชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลา สันกรามคมชัด จมูกโด่งได้รูปสวยอีกทั้งความสูงที่มากกว่าร้อยแปดสิบทำให้รูปลักษณ์ของเขาดูน่าสุขุมมีความเป็นผู้นำมากขึ้น
“เรียบร้อยดีค่ะผู้จัดการ ฝนคิดว่าคุณจะกลับมาตอนเย็นซะอีกนะคะ”
“พอดีผมเลื่อนไฟล์ทให้เร็วขึ้นน่ะครับ อยากกลับมาเคลียร์เอกสารที่ค้างไว้ให้เสร็จ” ผู้จัดการหนุ่มไฟแรงจนได้ขนานนามว่าบุคคลที่บ้างานที่สุดในบริษัท เขาแทบไม่เคยใช้วันลาเลย แม้แต่วันหยุดที่ทุกคนพักผ่อนเขาก็ยังคงทำงาน
“พักบ้างเถอะค่ะคุณธัน เพิ่งกลับมาก็จะทำงานเลยเหรอคะ”
“ผมพักมาบนเครื่องแล้วไงครับคุณฝน แล้วเรื่องที่ให้จัดการเรียบร้อยใช่ไหมครับ”
“เรียบร้อยค่ะ ฝนจองร้านอาหารสำหรับดินเนอร์ให้คุณเรียบร้อยค่ะ วันนี้วันครบรอบใช่ไหมคะ”
“จำได้แม่นจังเลยนะครับสมแล้วที่เป็นเลขาผม”
“คิกๆ แน่นอนสิคะ แล้วคุณธันเตรียมของขวัญหรือยังคะ”
ผู้จัดการหนุ่มกับเลขาคนสนิทเดินไปคุยไปทำให้บทสนทนาของทั้งคู่ถึงหูของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังก้มหน้าทำงานในขณะที่เขาเดินผ่านโต๊ะของเธอ มือหยุดชะงักทันควันก่อนที่ใบหน้าสวยจะค่อยๆ ซึมสลด
“ครบรอบห้าปีแล้วสินะ” เสียงหวานพึมพำเบาๆ เมื่อนึกได้ว่าวันนี้เป็นวันครบรอบห้าปีของคนที่เธอแอบชอบมาตลอดกับคนรักของเขา โดยที่เธอไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับพวกเขาเลย
อรยารู้อยู่เต็มอกว่าเธอไม่มีวันเข้าไปแทรกแซงในชีวิตของเขาได้เลยเขาไม่รู้จักเธอด้วยซ้ำ แต่เธอขอแค่ได้แอบมองเขาอยู่ห่างๆ และคอยแสดงความยินดีกับเขาอยู่ไกลๆ แบบนี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องมีตัวตนในสายตาเขาก็ได้
“เมื่อไหร่จะเลิกชอบเขาได้สักทีนะ” ตั้งแต่มหาวิทยาลัยปีหนึ่งจนถึงตอนนี้เธอยังไม่สามารถปันใจให้ใครได้เลย เพราะในสายตาของเธอมีแค่ธนินมาตลอด
เข็มนาฬิกาบ่งบอกเวลาเลิกงานอรยารีบเก็บของลงกระเป๋าเพื่อเตรียมตัวกลับที่พัก เธอที่ขับรถไม่เป็นจึงรีบก้าวออกจากบริษัทให้เร็วที่สุดเพื่อไปขึ้นรถประจำทาง ทว่าขาเรียวที่ก้าวฉับๆ กลับก้าวช้าลงเมื่อสายตาพลันเห็นร่างสูงโปร่งของคนที่เธอคอยแอบมองอยู่ตลอดเดินตรงไปหาใครบางคนที่ยืนรออยู่หน้าตึกบริษัท
“ปลาย ทำไมมาเร็วจังล่ะ” ร่างสูงรีบวิ่งเข้าไปหาคนรักพร้อมรอยยิ้มกว้าง
“ปลายหิวค่ะเลยมาเร็ว”
“ขอโทษนะ ผมเพิ่งเคลียร์งานเสร็จน่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“งั้นไปกันเถอะ ผมจองร้านโปรดไว้ให้แล้วนะ”
“จริงเหรอคะ น่ารักที่สุดเลยแฟนใครเนี่ย” หญิงสาวกอดแขนคนรักแน่นก่อนจะเขย่งปลายเท้าหอมแก้มเขาฟอดใหญ่โดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง
อรยายืนมองทั้งคู่เดินไปที่รถยนต์คันหรูโดยที่เธอทำได้แค่มองอยู่ห่างๆ หัวใจดวงน้อยเต้นรัวรู้สึกปวดหนึบราวกับคนอกหักทั้งที่เธอไม่ได้เป็นอะไรกับเขาเสียหน่อย เขาไม่รู้จักชื่อเธอเสียด้วยซ้ำ
ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางๆ รู้สึกยินดีและอิจฉาผู้หญิงที่เขาเลือก ถ้าเธอสวยมีเสน่ห์ได้ครึ่งของปลายฟ้าเขาจะหันมาสนใจเธอบ้างหรือเปล่า แต่ก็คงไม่มีประโยชน์เพราะในสายตาเขาปลายฟ้าคงเป็นคนที่สวยที่สุด
