บท
ตั้งค่า

บทที่ 2: หน้าที่เบ๊วันแรก กับลานเกียร์สุดเถื่อน

“คิดว่าเกียร์วิศวะ... เป็นของที่เอาเงินซื้อมาแทนกันได้ง่ายๆ หรือไง”

ไฟพูดเสียงเรียบ “เกียร์ของฉัน ฉันรักษามาสี่ปี ไม่เคยมีรอยขีดข่วน แต่วันนี้... มันต้องมาพังเพราะความซุ่มซ่ามของยัยเด็กบัญชีอย่างเธอ”

“แล้ว... แล้วพี่จะให้หนูทำยังไงล่ะคะ หนูไม่ได้ตั้งใจ และก็ขอโทษไปแล้ว” ข้าวหอมเริ่มมีน้ำโหขึ้นมานิดๆ เมื่อโดนดุกลางสายตาคนนับร้อย เธอรู้ว่าเธอผิด แต่ก็ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ทำไมต้องทำเสียงดุขนาดนี้ด้วย

“ชดใช้...” ไฟเอ่ยขึ้นสั้นๆ

“ก็บอกแล้วไงคะว่าจะชดใช้ให้ จะเอาเท่าไหร่ล่ะคะ!” ข้าวหอมฮึดสู้ ลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับรุ่นพี่ตัวโต แม้ว่าความสูงของเธอจะอยู่แค่ระดับปลายคางของเขาก็ตาม ไฟท์หรี่ตามองเด็กแสบตรงหน้า แววตาประหลาดใจพาดผ่านดวงตาคมเพียงครู่เดียวก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม

เขาไม่ตอบคำถามนั้นทันที แต่กลับก้าวเท้าเข้าประชิดตัวคนร่างเล็กจนข้าวหอมต้องก้าวถอยหลังหนีตามสัญชาตญาณจนแผ่นหลังไปชนเข้ากับเสาร์ป้ายบอกทาง หมดหนทางหนีได้อีกต่อไป ร่างสูงยกแขนข้างหนึ่งขึ้นท้าวกับเสาร์ กักขังร่างเล็กเอาไว้ในวงแขนกว้าง โน้มใบหน้าลงมาใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดอยู่ตรงปลายจมูก ข้าวหอมเบิกตากว้าง ตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง ทั้งตกใจ ทั้งกลัว และ... ปฏิเสธไม่ได้ว่าใบหน้าหล่อๆ ที่อยู่ใกล้แค่นี้ทำเอาเธอใจสั่นไม่น้อย

“ฉันไม่ต้องการเงิน” ไฟกระซิบเสียงแผ่วริมใบหูเล็ก ก่อนจะผละออกมาจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่กำลังเบิกกว้าง

“แต่เธอต้องชดใช้ด้วย ‘เวลา’ ของเธอ”

“มะ... หมายความว่ายังไงคะ”

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ตลอดหนึ่งเทอมเต็มๆ...” ไฟท์ประกาศกร้าว เสียงดังฟังชัดพอที่จะให้เพื่อนๆ ของเขาและบรรดานักศึกษามุงที่ยืนอยู่รอบๆ ได้ยินกันถ้วนหน้า “เธอ... ต้องมาเป็น ‘เบ๊’ คอยรับใช้ฉัน ทำทุกอย่างที่ฉันสั่ง ซื้อข้าว ซื้อน้ำ ถือกระเป๋า หรือแม้กระทั่งช่วยงานโปรเจกต์ของฉัน... จนกว่าฉันจะพอใจ”

“ห๊ะ! บ้าไปแล้ว! ทำไมหนูต้องทำถึงขนาดนั้นด้วย!”

ข้าวหอมโวยวายลั่น เบ๊เนี่ยนะ! นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้ว ยังมีการบังคับขู่เข็ญกันแบบนี้อยู่อีกเหรอ” ไฟยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

“ก็เลือกเอา... จะยอมเป็นเบ๊ฉันดีๆ หรือจะให้ฉันเอาเรื่องนี้ไปฟ้องสโมสรนักศึกษาว่าเธอจงใจทำลายทรัพย์สินและสัญลักษณ์อันทรงเกียรติของคณะวิศวะ โทษฐานทำลายเกียร์รุ่นพี่... โดนแบนกิจกรรมทั้งเทอมแน่ๆ”

คำขู่ของอดีตเฮดว้ากได้ผลชะงัด ข้าวหอมอ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออก ถ้าเธอโดนแบนกิจกรรมตั้งแต่ปีหนึ่ง มีหวังโดนเพื่อนแบนตามไปด้วยแน่ๆ ชีวิตมหาลัยของเธอ ต้องพังทลายไม่เป็นท่า หญิงสาวเม้มริมฝีปากแน่น กำหมัดเข้าหากันอย่างข่มอารมณ์ มองหน้ารุ่นพี่หน้าหล่อแต่ใจร้ายด้วยสายตาขุ่นเคือง

“ก็ได้! เป็นเบ๊ก็เป็นเบ๊! แต่แค่เทอมเดียวเท่านั้นนะคะ!”

ข้าวหอมกระแทกเสียงตอบรับอย่างจำยอม ไฟลอบยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจโดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น เขายื่นมือหนาแบออกไปตรงหน้าเธอ

“เอาเกียร์ของฉันคืนมา”

ข้าวหอมกระแทกเกียร์และเศษสายสร้อยที่ขาดใส่มือเขาอย่างแรงด้วยความหมั่นไส้ ไฟท์กำเกียร์ในมือแน่น ชูมันขึ้นมาระดับสายตา

“แล้วจำเอาไว้ด้วย...” ไฟท์ก้มลงมากระซิบที่ข้างหูเธออีกครั้ง คราวนี้ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าเดิมเล็กน้อย แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งหน้า

“เกียร์ของฉัน... ตอนนี้มันอยู่ในกำมือของเธอแล้ว อย่าทำมันพังอีกเป็นครั้งที่สองล่ะ... ยัยเด็กบัญชี” พูดจบ ร่างสูงก็หมุนตัวเดินล้วงกระเป๋าจากไปอย่างหน้าตาเฉย ทิ้งให้ข้าวหอมยืนอ้าปากค้าง หน้าแดงก่ำเป็นลูกตำลึงสุกอยู่ตรงนั้น ท่ามกลางเสียงซุบซิบนินทาของสาวๆ และเสียงผิวปากแซวของแก๊งวิศวะที่เดินตามหลังอดีตเฮดว้ากไปติดๆ

“เกียร์ยาวๆ ของไอ้ไฟ... สงสัยจะหาที่ลงได้แล้วว่ะพวกมึง!”

เสียงตะโกนไล่หลังมา เรียกเสียงหัวเราะครืนจากแก๊งเสื้อช็อปเลือดหมู

ข้าวหอมยกมือขึ้นกุมแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเอง สบถในใจอย่างหัวเสีย

“ไอ้พี่ไฟบ้า! ไอ้คนผีทะเล! คอยดูนะ ยัยข้าวหอมคนนี้แหละ จะป่วนชีวิตปีสี่ของพี่ให้พังพินาศไปเลย!”

“โอ๊ยยยย! แกเอ้ย ฉันอยากจะบ้าตาย! ทำไมชีวิตเฟรชชี่วัยใสของฉันต้องมาพังทลายตั้งแต่วันแรกเพราะไอ้รุ่นพี่ปีศาจนี่ด้วยเนี่ย!”

เสียงโอดครวญของ ‘ข้าวหอม’ ดังขึ้นกลางโรงอาหารของคณะบริหารธุรกิจ หลังจากที่เธอเล่าวีรกรรมสุดซวยเมื่อช่วงเช้าให้ ‘ลูกพีช’ เพื่อนสนิทมัธยมที่สอบติดคณะเดียวกันฟัง หญิงสาวฟุบหน้าลงกับโต๊ะม้าหินอ่อนอย่างหมดอาลัยตายอยาก ในมือยังคงกำโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งมีข้อความเด้งเตือนเข้ามาหมาดๆ

“เอาน่าหอม ถือซะว่าฟาดเคราะห์” ลูกพีชลูบหลังเพื่อนเบาๆ พลางกลั้นขำ “แต่แกก็เก่งนะ ไปกระชากเกียร์ของพี่ไฟท์เฮดว้ากสุดโหดคณะวิศวะขาดกระจุยได้เนี่ย รู้ไหมว่าผู้หญิงครึ่งมหาลัยเขาอิจฉาแกแค่ไหนที่ได้เข้าใกล้พี่เขาขนาดนั้นน่ะ”

“อิจฉาบ้าบออะไรล่ะ! แกไม่ได้ไปยืนอยู่ตรงนั้น แกไม่รู้หรอกว่าสายตาพี่เขาน่ากลัวขนาดไหน!” ข้าวหอมเงยหน้าขึ้นมาทำตาขวางใส่เพื่อน

“แถมยังมาบังคับให้ฉันเป็นเบ๊รับใช้ตั้งหนึ่งเทอม! นี่มันยุคทาสหรือไงฮะ!”

ติ๊ง! เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันไลน์ดังขึ้นอีกครั้ง ข้าวหอมก้มลงมองหน้าจอแล้วก็ต้องเบิกตากว้าง สูดลมหายใจเข้าลึกๆ

[Phi_Fai]: ยัยเบ๊! เลิกเรียนแล้วมาที่ลานเกียร์ ซื้อกาแฟดำเย็นไม่ใส่น้ำตาลมาด้วย แก้วหนึ่ง

[Phi_Fai]: ภายในสิบห้านาที ถ้ามาช้า... ฉันจะเพิ่มเวลาเป็นเบ๊จากหนึ่งเทอมเป็นสองเทอม

“กรี๊ดดด! ไอ้พี่บ้า! เผด็จการที่สุด!”

ข้าวหอมร้องลั่นจนโต๊ะข้างๆหันมามองเธอรีบคว้ากระเป๋าสะพายใบเก่งขึ้นมาพาดบ่า “พีช ฉันไปก่อนนะ เดี๋ยวตาแก่นั่นจะหาเรื่องแกล้งฉันอีก!”

*ลานเกียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์*

บรรยากาศยามบ่ายแก่ๆ ที่คณะวิศวกรรมศาสตร์นั้นแตกต่างจากคณะบริหารธุรกิจอย่างสิ้นเชิง ที่นี่เต็มไปด้วยผู้ชายตัวโตๆ ในชุดนักศึกษาหลุดลุ่ยและสวมเสื้อช็อปหลากหลายสีสัน เสียงเครื่องจักร เสียงเพลงร็อก และเสียงตะโกนคุยกันดังระงมไปทั่วบริเวณ

ข้าวหอมในชุดนักศึกษาหญิงกระโปรงพลีทดูแปลกแยกและกลายเป็นเป้าสายตาของหนุ่มๆ วิศวะทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา หญิงสาวเดินก้มหน้ากอดแก้วกาแฟเย็นเจี๊ยบไว้แน่น รีบสาวเท้าเดินตรงไปยังลานเกียร์ที่พี่ไฟท์นัดไว้

เมื่อมาถึง เธอแทบไม่ต้องเสียเวลาสอดส่ายสายตาหาเลย เพราะกลุ่มของพี่ไฟท์นั้นโดดเด่นสะดุดตาที่สุด ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูกำลังนั่งพิงพนักเก้าอี้ม้าหินอ่อน ท่วงท่าสบายๆ แต่แผ่รังสีอำมหิตจนรุ่นน้องปีหนึ่งที่เดินผ่านไปมาต้องก้มหน้าหลบสายตา

“มาแล้วค่ะ! กาแฟดำเย็นไม่ใส่น้ำตาล!”

ข้าวหอมกระแทกแก้วกาแฟลงบนโต๊ะตรงหน้าร่างสูง พลางหอบแฮ่กๆ เพราะต้องวิ่งสู้ฟัดมาจากโรงอาหาร‘ไฟท์’ เลิกคิ้วเข้มขึ้นเล็กน้อย ปรายตาคมกริบมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรู “สิบสี่นาทีห้าสิบวินาที... ฉิวเฉียดไปนิดนะยัยเด็กโก๊ะ”

“ก็หนูวิ่งมาสุดชีวิตแล้วนี่คะ! คณะพี่กับคณะหนูอยู่ใกล้กันซะที่ไหนล่ะ!”

ข้าวหอมเถียงกลับทันควัน เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ในใจจะแอบหวั่นๆ กับสายตาดุๆ คู่นั้นก็ตาม

“กูบอกแล้วไงไอ้ไฟ ว่าน้องเขาสู้คน มึงไปแกล้งน้องเขามากๆ ระวังจะโดนสอยปลายคางเข้านะเว้ย” เพื่อนสนิทหน้าหล่อของไฟเอ่ยแซวพลางหัวเราะร่วน

ไฟไม่ตอบเพื่อน แต่หันมาจ้องหน้าข้าวหอมนิ่ง มือหนายกแก้วกาแฟขึ้นดูดรวดเดียวไปเกือบครึ่งแก้ว ก่อนจะวางลงบนโต๊ะ

“หน้าที่ของเธอวันนี้ยังไม่จบ” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเรียบๆ

“ตามมานี่” พูดจบ ร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้ากระเป๋าเป้ใบใหญ่ขึ้นพาดบ่า แล้วเดินนำลิ่วออกไปทางด้านหลังของตึกคณะ ทิ้งให้ข้าวหอมยืนอ้าปากค้าง ก่อนจะต้องรีบวิ่งซอยเท้าตามไปติดๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel