บท
ตั้งค่า

บทที่ 1: อุบัติเหตุรับน้อง ซวยแล้วไงยัยเฟรชชี่!

แสงแดดยามเช้าของกลางเดือนสิงหาคมสาดส่องลงมาตกกระทบยอดตึกสูงภายในรั้วมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง อากาศร้อนอบอ้าวตามสไตล์ประเทศไทยไม่ได้ทำให้ความคึกคักของเหล่านักศึกษาใหม่ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย

วันนี้คือวันแรกของการเปิดภาคเรียนและเป็นวันเริ่มต้นกิจกรรมรับน้องรวมของทุกคณะ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงจอแจ เสียงกลองสันทนาการที่ดังกึกก้องมาจากลานกว้าง และขบวนแถวของนักศึกษาปีหนึ่งที่สวมชุดนักศึกษาใหม่เอี่ยม เดินเรียงแถวกันอย่างเป็นระเบียบตามคำสั่งของรุ่นพี่

“แฮ่ก... แฮ่ก... สายแล้วๆๆ ตายแน่ไอ้หอมเอ๊ย!”

เสียงหอบหายใจดังประสานกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งย่ำลงบนพื้นคอนกรีต ‘ข้าวหอม’ หญิงสาวร่างเล็กในชุดนักศึกษาหญิงที่กระโปร่งอัดพีทความยาวพอดีเข่ากำลังพริ้วไหวไปตามแรงลม เธอกำลังวิ่งกระหืดกระหอบฝ่าฝูงชนด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่ขาสั้นๆ ของเธอจะทำได้

ผมยาวสลวยที่ถูกมัดรวบเป็นหางม้าแกว่งไปมาตามจังหวะการวิ่ง ใบหน้าจิ้มลิ้มที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางๆ ตอนนี้เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและรอยแดงจากความเหนื่อยล้าและอุณหภูมิที่สูงปรี๊ด

เธอคือเฟรชชี่น้องใหม่จากคณะบริหารธุรกิจ สาขาการบัญชี ที่ดันตั้งนาฬิกาปลุกผิดเวลาในวันแรกของการใช้ชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัย!

“ขอโทษค่ะ! ขอทางหน่อยนะคะ! โอ๊ะ... ขอโทษทีค่ะ!”

ข้าวหอมเอ่ยปากขอโทษขอโพยตลอดทางเมื่อไหล่บางเผลอไปชนเข้ากับนักศึกษาคนอื่นๆ ที่กำลังเดินขวักไขว่

เธอเหลือบมองนาฬิกาข้อมือเรือนเล็กสลับกับมองป้ายบอกทางไปยัง

‘ลานเกียร์’ ซึ่งเป็นจุดนัดพบรวมของกิจกรรมในเช้าวันนี้ ในขณะเดียวกัน ที่บริเวณหน้าลานเกียร์อันศักดิ์สิทธิ์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ศูนย์กลางความสนใจของคนแทบจะทั้งมหาวิทยาลัยไม่ได้อยู่ที่ลานกว้างๆ หรือป้ายคณะใหญ่ แต่อยู่ที่กลุ่มนักศึกษาชายรุ่นพี่ปีสี่ในชุดช็อปสีเลือดหมูที่กำลังยืนจับกลุ่มคุยกันอยู่

พวกเขาคือแก๊งเถื่อนแห่งวิดวะที่รวบรวมเอาตัวท็อปหน้าตาดีระดับเดือนมหาลัยเอาไว้ด้วยกัน และคนที่โดดเด่นที่สุดจนสาวๆ จากคณะอื่นต้องเหลียวหลังมองจนคอแทบเคล็ดก็คือ ‘พี่ไฟ’ หรือ ‘ไฟท์’ อดีตเฮดว้ากสุดโหดประจำคณะ

ร่างสูงโปร่งกว่าร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตรยืนล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์สีซีดด้วยท่วงท่าสบายๆ ทว่าแผ่รังสีความกดดันและออร่าความเย็นชาออกมาจนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักนั้นเรียบตึง คิ้วเข้มพาดเฉียงเหนือดวงตาคมกริบที่มักจะมองทุกสิ่งด้วยความเบื่อหน่าย

จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากหยักลึกสีสดที่มักจะเหยียดตรงอยู่เสมอ สิ่งที่สะดุดตาที่สุดนอกจากใบหน้าฟ้าประทานแล้ว ก็คือ ‘สร้อยเกียร์’ สีเงินหม่นที่ห้อยคอเขาอยู่สายสร้อยนั้นยาวกว่าของคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทิ้งตัวลงมาจรดกลางแผงอกกว้าง เป็นสัญลักษณ์ประจำตัวที่ทำให้ทุกคนตั้งฉายาให้เขาว่า ‘วิศวะเกียร์ยาว’

เกียร์ที่ว่ากันว่าเปรียบเสมือนหัวใจของชาววิศวะ... และเกียร์ของพี่ไฟก็เป็นสิ่งที่สาวๆ ค่อนประเทศ (ในมหาลัย) อยากได้มาครอบครอง แต่ก็ไม่เคยมีใครทำสำเร็จ เพราะเขาโสดมาตั้งแต่ปีหนึ่งยันปีสี่ (ไม่รู้ว่าจริงป่ะ) ครองตัวเป็นโสดอย่างเหนียวแน่นจนเพื่อนๆ เอือมระอา

“ไอ้ไฟ วันนี้น้องใหม่แจ่มๆ เพียบเลยว่ะ มึงไม่คิดจะถอดเกียร์ยาวๆ ของมึงไปคล้องคอใครบ้างเหรอวะ ห้อยมาสี่ปี สนิมขึ้นหมดแล้วมั้ง” ‘แทนไท’ เพื่อนสนิทหน้าเป็นเอ่ยแซวพร้อมกับยักคิ้วหลิ่วตา ไฟท์ปรายตาคมกริบมองเพื่อนสนิทเพียงแวบเดียว ก่อนจะพ่นลมหายใจออกทางจมูกเบาๆ “ไร้สาระ เกียร์กู กูดูแลเองได้

ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาดูแล” น้ำเสียงทุ้มต่ำและราบเรียบเอ่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ มือหนายกขึ้นมาจัดคอเสื้อช็อปของตัวเองให้เข้าที่ ก่อนจะหมุนตัวเตรียมเดินฝ่าฝูงชนเพื่อเข้าไปยังเต็นท์อำนวยการของสโมสรนักศึกษา ทว่า ในจังหวะที่ร่างสูงกำลังก้าวเดินออกไปนั้นเอง...

“หลบหน่อยค่าาาา เบรกไม่อยู่แล้ววววว!”

เสียงใสแจ๋วที่แฝงไปด้วยความตื่นตระหนกดังลั่นมาจากทางด้านหลัง พร้อมกับร่างเล็กๆ ของข้าวหอมที่พุ่งทะยานแหวกฝูงชนมาด้วยความเร็วสูง พื้นคอนกรีตบริเวณนั้นมีรอยน้ำหกอยู่เล็กน้อย และรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อคู่ใหม่เอี่ยมของข้าวหอมก็ดันเหยียบลงไปบนแอ่งน้ำนั้นอย่างพอดิบพอดี

พรืดดด!

“เฮ้ยยยย!”

ทุกอย่างเกิดขึ้นราวกับภาพสโลว์โมชั่น ร่างของข้าวหอมสูญเสียการทรงตัว ลอยคว้างกลางอากาศ ขาตวัดปัดป่ายสะเปะสะปะ สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำให้สองมือเล็กๆ พยายามคว้าทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าเพื่อเป็นที่ยึดเหนี่ยว และโชคร้าย... สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเธอคือแผ่นหลังกว้างในชุดช็อปสีเลือดหมูของพี่ไฟท์

หมับ!

มือซ้ายของข้าวหอมคว้าเข้าที่คอเสื้อช็อปของร่างสูง เข้าอย่างจัง! แรงกระชากบวกกับน้ำหนักตัวของคนที่กำลังจะล้มลากเอาร่างสูงใหญ่ของไฟท์ให้เซถอยหลังตามมาด้วย ไฟเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความตกใจ สัญชาตญาณทำให้เขารีบพลิกตัวกลับมาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น และนั่นทำให้ร่างเล็กของข้าวหอมพุ่งชนเข้ากับแผงอกแกร่งของเขาอย่างแรง ปึก!แกร็ก... ขาดผึง!

เสียงโลหะเสียดสีและขาดออกจากกันดังลั่นบาดหู ตามมาด้วยเสียงของหนักๆ หล่นกระทบพื้น แกร๊ง! จิ๊กซอว์เฟืองเกียร์สีเงินหม่นที่สลักรหัสนักศึกษาของไฟ... บัดนี้ได้หลุดออกจากสายสร้อยที่ขาดกระจุย และร่วงหล่นลงไปกลิ้งขลุกๆ อยู่บนพื้นคอนกรีต ท่ามกลางความเงียบสงัดที่เข้าปกคลุมบริเวณนั้นในชั่วพริบตา

ข้าวหอมนั่งจุ้มปุ๊กอยู่บนพื้น มือขวายังคงกำเศษสายสร้อยที่ขาดเอาไว้แน่น เธอเบิกตากว้าง หัวใจหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่ม ความเจ็บที่สะโพกจากการกระแทกพื้นแทบจะหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นว่าตัวเองเพิ่งทำอะไรลงไป

เสียงจอแจรอบด้านเงียบกริบราวกับมีคนกดปุ่มปิดเสียง นักศึกษาคนอื่นๆ ต่างยืนอ้าปากค้าง มองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง

“เชี่ย...” เสียงของเรียลอุทานออกมาเบาๆ อย่างลืมตัว

ไฟท์ยืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ดวงตาคมกริบก้มลงมอง ‘เกียร์’ ของตัวเองที่นอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นสลับกับมองใบหน้าซีดเผือดของยัยเด็กปีหนึ่งตัวต้นเหตุ รังสีความเย็นชาและแรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงจนคนรอบข้างรู้สึกอึดอัด อุณหภูมิรอบบริเวณนั้นราวกับลดฮวบลงกะทันหัน

ข้าวหอมกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ค่อยๆ ช้อนสายตาขึ้นมองร่างสูงที่ยืนตระหง่านอยู่ค้ำหัว เธอสบเข้ากับดวงตาคมดุที่จ้องมองมาอย่างเอาเรื่อง แววตานั้นวาวโรจน์ไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะเผาไหม้ทุกสิ่งให้เป็นจุณ

“ขะ... ขอโทษค่ะ! หนูไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะคะ!”

ข้าวหอมลนลานรีบคลานเข่าเข้าไปเก็บเกียร์ที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ใช้ชายเสื้อเช็ดฝุ่นออกให้อย่างเบามือ ก่อนจะยื่นส่งคืนให้ร่างสูงด้วยมือที่สั่นเทา

“หนู... หนูสะดุดล้มก็เลย... ขอโทษจริงๆ ค่ะพี่”

ไฟท์ปัดมือของเธอออกอย่างไม่ไยดีจนเกียร์ในมือเล็กเกือบจะร่วงลงพื้นอีกรอบ เขาค่อยๆ ย่อตัวลงมานั่งยองๆ ตรงหน้าเธอ แขนแกร่งท้าวลงบนเข่าของตัวเอง โน้มใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้ดูดุดันและอันตรายเข้ามาใกล้จนข้าวหอมต้องผงะถอยหลังหนี

“รู้ไหม... ว่าเธอเพิ่งทำอะไรลงไป” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถามช้าๆ ชัดๆ แต่กลับเต็มไปด้วยความกดดันจนคนฟังขนลุกซู่

“หนู... หนูทำสร้อยพี่ขาด... เดี๋ยวหนูชดใช้ให้นะคะ! หนูเอาไปซ่อมให้ก็ได้ หรือพี่จะให้ซื้อสายใหม่หนูก็ยินดีค่ะ!” ข้าวหอมละล่ำละลักตอบ น้ำตาแทบจะร่วงหล่นลงมาอาบแก้มด้วยความกลัว

อนาคตชีวิตเฟรชชี่อันสดใสของเธอจบเห่ตั้งแต่วันแรกเลยหรือนี่ มุมปากหยักลึกของไฟท์กระตุกยิ้มขึ้นมาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูงอีกครั้ง มองเหยียดลงมาที่ยัยเด็กโก๊ะที่นั่งหน้าจ๋อยอยู่บนพื้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel