5
หัวหน้าหมู่บ้านหลี่ถอนหายใจยาว เขาสะบัดพู่กันเขียนหนังสือแยกบ้านสองฉบับอย่างรวดเร็ว เนื้อหาในจดหมายระบุชัดเจนว่าครอบครัวสายสามของเหลียนหวงจะแยกตัวออกจากตระกูลเหลียน ไม่มีความเกี่ยวข้องเรื่องทรัพย์สินและหนี้สินใดต่อกันอีก และย่าเจียวซื่อยุติตัดขาดการช่วยเหลือทุกประการ โดยมอบเพียงที่ดินรกร้างท้ายหมู่บ้านฮวาให้หนึ่งแปลงเพื่อแลกกับการไม่เรียกร้องสิ่งใดเพิ่ม
ย่าเจียวซื่อรีบประทับรอยนิ้วมือลงบนกระดาษด้วยความเบิกบานใจ นางกลัวว่าบุตรชายจะเปลี่ยนใจ นางคิดในใจว่าที่ดินท้ายหมู่บ้านนั้นปลูกพืชผักสิ่งใดก็ตายหมด
เป็นเพียงกองหินและดินทรายไร้ค่า การกำจัดตัวกินจุออกไปได้ถึงสามคนนับเป็นเรื่องประเสริฐที่สุด
ชาวบ้านที่ยืนมุงดูต่างซุบซิบนินทา บางคนสงสารเหลียนหวงที่ต้องมาตกระกำลำบาก บางคนก็เวทนาซานเหนียงและเหลียนเปาที่ต้องออกไปเผชิญความหนาวเย็นโดยไม่มีแม้แต่ผ้าห่มดีๆ สักผืน แต่ก็ไม่มีใครกล้าออกหน้าช่วยเหลือ เพราะไม่อยากมีปัญหากับความปากร้ายของย่าเจียวซื่อ
เมื่อประทับรอยนิ้วมือเสร็จสิ้น เหลียนหวงไม่ได้เอ่ยคำลากับมารดาหรือพี่น้องเลยแม้แต่คำเดียว เขาเดินเข้าไปในห้องแคบๆ หยิบห่อผ้าเก่าๆ ที่มีเพียงเสื้อผ้าขาดปะชุนไม่กี่ตัว ซานเหนียงอุ้มหม้อดินเผาบิ่นๆ หนึ่งใบและหยิบจอบทื่อๆ
ที่วางอยู่หลังบ้านมาหนึ่งเล่ม ส่วนกระต่ายป่าสองตัวที่เหลียนหวงล่ามาได้ด้วยความยากลำบากนั้น ย่าเจียวซื่อได้สั่งให้เหลียนอ้ายเอาไปเก็บไว้ในครัวใหญ่เรียบร้อยแล้ว
เหลียนหวงอุ้มเหลียนเปาขึ้นแนบอก มืออีกข้างจูงมือภรรยา ก้าวเดินออกจากลานบ้านตระกูลเหลียน ท่ามกลางสายลมหนาวที่พัดกระหน่ำ ไม่มีใครหันหลังกลับไปมองบ้านหลังนั้นอีกเลย
การเดินทางไปยังท้ายหมู่บ้านไม่ได้ไกลนัก แต่มันกลับรู้สึกยาวนานในความรู้สึกของซานเหนียง นางอดไม่ได้ที่จะเป็นกังวลกับอนาคตที่มองไม่เห็นทาง แต่เมื่อมองแผ่นหลังที่กว้างใหญ่ของสามี ความหวาดกลัวก็บรรเทาลง อย่างน้อยวันนี้เขาก็ได้ลุกขึ้นปกป้องนางและลูกแล้ว
ที่ดินท้ายหมู่บ้านฮวาตั้งอยู่ติดกับชายป่า พื้นที่เต็มไปด้วยหินกรวดและวัชพืชแห้งตาย ตรงกลางมีกระท่อมดินร้างที่หลังคาพังถล่มลงมาเกินครึ่ง สภาพทรุดโทรมจนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนอาศัยอยู่ได้ ลมหนาวพัดลอดผ่านรอยแตกของผนังดินเข้ามาส่งเสียงหวีดหวิว
เมื่อมาถึง เหลียนหวงวางบุตรสาวลงบนพื้นอย่างทะนุถนอม เขาหันไปมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"ซานเหนียง ข้าขอโทษที่ทำให้เจ้ากับลูกต้องมาตกระกำลำบากเช่นนี้ คืนนี้เราคงต้องทนหนาวกันไปก่อน พรุ่งนี้ข้าจะรีบซ่อมแซมกระท่อมให้ดีขึ้น"
ซานเหนียงส่ายหน้าพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยน นางวางหม้อดินและจอบลงบนพื้น
"อย่าพูดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะท่านพี่ แค่เราสามคนได้อยู่ด้วยกัน ไม่ต้องคอยหวาดผวาว่าจะถูกตบตีหรือด่าทอ ข้าก็มีความสุขที่สุดแล้ว ลำบากกายแค่นี้ข้าทนได้เจ้าค่ะ"
เหลียนหวงพยักหน้า รับรู้ได้ถึงกำลังใจจากภรรยา เขารีบคว้าจอบทื่อๆ ออกไปถางหญ้าแห้งรอบกระท่อมและตัดกิ่งไม้มาปิดบังรอยรั่วขนาดใหญ่บนผนังดิน ซานเหนียงเองก็ไม่ยอมอยู่เฉย นางช่วยเก็บเศษหญ้าแห้งและใบไม้มากองรวมกันไว้ที่มุมหนึ่งของกระท่อมเพื่อใช้แทนเบาะรองนอนในคืนนี้
เหลียนเปามองดูบิดามารดาที่ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างรังใหม่ด้วยความอบอุ่นในหัวใจ
เด็กหญิงเดินเลี่ยงออกไปทางหลังกระท่อม อาศัยจังหวะที่บิดามารดากำลังยุ่ง กำหนดจิตวูบเดียวก็เข้ามายืนอยู่กลางทุ่งหญ้าเขียวขจีในมิติลับ
อากาศในมิติยังคงอบอุ่นสบาย นางรีบเดินไปที่บ่อน้ำพุวิญญาณ ตักน้ำใส่กระบอกไม้ไผ่ที่พกติดตัวมาจนเต็ม จากนั้นก็เดินสำรวจบริเวณชายป่าในมิติ โชคดีที่นางพบเถาของมันเทศป่าเลื้อยอยู่บนพื้นดิน นางใช้มือขุดดินร่วนซุยอย่างรวดเร็ว ได้มันเทศหัวอวบอ้วนมาสี่ห้าหัว
เหลียนเปากลับออกมาจากมิติ นำหัวมันเทศและกระบอกน้ำไปวางไว้ใกล้กับกองไฟที่เหลียนหวงเพิ่งก่อเสร็จ
"ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าเจอหัวมันเทศอยู่หลังกระท่อมเจ้าค่ะ แล้วก็เจอน้ำในลำธารด้วย" เหลียนเปาร้องบอกด้วยน้ำเสียงร่าเริง
เหลียนหวงและซานเหนียงหันมามองด้วยความประหลาดใจ พวกเขาไม่คิดว่าที่ดินแห้งแล้งเช่นนี้จะมีมันเทศซ่อนอยู่ แต่ด้วยความเหนื่อยล้าและความมืดที่เริ่มโรยตัวลงมา ทำให้พวกเขาไม่ได้สงสัยอะไรมากนัก
ซานเหนียงรีบนำมันเทศไปหมกในกองไฟ ไม่นานกลิ่นหอมหวานของมันเทศเผาก็ลอยโชยออกมา เตะจมูกคนที่ไม่ได้กินข้าวตกถึงท้องมาทั้งวัน ทั้งสามคนนั่งล้อมวงรอบกองไฟเล็กๆ แบ่งมันเทศเผาร้อนๆ กินกันอย่างเอร็ดอร่อย รสชาติของมันเทศในมิตินั้นช่างหวานล้ำและเนื้อเนียนนุ่ม
ยิ่งเมื่อได้ดื่มน้ำพุวิญญาณตามเข้าไป ร่างกายที่หนาวสั่นก็กลับมาอบอุ่น เรี่ยวแรงที่หดหายก็ฟื้นคืนกลับมาจนหมดสิ้น
แสงไฟสีส้มสะท้อนใบหน้าของคนทั้งสาม เหลียนหวงดึงตัวภรรยาและลูกสาวเข้ามากอดไว้หลวมๆ
"รอก่อนนะ ข้าสัญญาว่าจะสร้างบ้านอิฐหลังใหญ่ให้พวกเจ้าอยู่ จะซื้อเสื้อผ้าแพรพรรณสวยๆ ให้พวกเจ้าใส่ และจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาดูถูกครอบครัวเราได้อีก" เหลียนหวงกล่าวคำสาบานด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ซานเหนียงซบหน้าลงกับไหล่กว้างของสามี น้ำตาแห่งความปีติไหลรินเงียบๆ นางเชื่อมั่นในตัวชายผู้นี้เสมอ
เหลียนเปานั่งพิงอกบิดา มือน้อยๆ กำมันเทศเผาที่เหลืออยู่ครึ่งหัวแน่น นางมองออกไปนอกกระท่อมที่มืดมิด บิดามารดาของนางอาจจะยังไม่รู้ว่าพวกเขากำลังจะก้าวไปสู่ความมั่งคั่ง แต่เหลียนเปารู้ดี นางจะใช้สมองของผู้ใหญ่ในร่างเด็กและของวิเศษในมิติลับนี้ พลิกฟื้นที่ดินรกร้างแห่งนี้ให้กลายเป็นทุ่งทองคำให้จงได้ ตระกูลเหลียนสายสามจะต้องกลายเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งแคว้นต้าโจว
