บทที่ 1.7
“อิง เจ้าโกรธแล้วหรือ” จูเสวี่ยหลินยื่นมืออกไปแตะหัวไหล่ของเขาแล้วปัดเบาๆ เมื่อเห็นว่ามีเศษใบไม้ติดอยู่ “ย่อตัวลงหน่อยข้าปัดออกให้ไม่ถนัด มีเศษใบไม้ติดอยู่ที่ไหล่เจ้า”
“ได้” เจี่ยนอิงทำตามที่นางสั่งทันทีอย่างลืมตัว
ท่าทางของเขาทำเอาจูเสวี่ยหลินแทบหลุดหัวเราะ
ไม่ใช่คนเดิมอะไรกัน...
เขายังคงปฏิบัติกับนางเหมือนเดิมไม่มีผิด แล้วเช่นนี้จะให้นางตัดใจปล่อยเขาไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาน่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้
คิดไปก็แอบหัวเราะในใจ คนตัวโตอย่างเขานางกลับใช้คำว่าน่ารักน่าเอ็นดู ประโยคเหล่านั้นมันมีไว้ใช้กับเด็กเล็กๆ หากแต่นางกลับเอามาใช้กับเขา นี่...ไม่ใช่ว่าเกินไปหน่อยหรอกหรือ
เจี่ยนอิงที่ตระหนักว่าเขาหลงกลหญิงสาวรีบยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ถอยหลังไปสามก้าวเพื่อให้ออกห่างจากนาง แต่ใครจะคาดคิดว่านางจะยังคงก้าวตามเขามาอย่างไม่ลดละ
“เสวี่ย!” ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวตวาดชื่อของนางออกมาคำหนึ่ง
“ในที่สุดก็เรียกชื่อของข้าเสียที” หญิงสาวอมยิ้ม
ความพยายามที่จะให้เขาเรียกชื่อของนางสูญเปล่ามาโดยตลอด เจี่ยนอิงเอาแต่เรียกนางว่า ‘นายหญิง’ ให้ตายก็ไม่ยอมเรียกนางว่าเสวี่ยอย่างที่นางบังคับขู่เข็ญ
ทว่าในยามนี้เขากลับตะโกนชื่อของนางออกมาดังลั่น ทำให้นางอารมณ์ดียิ่งนัก
ผิดกับเจี่ยนอิงที่เพิ่งจะรู้ว่าทำอันใดลงไป เขาเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ทั้งยังถลึงตามองนางอย่างโกรธกรุ่น เขามักจะพ่ายแพ้ให้นางเช่นนี้เสมอ ความเจ้าเล่ห์ของนางที่เขาคุ้นเคย มักทำให้เขาเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
“ข้าหยุดรอที่นี่เพียงเพื่อบอกเจ้าว่าอย่าได้ติดตามข้ามาอีก ระหว่างข้ากับเจ้าถือเสียว่าไม่ได้ติดค้างสิ่งใดกันแล้ว เจ้าไปตามทางของเจ้า ข้าเองก็จะไปตามทางของข้า”
“เจ้าอยากหนีก็หนี ข้าจะตามเสียอย่าง จะมาดูกันว่าเจ้ามีความสามารถหนีข้าตลอดหรือไม่” จูเสวี่ยหลินยักไหล่ ราวกับไม่แยแสในการตัดสินใจของเขา
“เจ้าต้องการสิ่งใดจากข้ากันแน่! ข้ายังแสดงออกไม่ชัดเจนอีกหรือว่าไม่ต้องการเกี่ยวข้องกับเจ้า”
“บอกเหตุผลมา เหตุผลที่แท้จริงในใจของเจ้า ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าปั้นแต่งออกมาเพื่อให้ข้าจากไป” ครั้งนี้จูเสวี่ยหลินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม ซึ่งนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การพบกันระหว่างเขากับนางครั้งนี้
“ยังต้องมีเหตุผลอื่นด้วยหรือ เจ้ากับข้าตั้งแต่แรกก็เป็นศัตรูกันมาก่อน”
“ใครกำหนดว่าผู้ที่เคยเป็นศัตรูกันมาก่อน ไม่อาจเปลี่ยนมาเป็นมิตร”
“แต่เจ้าเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มารดาของข้าต้องตาย!” หลังจากเสียงตวาดของเจี่ยนอิงจบลง รอบกายของทั้งสองก็ถูกปกคลุมเอาไว้ด้วยความเงียบ
จูเสวี่ยหลินไม่ได้ขยับตัวหรือต่อปากต่อคำกับเขาเช่นเคย นางเพียงยืนจ้องมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวของชายหนุ่มตรงหน้านิ่ง
ใบหน้าที่ไม่อาจคาดเดาอารมณ์ ทำให้เจี่ยนอิงรู้สึกคล้ายหายใจไม่ออก เขาไม่ได้ตั้งใจตวาดนาง ทั้งยังไม่ได้ตั้งใจพูดเช่นนั้นออกไป เขาเพียงต้องการให้นางยอมจากไปแต่โดยดีเท่านั้น
“เจ้าคิดเช่นนั้นจริงๆ หรือ” ครานี้เปลี่ยนเป็นนางที่กำลังเดือดดาลบ้าง
และนั่นทำเอาเจี่ยนอิงถึงกับเหงื่อตก แน่นอนว่าลึกๆ เขาไม่ได้โทษใครทั้งนั้น เขาไม่เคยคิดแม้แต่จะโยนความผิดให้นางแบกรับ
เขาไม่ยินยอมให้นางเปื้อนบาปที่นางไม่ได้ก่อ แม้ว่าเรื่องราวทั้งหมดในอดีตจะพัวพันมาถึงนางก็ตาม จะว่าไปแล้วการตายของมารดาเขา เกิดขึ้นก็เพราะสัตว์ร้ายตัวนั้น ซึ่งในที่สุดเขาก็รู้มาว่าเป็นนางร่วมมือกับพี่สาวและสหายของพวกนางฆ่ามัน
แต่จะให้เขายืนเคียงข้างนางได้อย่างไร เขาคือบุตรชายของสตรีที่เคยเป็นศัตรูกับนาง ด้วยบุญคุณของมารดาที่มีต่อเขา ทำให้เขาไม่อาจใช้ชีวิตร่วมกับศัตรูของมารดาได้อย่างสนิทใจ
อีกทั้งคนในครอบครัวของอีกฝ่ายเล่า หากพวกเขารับรู้ว่าความทรงจำของเขากลับมาแล้ว พวกเขายังจะยอมรับใจตัวเขาได้อีกหรือ พวกเขาจะไว้ใจใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับเขาอย่างสงบได้หรือ
เขากลัวเหลือเกิน...กลัวว่าวันหนึ่งเขาจะถูกทอดทิ้งอีกครั้ง หากวันหนึ่งในภายภาคหน้า นางจำเป็นต้องเลือกระหว่างเขากับครอบครัวของนาง เขากลัวว่านางจะไม่เลือกเขา
“เจ้าคิดเช่นนั้นจริงๆ สินะว่าข้าเป็นคนลงมือฆ่าแม่ของเจ้า ทั้งที่นางตายเพราะความแค้นในใจนาง ตายภายใต้กรงเล็บของสัตว์ร้ายตัวนั้น! อิง! เจ้าคนงี่เง่า!”
พูดจบจูเสวี่ยหลินก็พุ่งเข้าโจมตีเขาด้วยความโมโห นางหรืออุตส่าห์ติดตามเขามาด้วยความห่วงใย กลัวเหลือเกินว่าเขาจะคิดเช่นนี้ กระนั้นในใจของนางก็ยังคงหวังว่าระหว่างที่เขามีโอกาสได้อยู่ร่วมกับนาง นับตั้งแต่นางหาเขาพบ สิ่งที่นางปฏิบัติต่อเขาจะช่วยพิสูจน์ถึงความจริงใจและความเปิดเผยตรงไปตรงมาของนาง
กอปรกับหลายวันมานี้เขากลบร่องรอยของเขาเสียสิ้นจนนางกังวลสารพัด เกรงว่านางจะคลาดจากเขาโดยสิ้นเชิง จนไม่มีโอกาสได้อธิบายหรือแก้ตัวว่าเหตุใดตลอดเวลาที่ผ่าน นางไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องราวในอดีตให้เขารับรู้เลยสักครั้ง
แต่เขากลับพูดเช่นนี้ออกมาพูดว่านางเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้มารดาของเขาต้องตาย ประเสริฐ!!
