บท
ตั้งค่า

บทที 1.2

แม้ว่าฐานะของเหวินซวี่ไห่จะด้อยกว่า เนื่องจากตัวเขาเพียงบุตรคนรองของอดีตมือปราบ ในขณะที่กู้จื่อเหยียนนั้น เป็นบุตรชายคนรองของเจ้ากรมโยธาธิการ กระนั้นทั้งสองก็คบหาเป็นสหายที่รู้ใจ ไร้ท่าทีเป็นอคติต่อกันแม้แต่น้อย

ความจริงแล้วยังมีอีกข่าวลือหนึ่ง ซึ่งอาจจะมีมูลความจริง เพราะหากจะกล่าวกันตามตรงแล้ว ฐานะหัวหน้ามือปราบศาลยุติธรรมเมืองหลงอู่สมควรตกเป็นของเหวินซวี่ไห่

หากแต่ท่านเจ้าเมืองไม่อาจทำอะไรได้ ทั้งนี้ก็เพราะข่าวลือที่ว่าเหวินซวี่ไห่นั้น มิใช่บุตรชายของอดีตมือปราบจริงๆ ดังนั้นฐานะของชายหนุ่มจึงคลุมเครือยิ่งนัก

ใบหน้าของกู้จื่อเหยียนเคร่งเครียดขึ้น ตรงหน้าของเขาคือแผนที่ซึ่งถูกวาดขึ้นคร่าวๆ จุดสีแดงที่ถูกวงกลมคือจุดที่มีคนตาย อีกทั้งยังเป็นบริเวณใกล้กับทางขึ้นหั่วซานทั้งสิ้น

นับจากมาประจำการยังเมืองหลงอู่ กู้จื่อเหยียนได้ยินข่าวลือเกี่ยวกับหุบเขาสูงชันนี้จนนับครั้งไม่ได้ เนื่องจากข่าวลือต่างๆ ล้วนวนเวียนอยู่กับสิ่งลี้ลับที่ยังไม่มีใครเคยพิสูจน์ เขาเป็นคนไม่เชื่อเรื่องเช่นนี้ ดังนั้นจึงไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก กระทั่งเกิดเรื่องนี้ขึ้นเขาเองก็ไม่มั่นใจว่าสิ่งที่เคยเชื่อนั้นถูกต้อง

หลักฐานนะหรือศพที่อยู่ในห้องชันสูตรนั้นอย่างไรเล่า ศพที่มีสภาพราวกับเลือดหดหาย ผิวกายขาวซีดแห้งเหือด แต่ทั่วทั้งตัวกลับไร้ซึ่งบาดแผลโดยสิ้นเชิง

“จุดที่ศพถูกนำไปทิ้งล้วนอยู่ใกล้กับหั่วซานทั้งสิ้น” คิ้วเข้มขมวดมุ่น

“ใช่ ชาวบ้านที่นี่ต่างก็เชื่อกันว่าเหนือยอดหั่วซานมีปีศาจร้ายสิงสถิตอยู่ ไม่เคยมีใครที่ขึ้นไปแล้วได้กลับลงมา”

“เจ้าเองก็เชื่อเรื่องพวกนี้หรอกหรือ” กู้จื่อเหยียนหันไปมองสหายด้วยดวงตาประหลาดใจ

“ความจริงข้าเองก็ได้ยินเรื่องนี้มามาก เชื่อหรือไม่นั้นข้าเองก็ไม่อยากลบหลู่ หั่วซานกว้างใหญ่กินพื้นที่หลายร้อยลี้ อีกทั้งยอดเขาก็สูงชันไม่มีใครเคยเข้าไปสำรวจ” เหวินซวี่ไห่ถอนหายใจออกมา

“เจ้าดูนี่สิ” กู้จื่อเหยียนชี้มือไปยังจุดวงกลมสีแดง

“ชาวบ้านต่างให้การคล้ายๆ กัน ผู้ตายล้วนเป็นชายหนุ่ม ทั้งยังหายออกไปจากบ้านในยามวิกาล ศพที่พบล้วนเป็นคนละทิศทางกับจุดที่หายตัวไป”

มือใหญ่ลากเส้นเป็นกากบาท

“แต่มองจากสถานที่และเวลา รวมไปถึงจุดที่ถูกพบศพทุกที่ล้วนเป็นจุดที่ตรงกันข้ามกัน หากหายไปทางทิศตะวันออก ศพจะถูกพบยังทิศตะวันตก หากหายไปจากทิศเหนือ ศพจะถูกพบยังทิศใต้”

เหวินซวี่ไห่เลิกคิ้วก่อนจะชะโงกหน้าไปมองบักทึก “จริงอย่างที่เจ้าว่า”

“ยังมีอีกสองจุดที่น่าสงสัย วันนี้ข้าจะไปดู”

“ข้าจะไปกับเจ้าด้วย”

กู้จื่อเหยียนพยักหน้า “ดีเหมือนกัน เจ้าคุ้นเคยพื้นที่มากกว่าข้า มีเจ้าอยู่ข้าเองก็วางใจมากขึ้น”

ทั้งสองรวบเก็บแผนที่จากนั้นจึงคว้าดาบประจำตัวขึ้น กระนั้นยังไม่ทันได้ก้าวออกไปจากห้อง เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวนางหนึ่งก็ดังขึ้น

“พี่กู้ ท่านกำลังจะออกไปข้างนอกหรือเจ้าคะ”

“หลันเอ๋อร์” กู้จื่อเหยียนยิ้มให้หญิงสาวตรงหน้า นางก็คืออันซิ่วหลัน บุตรสาวคนเดียวของอันฮั่ว เจ้าเมืองหลงอู่ “ข้ากับอาไห่กำลังจะออกไปสืบคดี เจ้ามีอะไรหรือ”

“ข้าเคี่ยวน้ำแกงเอาไว้ เห็นท่านยุ่งๆ เลยนำเข้ามาให้” หญิงสาวหันไปมองสาวใช้ที่กำลังยกถาดซึ่งมีน้ำแกงหอมกรุ่น “ดื่มตอนยังร้อนนะเจ้าคะ”

เหวินซวี่ไห่ยืนมองคนทั้งสองเงียบๆ จากนั้นจึงผละออกไปก่อนโดยไม่พูดอะไร กู้จื่อเหยียนรับน้ำแกงไปจิบคำหนึ่ง เขามองตามเหวินซวี่ไห่จากนั้นจึงวางถ้วยน้ำแกงลง

“ขอบใจเจ้ามาก วันนี้ข้าต้องออกไปสืบคดีข้างนอก ไม่รู้ว่าจะกลับเข้ามาเวลาใด เจ้าไม่ต้องทำมื้อเที่ยงให้ข้าแล้ว”

“เจ้าค่ะ” อันซิ่วหลันรับคำด้วยใบหน้าว่าง่าย กระทั่งยืนมองแผ่นหลังองอาจของกู้จื่อเหยียนเดินจากไปจนลับตา ใบหน้างดงามหม่นหมอง ริมฝีปากเม้มกันจนแน่น

“คุณหนูเจ้าคะ”

“ข้าอยากกลับห้อง”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel