บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.3

“คุณหนูเจ้าคะ”

“ข้าอยากกลับห้อง”

“เจ้าค่ะ” เสี่ยวจิ่วรีบเข้ามาช่วยพยุง ในใจก็ได้แต่ลอบสงสารเพราะรับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับอันซิ่วหลัน

คุณหนูของนางเป็นถึงบุตรสาวเจ้าเมือง แน่นอนย่อมมีบุรุษมากมายหมายปอง แต่ถึงอย่างนั้นหลายปีมานี้ฮูหยินผู้เป็นมารดากลับมองหาเพียงบุตรชายขุนนางที่มีฐานะเท่าเทียมกัน ทั้งที่ล่วงรู้ว่าบุตรสาวของตนรักใคร่ชอบพออยู่กับเหวินซวี่ไห่

ชายหนุ่มถูกมารดาของอันซิ่วหลันกีดกัน กระทั่งจะพบกันก็ไม่อาจทำได้ หากแต่ท่านเจ้าเมืองเองก็เห็นใจจึงไม่อาจตำหนิคนทั้งสอง ด้วยเพราะลึกๆ แล้วเขาเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ารู้สึกกังวลกับฐานะที่คลุมเครือของเหวินซวี่ไห่เช่นกัน

การย้ายมาของกู้จื่อเหยียนเติมเต็มความหวังของตระกูลอัน เช่นกันกับอันซิ่วหลันที่ชมชอบในตัวกู้จื่อเหยียน ดังนั้นความสัมพันธ์ระหว่างหญิงสาวกับเหวินซวี่ไห่จึงถูกปกปิดเอาไว้ กระทั่งหลายวันก่อนหน้า...

อันซิ่วหลันนั่งเหม่อมองเตียงนอนของตัวเอง คืนนั้นนางเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะขัดขืน ด้วยเพราะลึกๆ ยังคงมีใจให้เหวินซวี่ไห่

“ข้าจะทำอย่างไรดี” อันซิ่วหลันพึมพำกับตัวเอง หลายเดือนก่อนบิดาและมารดาของกู้จื่อเหยียนเดินทางมายังเมืองหลงอู่ ทั้งสองชมชอบในตัวนางไม่น้อย ทั้งยังเคยเกริ่นถึงการหมั้นหมาย

กู้จื่อเหยียนเองแม้ยังไม่ได้มีใจให้นาง แต่เขาเองก็ไม่มีคนอื่น ดังนั้นจึงไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธ ทำให้นางมีความหวังว่าจะเริ่มต้นใหม่

ด้วยฐานะที่เท่าเทียมกันของสองตระกูล การแต่งงานครั้งนี้จึงจะมีทั้งบิดาและมารดาของนางสนับสนุน มิใช่การแต่งงานที่ไร้ซึ่งความหวัง หากเทียบกับการแต่งงานกับเหวินซวี่ไห่

กระนั้นในคืนที่เหวินซวี่ไห่รับรู้ถึงข่าวการหมั้นหมาย เขากลับดื่มจนเมามายและเข้ามาหานางในห้อง ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แต่นางมั่นใจว่าทั้งนางและเขาต่างก็รู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่

ทางขึ้นหั่วซานวังเวงและเงียบงันกว่าที่กู้จื่อเหยียนคิด เขามองไปโดยรอบรับรู้ถึงความเย็นเยือกที่โอบล้อม กระนั้นในใจของชายหนุ่มยังคงพยายามคิดว่าเป็นเพราะความอุดมสมบูรณ์ของป่า เพราะพื้นที่โดยรอบนั้นมีต้นไม้สูงใหญ่ขึ้นหนาทึบ

ม้าของชายหนุ่มทั้งสองดูแตกตื่น มันไม่ยอมเดินต่อดังนั้นทั้งสองจึงได้แต่ลงจากหลังม้า ก่อนผูกมันเอาไว้แล้วออกเดินไปรอบบริเวณ

แผนที่ถูกกางออกมาอีกครั้ง หากแต่เมื่อมองไปยังสหายของตน เขากลับเลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม “มีอะไรหรือ”

เหวินซวี่ไห่เงยหน้าขึ้นมองไปยังหมอกหนาซึ่งปกคลุม กระทั่งมองไม่เห็นยอดเขาที่อยู่สูงขึ้นไป “ข้าไม่ชอบที่นี่”

กู้จื่อเหยียนหัวเราะ “กลัวหรือ”

“หั่วซานเป็นสถานที่ของภูตผีปีศาจ ชาวบ้านที่นี่ต่างก็ไม่กล้ากล้ำกราย แม้ไม่อยากเชื่อแต่หลายปีมานี้เจ้าไม่สังเกตหรือว่าไม่ว่าใครก็ไม่กล้าลบหลู่”

“ข้าไม่ได้คิดลบหลู่ หากแต่คดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นเราที่เป็นมือปราบย่อมต้องหาทางคลี่คลาย หากปล่อยไว้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อชาวเมืองหลงอู่”

เหวินซวี่ไห่ชะงักก่อนจะมองตรงไปยังกู้จื่อเหยียน “แล้วหากเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เราสามารถรับมือได้เล่า”

“เจ้าหมายถึงว่าเรื่องนี้อาจเป็นฝีมือของภูตผีปิศาจจริงๆ กระมัง

“ใช่”

“เช่นนั้นก็มาดูกันว่าเราสามารถทำอะไรได้บ้าง”

กู้จื่อเหยียนหัวเราะด้วยท่าทีไม่จริงจัง เพราะลึกๆ แล้วยังคงไม่เชื่อในเรื่องเหล่านี้

เหวินซวี่ไห่มองท่าทีนั้นแล้วได้แต่ถอนหายใจออกมา “จื่อเหยียน เจ้าเป็นคนดีมีฝีมือ ข้าว่า...”

“มาเถิด เราเดินดูแถวนี้สักรอบ หากไม่มีสิ่งผิดปกติค่อยกลับไปดูอีกด้าน หากเป็นอย่างที่ข้าคาดการณ์ ไม่แน่ว่าเราอาจได้เบาะแสอะไรบ้าง”

กู้จื่อเหยียนเดินไปข้างหน้าด้วยท่าทีสงสัย เดิมทีป่ารกทึบเช่นนี้สมควรมีสัตว์น้อยใหญ่ หากดูจากความสมบูรณ์ของป่า หากแต่ตอนนี้กลับไม่มีแม้แต่เสียงนกร้อง ราวกับรอบด้านไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel