บทที่ 1.1
ในห้วงลึกอันดำมืดร่างที่ถูกเหวี่ยงขึ้นลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้ชายหนุ่มซึ่งติดอยู่ระหว่างห้วงเวลาเจ็บปวดอย่างสุดแสน เขาพยายามลืมตา หากแต่กลับทำได้เพียงปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินต่อไป
ในความมืดเสียงหัวเราะร้ายกาจของสตรี ทำให้เขารู้สึกลังเล แท้ที่จริงแล้วการตัดสินใจของเขาในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ถูกต้อง
...หรือเป็นเรื่องที่เขาอาจต้องเสียใจในภายหลังกันแน่
แม้ความคิดขัดแย้งแต่เขากลับไม่อาจหวนคืนได้อีกแล้ว พันธสัญญาที่ถูกทำขึ้นกับปีศาจ แน่นอนว่าย่อมส่งผลให้เขาไม่อาจเป็นตัวของตัวเอง
‘แน่นอนเจ้าย่อมไม่อาจคืนคำพูด’
เสียงของนางยังคงก้องอยู่ในหัว เสียงหัวเราะที่ตามมาทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ หากแต่เมื่อร่างกายร่วงลงมาจากที่ใดสักแห่งอย่างรวดเร็ว เขากลับสะดุ้งสุดตัวพร้อมส่งเสียงตะโกน
“ไม่!!!”
ร่างสูงสะดุ้งเฮือกพร้อมกับลุกขึ้นนั่ง เขาลืมตาและพยายามรวบรวมสติและมองไปโดยรอบ คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อพบว่าตัวเขานอนอยู่บนเตียงนอน อีกทั้งตอนนี้เป็นยามเช้าตรู่
“อา...ข้ากลับมาจริงๆ สินะ หรือว่าทุกอย่างนั้นคือความฝัน”
“หากคิดเช่นนั้นแล้วเจ้าสบายใจ เช่นนั้นก็แล้วแต่เจ้าเถิด”
เสียงหวานซึ่งดังขึ้นแผ่วเบาทำเอาชายหนุ่มขมวดคิ้ว เขาหันขวับไปมองยังต้นเสียง กระทั่งมองเห็นสตรีนางหนึ่งนั่งอยู่กลางห้องของเขา
แผ่นหลังอรชรในชุดเย้ายวนสีแดงสด บวกกับเรือนผมยาวสลวยที่ทิ้งตัวลงเคล้าเคลียไหล่กลมกลึง ทำให้เรือนร่างของนางงดงามแลดูน่าหลงใหล
ท่าทีผ่อนคลายในยามที่ยกชาขึ้นจิบ ราวกับเป็นห้องของตัวเอง ช่างดูน่าโมโหในความรู้สึกของเจ้าของห้องตัวจริงอย่างเขา
“เจ้า!...”
“กู้จื่อเหยียน”
เรียกชื่อเขาจบร่างอรชรก็หมุนกายกลับมามองเขาช้าๆ ใบหน้างดงามประดับด้วยรอยยิ้มยั่วเย้า หากแต่ดวงตาของนางกลับให้ความรู้สึกราวกับสามารถมองทะลุถึงจิตใจผู้คน
“จะความฝันก็ดี จะความจริงก็ช่าง นับจากวันนี้ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า”
นางประกาศอย่างถือดี กระทั่งมองสบตาชายหนุ่มนิ่ง ดวงตาของนางเรียบเฉยราวกับผืนน้ำในห้วงทะเลลึกสุดหยั่ง ในจังหวะที่นางกล่าวประโยคนั้นออกมา กู้จื่อเหยียนพลันรู้สึกเสียใจในภายหลัง
พันธสัญญาระหว่างเขากับนางนั้น เริ่มต้นขึ้นนับจากวันนี้ จนกว่าชีวิตของเขาจะสิ้นสุดลง หรือไม่ก็เป็นนางที่ยินยอมปล่อยเขาให้เป็นอิสระ
ซึ่งก็คงยากยิ่ง...
คดีฆาตกรรมต่อเนื่องที่เกิดขึ้นในเมืองหลงอู่ ทำให้ชาวบ้านต่างก็หวาดกลัวจนไม่กล้าออกจากบ้านในยามค่ำคืน เจ้าหน้าที่ทั้งหลายแม้พยายามสืบหาตัวคนร้าย หากแต่สภาพศพของผู้ตายนั้น ร่างกายราวกับถูกดูดเลือดออกไปจนสิ้น กระนั้นทั้งตัวกลับไร้ซึ่งบาดแผล จึงเป็นที่มาของข่าวลืองมงายซึ่งเชื่อกันว่าเป็นฝีมือของภูตผีปีศาจ
ศาลยุติธรรมเมืองหลงอู่กำลังเคร่งเครียด เนื่องจากไม่เพียงไม่อาจปิดคดีเท่านั้น หากแต่นับจากศพแรกก็ยังมีศพต่อมาเรื่อยๆ กระทั่งมีคำสั่งให้กู้จื่อเหยียนเป็นผู้รับผิดชอบคดีนี้ด้วยตัวเอง หากยังไม่อาจปิดคดีนี้ได้ ท่านเจ้าเมืองเองก็กำชับไม่ให้เขาทำคดีอื่นอีก
กู้จื่อเหยียนเป็นหัวหน้ามือปราบซึ่งมีชื่อเสียง เขาย้ายมาประจำการยังเมืองหลงอู่ได้เพียงปีเดียว หากแต่ก็สามารถช่วยงานท่านเจ้าเมืองได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ดังนั้นแน่นอนในยามนี้เขาก็คือความหวังของผู้คนในเมืองอู่หลง
“ลำบากเจ้าจริงๆ”
เหวินซวี่ไห่ถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง หลังจากที่ตลอดระยะเวลาสองเดือนมานี้ เขาที่เป็นผู้ดูแลคดีกลับไม่พบเบาะแสหรือเงื่อนงำใดๆ จากคดีฆาตกรรมต่อเนื่อง
“ไม่ได้ลำบากอะไรเลย คดีที่เกิดขึ้นทำให้ชาวบ้านต่างหวาดผวา ข้าเองก็อยากให้ปิดคดีนี้ได้โดยเร็ว”
ชายหนุ่มทั้งสองนั่งปรึกษากันด้วยท่าทีเคร่งเครียด ทั้งสองสนิทสนมกันมานับจากกู้จื่อเหยียนย้ายมาประจำที่เมืองหลงอู่
หนึ่งโดดเด่น หนึ่งองอาจ