บทที่ 2.1
“ยังมี...”
“อะไรหรือ”
“เพราะอะไรดาบของเจ้าจึงสามารถทำร้ายปิศาจตนนั้นได้”
กู้จื่อเหยียนส่ายหน้า “ข้าเองก็ไม่รู้” เขาส่ายหน้าด้วยความจนใจ เนื่องจากตัวเขาเองก็ประหลาดใจไม่แพ้ผู้เป็นสหาย
“จื่อเหยียน” เหวินซวี่ไห่ขมวดคิ้ว “หากเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราไม่อาจควบคุมจริงๆ เจ้าว่าเราควรทำเช่นไรดี”
มีหรือที่กู้จื่อเหยียนจะไม่เข้าใจว่าเหวินซวี่ไห่หมายความว่าอย่างไร เรื่องของปิศาจคนธรรมดาอย่างพวกเขาจะจัดการได้อย่างไร
“ข้าอยากไปลองปรึกษากับไต้ซือไป๋อู่ดูก่อน หากไม่ได้ผลคงต้องขอความช่วยเหลือไปยังเมืองหลวง ข้าพอจะรู้จักหลวงจีนที่มีฝีมือในเรื่องนี้อยู่บ้าง”
“เชื่อถือได้หรือ มิใช่เจ้าไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แล้วทำไมเจ้าจึงรู้จักหลวงจีนเหล่านั้นเล่า”
“คำร่ำลือน่ะ” กู้จื่อเหยียนถอนหายใจออกมา “ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเชื่อถือได้หรือไม่ แต่ดูเหมือนหลวงจีนผู้นั้นจะมีชื่อเสียงในเมืองหลวง”
เขาจดจำได้แม่นเนื่องจากอีกฝ่ายเคยรั้งเขาเอาไว้ ในวันที่เขาพามารดาไปไหว้พระที่วัด วันนั้นเขาถูกทักว่าอายุสั้น และนั่นจึงเป็นสาเหตุให้มารดาสรรหาวิธีต่างๆ เพื่อต่อชะตาอายุให้เขา
‘น่าเสียดาย ท่านเป็นคนที่นับว่ามีดวงชะตาแรงกล้า หากแต่กลับอายุสั้นยิ่งนัก เรื่องราวในอดีตจะส่งผลให้ชะตาในอนาคตพลิกผัน ความผูกพันและความแค้นที่ยากสะสาง ทำให้ท่านล้วนไร้ซึ่งหนทางหลีกเลี่ยง อามิตตาพุทธ’
“เอาอย่างนี้สิ เจ้าส่งข่าวไปเลย ขอคำปรึกษาจากหลวงจีนผู้นั้น ไม่ว่าจะอย่างไรเราควรเหลือทางออกเอาไว้บ้าง”
“อืม” กู้จื่อเหยียนพยักหน้าช้าๆ “ข้าจะรีบส่งข่าวไปที่เมืองหลวงทันที”
เหวินซวี่ไห่กระโดดขึ้นบนหลังม้า เช่นกันกับกู้จื่อเหยียน ทั้งสองยังคงมองเข้าไปยังทางขึ้นเขา ในใจสับสนนั้นกำลังครุ่นคิดในเรื่องที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
เหวินซวี่ไห่สาบานกับตัวเอง หากไม่จำเป็นจริงๆ เขาจะหาทางหลีกเลี่ยง ไม่เข้าใกล้สถานที่แห่งนี้อีกเป็นอันขาด
ผิดกับกู้จื่อเหยียนที่กำลังครุ่นคิดถึงภาพเหตุการณ์เลือนรางที่เขาเห็นเมื่อครู่ บุรุษผู้นั้นแม้เขาไม่คุ้นเคยแต่เพราะเหตุใดเขาจึงรับรู้ได้ถึงความโศกเศร้าที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างที่นั่งคุกเข่านิ่ง
เมื่อทั้งสองกลับเข้าไปในกำแพงเมือง กู้จื่อเหยียนกำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกคนลาดตระเวนดูแลความปลอดภัย อีกทั้งกำชับให้ติดประกาศให้ชาวบ้านอยู่แต่ในบ้าน อย่าได้ออกมาด้านนอกในยามวิกาล
“เจ้าว่าปิศาจสาวตนนั้นจะถูกเจ้าฆ่าตาย หรือว่านางเพียงหายตัวไปชั่วคราวเท่านั้น”
“ข้าเองก็ไม่รู้” ในขณะที่ตอบคำถาม กู้จื่อเหยียนใช้ผ้าเช็ดดาบปักวสันต์ของตัวเอง พร้อมกันนั้นก็มองพิจารณาอย่างละเอียด
ดาบเล่มนี้เป็นดาบประจำตำแหน่ง เขาได้รับพระราชทานมาจากฮ่องเต้ เพราะบิดาเป็นขุนนางตงฉินที่มีผลงานไม่น้อย อีกทั้งพี่ชายของเขาเองก็เป็นถึงราชอาลักษณ์หลวง ดังนั้นฮ่องเต้จึงทรงสนพระทัยเป็นพิเศษ ในวันที่เขาขอออกมาประจำการยังเมืองหลงอู่ แต่ถึงอย่างนั้นไม่ว่าจะมองเช่นไรเขาก็มองไม่เห็นว่ามีสิ่งใดพิเศษ จึงได้ทำให้เขาสามารถแทงปิศาจตนหนึ่งได้
“เจ้าจะให้คนส่งจดหมายไปยังเมืองหลวงเลยหรือไม่ ข้าพอรู้จักคนของหอสาส์น”
“อ้อ เช่นนั้นข้าจะจัดการเดี๋ยวนี้ พรุ่งนี้เช้าข้าอยากลองไปที่วัด เผื่อไต้ซือไป๋อู่จะมีความเห็นอื่น”
“แต่พรุ่งนี้ข้าต้องเข้าเวรรักษาการ”
“ข้าไปคนเดียวได้”
เหวินซวี่ไห่มองหน้าสหายแวบหนึ่ง จากนั้นก็ได้แต่พยักหน้า “เจ้าต้องระวังตัวด้วย เรื่องที่เกิดขึ้นกับเราสองคน หากเลี่ยงได้ข้าเองก็ไม่อยากให้เจ้าไปเสี่ยงที่หั่วซานอีก”
“วางใจเถิด ข้าเพียงไปที่วัด จะไม่เข้าใกล้หั่วซานอีก”
“เช่นนั้นข้าก็วางใจ อย่าลืมพาคนของเราไปด้วย”
กู้จื่อเหยียนเขียนจดหมายส่งกลับไปยังเมืองหลวงเงียบๆ เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังหั่วซาน ยังคงกวนใจเขาไม่หยุดกระทั่งไม่อาจนอนหลับ