บท
ตั้งค่า

บทที่ 1.4

ยิ่งเดินขึ้นเขาทางเดินก็ยิ่งชันขึ้น เดิมทีหั่วซานแห่งนี้ก็ไม่ใคร่จะมีคนกล้าเข้าใกล้ ดังนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงถนนที่ไม่มีใครสัญจรผ่าน เพราะต้นไม้และใบไม้ได้ทับถมจนยากจะแยกออก

ใบหน้าหล่อเหลาของกู้จื่อเหยียนเผยแววครุ่นคิด เขามองไปโดยรอบด้วยความสงสัย กระทั่งหันไปมองเหวินซวี่ไห่ที่มองไปโดยรอบเช่นกัน “เจ้าไม่รู้สึกว่าน่าสงสัยหรอกหรือ”

“อะไรที่ว่าน่าสงสัย”

“ป่าสมบูรณ์ขนาดนี้ แต่ไม่มีแม้แต่นกสักตัว”

เหวินซวี่ไห่ได้ยินดังนั้นก็ชะงัก เขาหันมามองกู้จื่อเหยียน ดวงตาไหววูบแตกตื่น “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

“ที่นี่มีบางอย่างที่ทำให้สัตว์เหล่านั้นตื่นกลัว”

ยิ่งฟังเหวินซวี่ไห่ก็ยิ่งไม่อาจรักษาความเยือกเย็น เขาเดินเข้ามาใกล้กู้จื่อเหยียน “เจ้าอย่าล้อข้าเล่น”

“เจ้าคิดไปถึงไหน ข้าไม่ได้หมายความไปถึงเรื่องลี้ลับ แต่ข้าหมายถึงที่นี่อาจมีบางอย่าง”

“แล้วความหมายมันต่างกันอย่างไรเล่า”

กู้จื่อเหยียนถอนหายใจออกมา “เจ้ากลัวถึงเพียงนี้ยังตามมาโดยไม่พูดอะไร”

มองดูกู้จื่อเหยียนยังคงมีท่าทีปกติ เหวินซวี่ไห่รู้สึกละอายใจเล็กน้อย “เรากลับออกไปกันเถิด หากเจ้าจะขึ้นเขา อย่างน้อยเราควรมีคนมาด้วยสักหลายๆ คน พวกเราไม่คุ้นเคยเส้นทางขึ้นเขาหากหลงทางจะยุ่งไปกันใหญ่”

กู้จื่อเหยียนพยักหน้าเห็นด้วย เส้นทางรกทึบอีกทั้งหมอกหนาที่ปกคลุม หากยังฝืนเดินขึ้นเขาเกิดหลงทางขึ้นมาคงไม่ง่ายที่จะกลับออกมา ดังนั้นเขาจึงได้แต่หมุนตัวกลับ

ระหว่างก้าวเดินลงเขานั้น เงาวูบไหวบางอย่างด้านข้างทำให้ชายหนุ่มชะงัก จากคลองสายตาเขามองเห็นชัดว่าเป็นชายเสื้อคลุมสีขาวที่วูบผ่านไปยังต้นหยางสูงใหญ่

“หยุดนะ! นั่นใคร!”

กู้จื่อเหยียนตวาดออกมาเสียงหนึ่ง ก่อนที่ร่างสูงจะพุ่งเข้าไปยังด้านหลังของต้นหยาง เหวินซวี่ไห่สะดุ้งเฮือก เมื่อมองเห็นแผ่นหลังของสหายก็ได้แต่ตามไปอย่างไร้ทางเลือก

กระนั้นเมื่อคนทั้งสองไปโผล่ยังอีกด้าน กลับไร้ซึ่งเงาของผู้อื่น

“ข้ามั่นใจว่าเป็นเงาคน” กู้จื่อเหยียนหมุนตัวมองไปรอบด้าน ดาบปักวสันต์ในมือถูกกุมแน่น ความรู้สึกที่บอกว่ารอบกายยังคงมีผู้อื่นอีก ทำให้เขาไม่อาจลดความระแวงลง

ชายหนุ่มทั้งสองหันหลังพิงกัน จากนั้นได้แต่ยินนิ่งเพื่อสังเกตการณ์ สายลมที่นิ่งสนิทอยู่ๆ ก็เริ่มพัดวูบไหว เมฆหมอกเคลื่อนคล้อยลงต่ำ เสียงหัวเราะแหลมเล็กของอิสตรีดังขึ้น

“ช่างน่าชื่นชม”

เสียงนั้นดังขึ้นไม่ไกลแต่กลับไร้ตัวตนของเจ้าของเสียง กู้จื่อเหยียนและเหวินซวี่ไห่ชักดาบออกมาจากฝัก กว่าจะรู้ตัวร่างของชายหนุ่มทั้งสองก็ถูกแรงมหาศาลพุ่งเข้าจู่โจม

เงาสีขาวพัดวูบมาในคลองสายตา กู้จื่อเหยียนตวัดดาบออกไป แต่เรี่ยวแรงของเขากลับยังคงไม่อาจสู้ เขากระเด็นออกไปอีกด้านเช่นกันกับเหวินซวี่ไห่ คนทั้งสองลอยลิ่วกระแทกเข้ากับกิ่งไม้ใหญ่น้อย จากนั้นร่างสูงก็ร่วงลงบนพื้น

“มีคนหนุ่มแน่นมาสังเวยถึงที่ เช่นนั้นข้าจะไม่ปฏิเสธละนะ”

เสียงนั้นทำเอาเหวินซวี่ไห่ขนลุกซู่ เขาพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่ง จากนั้นก็มองเห็นแผ่นหลังของสตรีนางหนึ่งในชุดตัวยาวสีขาวสะอาดตา เส้นผมยาวสีดำขลับลากระไปกับพื้น ร่างอรชรอ้อนแอ้นดูบอบบาง หากแต่ให้กลิ่นอายแห่งความตายอันน่าหวาดหวั่น

“จื่อเหยียน...”

สตรีนางนั้นก้าวเข้าไปหากู้จื่อเหยียน เหวินซวี่ไห่คว้าดาบปักวสันต์ขึ้นจากนั้นก็เขวี้ยงออกไปสุดแรง มันกลับทะลุผ่านร่างอรชรไปอย่างน่าตื่นตะลึง ราวกับร่างนั้นเป็นเพียงภาพลวงตา

เสียงหัวเราะน่าขนลุกดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกันนั้นนางก็หันหน้ามามองเหวินซวี่ไห่ช้าๆ เสียงหนึ่งดังก้องในหัว ทำให้เขาได้แต่เบิกตาค้าง

‘คิดช่วยเขาหรือ เจ้า...มิใช่ต้องการให้เขาหายตัวไปหรอกหรือ เหวินซวี่ไห่ เจ้ามันคนหลอกลวง แต่แรกมิใช่โทษว่าเป็นเขาที่มาแย่งทุกอย่างไปจากเจ้าหรอกหรือ เจ้ารู้ทั้งรู้ว่าเขาต้องแต่งงานกับนางอย่างแน่นอน เหตุใดยังคงแอบย่องเข้าหาเจ้าสาวของสหาย’
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel