ตอนที่3 แต่งงานกัน
เสียงดนตรีหวานซึ้งขับกล่อม ภายในงานอบอวลไปด้วยรอยยิ้มจากแขกและสายตาสงสัยใคร่รู้ เจ้าสาวของนักธุรกิจใหม่ไฟแรงคือใคร ได้ข่าวมาเมื่อไม่นาน ว่าลูกรักเจ้าสัวพึ่งถูกปฏิเสธไป ไม่ใช่หล่อนไม่ดีพอ แต่ฝ่ายเจ้าบ่าวนั้นค่อนข้างเดาอารมณ์ได้ยาก หากเอ่ยปากบอกว่าไม่เอาแล้ว ใครก็บังคับไม่ได้
ข้างนอกเสียงจอแจดังระงม แตกต่างจากห้องเก็บตัวเจ้าสาวอย่างสิ้นเชิง เมื่อช่างแต่งหน้าทำผมพากันออกไปหมดแล้ว ขนมผิงก็ได้อยู่กับแครอลและผู้หญิงอีกหนึ่งคน ทั้งสองคือเพื่อนเจ้าสาวซึ่งมีอายุน้อยกว่าเธอสองปี แต่เดิมคิดว่าบรรยากาศจะกระอักกระอ่วนเพราะไม่รู้จักมักคุ้นกันมาก่อน แต่ไม่ใช่เลย แครอลกับแฟนน้องชายเจ้าบ่าวอัธยาศัยดีมากๆ
มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้สามสาวเงียบ คนที่ลุกไปเปิดคือแครอล พอเธอเห็นว่าเป็นใครก็กลอกตาเบ้ปาก ดูท่าจะใจร้อนรอไม่ไหวแล้ว น้ำเสียงกระแนะกระแหนจึงบ่นไปหนึ่งยก “อะไรคะพี่คัลเลน เขาไม่ให้เจอเพื่อนเจ้าสาวเป็นการส่วนตัวค่ะ”
ผู้ชายสวมชุดสูทหล่อสง่าทำสีหน้าเคร่งเครียด ขนมผิงก็นึกไปมั่วว่าอาจจะเป็นเจ้าบ่าวของเธอ แต่ไม่ใช่ คนๆ นั้นคือน้องชายของเขา
“มิ่งขวัญ มานี่หน่อย” คัลเลนไม่สนใจน้องสาว เขาชะโงกหน้าผ่านเข้าไปกวาดสายตาหาแฟนตัวเอง เธอกำลังนั่งอยู่กับว่าที่เมียของพี่ชาย ดวงตากลมๆ จ้องเขม็งตอบกลับมา
“เดี๋ยวมิ่งมาอยู่เป็นเพื่อนนะคะ ไปจัดการคนก่อน” ขนมผิงพยักหน้ารับ เธอเห็นมิ่งขวัญถูกคัลเลนดึงหายไปอย่างรวดเร็วก็ตกใจ มีเรื่องทะเลาะกันหรือเปล่า
“พี่ชายคนรองของแคลเองค่ะ ชื่อพี่คัลเลน พี่ขนมผิงไม่ต้องใส่ใจนะคะ เป็นแบบนี้ประจำ ห่างเมียหน่อยไม่ได้ ขี้หึงมากค่ะ ไม่เหมือนพี่เคย์เดน รายนั้นแคลไม่เคยเห็นเข้ากับผู้หญิงคนไหนได้เลย เป็นพวกบ้างานมาก”
แครอลพึ่งรู้ตัวว่ากำลังทำให้ขนมผิงไม่สบายใจจึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนา ตัวเธอยังไม่กล้าล้อเล่นตามประสาพี่น้องกับเคย์เดน คนที่ทำหน้าที่เมียจะไปเหลืออะไร แต่ว่าบางที ขนมผิงอาจจะเข้ามาช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น ไม่อย่างนั้นคนที่ลงทุนอ้างว่าตัวเองป่วยเพื่องานแต่งครั้งนี้ต้องเข้าโรงพยาบาลจริงๆ แน่
“จะถึงเวลาแล้วค่ะ ไม่ต้องเกร็งนะคะ วันนี้มีแต่คนในครอบครัวกับเพื่อนๆ ของพี่เคย์เดน นักข่าวที่คิดจะแฝงตัวเข้ามาถ่ายรูปถูกกันออกไปหมดแล้ว”
แครอลช่วยให้มั่นใจมากขึ้น พอคนรอบข้างเป็นมิตรก็เหมือนอุปสรรคลดน้อยลง รอแค่เจอเจ้าบ่าว ถึงจะรู้ว่างานนี้มันหนักหรือง่ายแค่ไหน ขนมผิงมองตนเองผ่านกระจกบานใหญ่อีกครั้งเพื่อซ้อมยิ้มให้น่าประทับใจ ทั้งๆ ที่ประหม่าจนเหงื่อซึมแล้ว แต่ก็ไม่อาจให้มีข้อผิดพลาดได้ งานคืองาน อย่าเซ่อซ่าจนขายหน้าเด็ดขาด
“มิ่งมาแล้วค่ะ ขอโทษที่ทำให้รอนะคะ”
ก่อนจะเดินเข้าพิธี เพื่อนเจ้าสาวก็กลับมาจากสะสางปัญหาพอดี มิ่งขวัญมีสีหน้าแดงก่ำ ส่วนริมฝีปากบวมเจ่อเหมือนกับคนที่พึ่งไปทานอาหารเผ็ดร้อนมา ขนมผิงต้องช่วยจัดทรงผมให้ เธอสังเกตเห็นรอยจ้ำใหญ่ที่ลำคอระหงก็ตกใจ
“น้องมิ่งขวัญ ไปโดนอะไรกัดมาคะ” คำถามราวกับผ้าขาวไร้สีสันแต่งแต้มนี้ ทำให้แครอลหัวเราะคิกคัก พี่สะใภ้อายุไม่น้อยแล้ว ทำไมถึงเดาไม่ได้ ขนมผิงงุนงง เวลาต่อมาแก้มก็เปลี่ยนเป็นสีแดง เธอไม่ขอยุ่งเกี่ยวก็แล้วกัน
ถึงเวลาอันสมควรพิธีกรก็ส่งสัญญาณให้นักดนตรีเตรียมพร้อม เมื่อเจ้าสาวปรากฏตัว ทั้งแขกและเจ้าบ่าวต่างก็อยู่ในความสงบ ปล่อยให้หลานชายสวมชุดสูทหล่อเหลาน่าเอ็นดูบรรเลงไวโอลิน
ขนมผิงชะงักฝีเท้า เพลงที่ลอยมาเข้าหูคุ้นมาก ไม่ใช่ว่าพึ่งสอนแม็กน้อยไปเหรอ หรือว่าบังเอิญคล้ายกัน เธอเดินตามพรมสีขาวไปเรื่อยๆ จนถึงสวนของคฤหาสน์ใหญ่ โดยมีผ้าปิดหน้าลายสวยอำพรางความตื่นตระหนก ทุกๆ ครั้งที่ก้าวเข้าใกล้แท่นปฏิญาณเป็นสามีภรรยา ก็รู้สึกราวกับว่าไม่ใช่เรื่องจริง
รอบด้าน นอกจากจะประดับประดาไปด้วยดอกไม้หรูหราประณีตแล้ว ยังมีแขกผู้ทรงอิทธิพลในแวดวงต่างๆ มาร่วมงานกันคับคั่ง ขนมผิงไม่กล้ามองไปยังพวกเขาเลย เธอเอาแต่จดจ้องเท้าตนเองเพื่อป้องกันการสะดุดล้มเท่านั้น เมื่อเดินขึ้นไปยืนหันหน้าเข้าหาเจ้าบ่าวแล้ว จู่ๆ เลือดลมในร่างกายก็เริ่มไหลเวียนไม่สะดวก คนทั้งคนแทบอยากจะเป็นลมล้มลงเสียให้ได้
“เคย์เดน คุณจะรับขนมผิงเป็นภรรยาของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเธอ ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักและให้เกียรติเธอไปชั่วชีวิตหรือไม่”
เจ้าบ่าวค่อนข้างเฉยชา เขาเงียบเมื่อต้องให้คำมั่นต่อหน้าทุกคน ขนมผิงจึงริมฝีปากสั่นไปชั่วขณะ เธอคิดว่าเขาจะไม่ยอม แต่พอได้ยินประโยคตอบรับห้วนๆ ก็ค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ
“ขนมผิง คุณจะรับเคย์เดนเป็นสามีของคุณไหม คุณสัญญาว่าจะซื่อสัตย์ต่อเขา ทั้งในยามสุขและยามยาก ในยามไข้และสบายดี จะรักและให้เกียรติเขาไปชั่วชีวิตหรือไม่”
“ค่ะ” เจ้าสาวตอบไม่เต็มเสียง เพราะรู้สึกได้ถึงสายตาอันเฉียบคม มันหนาวเย็นและอันตราย ราวกับโลกทั้งใบไร้แสงสว่างไปแล้ว
จบจากพิธีให้คำมั่น เคย์เดนก็เคลื่อนมือเข้าไปเปิดผ้าคลุมลายสวยออก เขาพิจารณาผู้หญิงตัวเล็กๆ ท่าทางสับสันตรงหน้าทันที เธอค่อนข้างผอมบางเหมือนกับคนขาดสารอาหาร จมูกปากไม่มากไม่น้อยกำลังสบายตา แม้จะไม่สวยโดดเด่นจนชวนตะลึง แต่ก็พอมีสิ่งน่าสนใจอยู่บ้าง โดยเฉพาะหน้าอกคับใหญ่ อย่างน้อยก็ถือว่าทรวดทรงดี
“เจ้าบ่าวจูบเจ้าสาวได้”
พอคุณพ่อบาทหลวงเชิญ เคย์เดนก็ใช้มือคว้าคางมนเข้ามารับจูบ ขนมผิงเสมือนถูกทุบศีรษะ เธอไม่เคยจูบผู้ชายมาก่อน ขาสองข้างจึงอ่อนแรงยืนไม่อยู่ หากไม่ถูกโอบกอดรอบเอวเอาไว้ สาบานได้ว่าเป็นลมแน่นอน เสียงกระแอมไอจากเพื่อนเจ้าบ่าวดังขึ้น การบดขยี้ที่แสนหนักหน่วงจึงยุติลง
“เธอตายคามือฉันแน่” คำขู่ข่มขวัญนั้นกระซิบอยู่ข้างใบหูสะอาด พอได้มองฝ่ายตรงข้ามเต็มตา ขนมผิงก็ตกอยู่ในภวังค์ ผู้ชายคนนี้คือคุณลุงของแม็กน้อยไม่ใช่เหรอ แล้วเขากลายมาเป็นเจ้าบ่าวได้ยังไง
ก่อนแต่งงาน เธอพยายามค้นหารูปเขามาดู ใจหนึ่งรู้สึกว่าคลับคล้ายคลับคลา ไม่นึกว่าจะเป็นคนๆ เดียวกัน ขนมผิงเลื่อนสายตาตื่นกลัวเหมือนกวางหลงทางมองไปยังแท่นบรรเลงดนตรี เมื่อเห็นเด็กชายสวมชุดสูทน่าเอ็นดูกำลังส่งยิ้มให้ก็เริ่มหน้ามืด นั่นแม็กน้อย ลูกศิษย์ของเธอเอง
เจ้าสาวไม่ใช่คนมีชื่อเสียง แขกที่กำลังเฝ้ามองจากทางด้านล่างจึงแปลกใจระคนสงสัย ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน หรือมีเหตุผลพิเศษใด เธอถึงได้ถูกเลือกให้มาเป็นสะใภ้ของตระกูลทรงอำนาจอย่างซันวาทอเรย์ จะคิดให้ปวดหัวก็คิดไป นายท่านโทนี่ยิ้มไม่หุบก็พอ
“ฉันอยู่ทันวันนี้ ไม่อยากจะเชื่อ” ชายวัยกลางคนปลาบปลื้ม อุตส่าห์ลงทุนแกล้งป่วย หากยังไม่ได้ผล ลูกชายไม่ยอมแต่งงานสักทีก็จะไปอาศัยอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว
พิธีเป็นทางการช่วงกลางวันผ่านไป ตกเย็นทั่วทั้งคฤหาสน์ตระกูลซันวาทอเรย์ก็เริ่มงานเลี้ยงฉลอง คราวนี้มีแค่คนในครอบครัวจริงๆ ส่วนแขกพิเศษจะเป็นของฝั่งเจ้าบ่าว แม้ว่าเคย์เดนจะเข้าหายาก แต่เพื่อนๆ คุณภาพล้นแก้วทั้งนั้น
หนึ่งในสาวสวยดวงตาสีฟ้าทรงเสน่ห์ถือแก้วไวน์ตรงเข้าไปหาเคย์เดน เธอกับเขาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ไม่ยากเลยที่จะมองออกว่างานวันนี้มันน่าเบื่อแค่ไหน
“ไงเคย์ ทำไมไม่ยิ้มเลยล่ะ วันนี้งานแต่งของนายนะ หรือถ้าไม่อยากให้ผู้หญิงคนนั้นรบกวน ลาน่าช่วยได้ คุณลุงโทนี่ไม่รู้เรื่องนี้แน่นอน” ที่ผ่านมา เธอคอยกำจัดผู้หญิงที่นายท่านโทนี่พยายามป้อนให้เคย์เดนคนแล้วคนเล่า ไม่ขู่ก็ให้เงิน จัดการอีกสักครั้งจะเป็นไรไป เขาไม่ต้องการอยู่แล้ว
“ไม่ใช่หน้าที่ของเธอ เมาก็กลับบ้านไปได้แล้ว”
“ลาน่าไม่เมา เคย์แต่งงานทั้งที จะรีบกลับทำไม ลาน่าแค่อยากถาม เคย์ชอบผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่า” ถ้าเขาไม่ชอบ เขาสามารถยกเลิกงานแต่งในวันนี้ได้ ต่อให้ผู้เป็นพ่อจะบังคับ เขาก็ไม่เคยสนใจ คราวนี้กลับยอม นี่หมายความว่ายังไง
ไม่มีคำตอบ เพราะไม่จำเป็น เจ้าสาวหน้าตาบ้านๆ สวยกว่านี้ก็ใช่จะไม่เคยเห็น เหตุผลที่เขายอมแต่งงาน ทำไมต้องอธิบายมากมาย เคย์เดนมองไปยังเพื่อนผู้ชายสองคน เขาไม่มีอารมณ์พูดคุย คิดเอาไว้ว่าสักพักก็จะขึ้นห้องนอนแล้วจึงบอกให้ลาน่าเดินไปหาคนอื่น
เธอโซซัดโซเซราวกับหญิงสาวอกหัก เมื่อได้เพื่อนช่วยพยุงแล้วก็กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจออกมา “เคย์จะนอนกับมันเหรอ”
“เบาๆ สิลาน่า นี่งานของเคย์เดน เพื่อนมีความสุขก็ยินดีไปเถอะ”
“หึ ยินดี? นังนั่นมันเป็นใครกัน เคย์ถึงยอมแต่งด้วย เขาควรเป็นของ…” สตีเฟ่นรีบยกมือขึ้นมาอุดปากลาน่า พูดมากเดี๋ยวก็หาเรื่องใส่ตัวเอง คนมีเมียแล้ว ต่อให้ชอบจนขาดใจก็ต้องหยุด
งานเลี้ยงเลิกรา ส่วนคนที่เป็นเจ้าสาวเดินไปมาในห้องกระสับกระส่าย พอนึกถึงรสชาติจูบทารุณของเขา ขนมผิงก็เริ่มกลัว ผู้ชายคนนี้ทำให้อารมณ์ของเธอปั่นป่วน ใบหน้าเย็นชาของเขา แววตาหนาวเหน็บ และกลิ่นหายไม่ปลอดภัย ได้สัมผัสระยะประชิดครั้งเดียว ต่อให้อยากลืมก็ลืมไม่ลง ขนมผิงกำลังขนลุก ฉับพลันเสียงเคาะประตูก็รบกวนเธอ
“พี่ขนมผิงคะ แคลเอง”
ขนมผิงเดินไปเปิดประตู พอเห็นว่าเป็นแครอลก็โล่งอก น้องสาวคนสวยมาพร้อมกับแก้วทรงสูงและไวท์ขาว ก่อนเข้าหอต้องดื่มย้อมใจสักหน่อย แครอลรินไวน์ให้ตัวเอง อีกแก้วยื่นไปต่อหน้าขนมผิง
“ดื่มกันค่ะ” แครอลเห็นขนมผิงยิ้มเจื่อนก็เข้าไปจับมือแล้วพามานั่งบนเตียง เธอรู้ว่าพี่สะใภ้กลัวพี่ชาย
“พี่ขนมผิงไม่ต้องกังวลนะคะ พี่เคย์เดนไม่มารบกวนแน่นอน รายนั้นเข้าห้องตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว อีกอย่างห้องนี้จัดเอาไว้สำหรับพี่ขนมผิง ถือซะว่าเป็นพื้นที่ปลอดภัยนะคะ เวลาหนึ่งปีผ่านไปเร็วมาก แคลอยากให้พี่ทำงานอย่างมีความสุขไม่ต้องกดดัน ถ้าขาดเหลืออะไรบอกป้าอุ่นได้เลย ถึงจะแต่งแบบจำเป็น แต่คฤหาสน์หลังนี้ ยังไงพี่สะใภ้ก็เป็นนายหญิง ทุกคนพร้อมจะดูแลค่ะ”
“ขอบคุณนะคะ”
“กับแคลไม่ต้องพูดเป็นทางการก็ได้ค่ะ พี่ขนมผิงน่ารัก แคลอยากให้เราสนิทกันเหมือนพี่สาวน้องสาว ที่จริง แคลอยากมีพี่สาวมาตลอด แฟนพี่ชายคนรองก็อายุเท่ากันเลยไม่สมหวังสักที”
“แครอลก็น่ารัก พี่ไม่เคยมีน้องสาว แต่จะพยายามเป็นพี่ที่ดีนะ” บรรยากาศแห่งมิตรภาพพาไป ขนมผิงจึงยอมดื่มไวน์กับแครอล ทั้งสองนับถือกันเป็นพี่น้องเป็นน้องแล้ว ต่อจากนี้หากเกิดเรื่อง รับรองว่าขนมผิงจะไม่มีวันไม่โดดเดี่ยวอีก
ดื่มกันพอประมาณ แครอลก็ขอตัวกลับ ส่วนขนมผิงถอดชุดเจ้าสาวเข้าไปอาบน้ำ เธอค่อนข้างมั่นใจว่าเคย์เดนจะไม่มาหา เขาแต่งงานเพราะพ่อ ผู้หญิงที่ไม่เคยรู้จักหรือมีความรักด้วย หลังจากจบพิธีคงไม่สนใจอีก ดีเหมือนกัน เธอเหนื่อยมากๆ งานในวันนี้ทั้งกดดันทั้งยาวนาน ขาจะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว พวกเขารวยล้นฟ้า หากเธอไม่เป็นมืออาชีพรับรองว่าแต่งงานครั้งนี้กลายเป็นเรื่องตลกให้คนซุบซิบแน่
ขณะที่กำลังบำรุงหน้า สายโทรเข้าจากเพื่อนสนิทก็ดังขึ้น ขนมผิงกดรับ เธอคิดคำพูดมากมายเอาไว้แล้ว
P: ไงลี โทรมาดึกเชียว มีอะไร
L: ไม่มีก็โทรหาไม่ได้เหรอ คิดถึงน่ะ พอไหม ผิงทำอะไรอยู่ พรุ่งนี้ว่างไหม ไปดูหนังเป็นเพื่อนหน่อย
P: ไม่ว่าง ลีก็รู้นะว่าผิงทำงาน
L: หยุดสักวันได้ไหม ลีจ่ายผิงเอง
P: ไม่ได้ จะนอนแล้ว แค่นี้นะ
L: ผิงนอนดึก ทำไมวันนี้นอนเร็ว
P: ผิงทำงานพิเศษเพิ่มน่ะ เหนื่อยมาก ไว้ค่อยคุยกัน
เธอวางสายไม่รอให้ลีตอบกลับ เมื่อหันกลับมามองกลางห้องก็สะดุ้งตกใจไปหนึ่งที ทำไมเขาอยู่ที่นี่ล่ะ แยกกันนอนไม่ใช่เหรอ ขนมผิงยกมือปิดเนินอกสวยป้องกันสายตาเยียบเย็น เธอนุ่งแค่ผ้าเช็ดตัวเพราะไม่คิดว่าจะมีใครทะเล่อทะล่าเข้ามาเห็น
“คุณเคย์เดนมีอะไรหรือเปล่าคะ”
เขาไม่พูด ขายาวสองข้างก้าวเข้าหาเธออย่างเดียว
