บทที่ 5 คนมีอาการ
บทที่ 5
คนมีอาการ
สวนหลังบ้าน
“คุณหนูใหญ่ตระกูลกาญจน์ชนิน”
เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นมาจากทางด้านหลังพร้อมกับการปรากฏตัวของอัสนี ทินกรสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าวที่ผู้เป็นพี่ชายเอ่ยออกมา
“มันทำไมวะไอ้ทิน” ทินกรรีบหันขวับไปมองพี่ชายด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความไม่พอใจในคำถาม
“อะไรไอ้พี่ใหญ่”
“ก็กูเห็นมึงมีอาการไง ก็เลยถามว่าคุณหนูใหญ่กาญจน์ชนินนี่มันทำไมวะ” ทินกรนิ่งชั่วครู่เมื่อรู้ตัวว่าเขาไม่สามารถเก็บสีหน้าท่าทางของตนเองไว้เมื่อได้ยินการกล่าวถึงคุณหนูตระกูลกาญจน์ชนิน ซึ่งเป็นคนที่เขาคุ้นเคยดีแต่ไม่มีใครรู้ทินกรจึงคิดว่าเขาไม่ควรที่จะอธิบายอะไรให้ใครฟังทั้งนั้น
“เพื่อนสมัยเรียนน่ะ”
“เพื่อนสมัยเรียน? หรือว่าเมียเก่ามึงกันแน่”
“ไม่เคยได้เว้ย ไม่นับว่าเป็นเมีย”
“หึ ท่าทางแบบนี้มีประวัติชัวร์ สงสัยกูต้องเก็บสาวคนนี้ไว้พิจารณาละ”
“แล้วแต่พี่มึงสิ อยากทำอะไรก็ทำเถอะ”
“อ้าว ๆ สองพี่น้องนี่กัดอะไรกันอีกละคนน้องหน้าอย่างกะส้นตีนเชียว” คุณชายสามหรือเมฆาปรากฏตัวขึ้นกลางวงสนทนาที่แสนอึดอัดเพื่อเข้ามาทำลายบรรยากาศอันเคร่งครัดนี้ลง แต่ทินกรกับรู้สึกอึดอัดยิ่งกว่าเดิม
“ไอ้เมฆ ถึงกูจะเป็นน้องไอ้พี่ใหญ่แต่กูก็เป็นพี่ชายมึงนะเว้ย พูดดี ๆ กับกูก็ได้”
“ไม่อะ ไม่ชอบเป็นคนดีเว้ยพี่รอง”
“เออ อันนี้กูเชื่อ”
“แล้วตกลงพี่ใหญ่จะเอายังไงกับเรื่องแต่งงานอะ”
“กูเหรอ”
“อือ”
“ตอนแรกกูก็กะว่าจะปฏิเสธแม่ไปตรง ๆ นั่นแหละ แต่พอเห็นคนบางคนออกอาการกูก็เลยคิดว่าการแต่งงานครั้งนี้ก็น่าสนุกเหมือนกันแฮะ”
“คุณแม่บอกว่าเจ้าสาวที่แม่หามาให้คือคุณหนูใหญ่ตระกูลกาญจน์ชนิน คงไม่ใช่ว่าเป็นน้องน่านน้ำเพื่อนเล่นสมัยเราตอนเด็กใช่ไหม”
“ก็เป็นคนนั้นแหละ และก็มีคนเดียวด้วย”
“จะว่าไปว่าที่ภรรยาของพี่ใหญ่ก็เป็นคนใกล้ตัวนี่เองเนอะ แบบนี้คงพูดคุยกันไม่ยากหรอกมั้งแต่ง ๆ ไปเถอะ บางทีอาจจะเป็นคู่แท้ของพี่ก็ได้เหมือนในละครไง”
“อื้ม ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นนะ มึงว่าว่าที่ภรรยาของกูจะสวยแค่ไหนกันวะไอ้เมฆ”
“ดูจากหน้าตาและกิริยามารยาทของน้องน่านน้ำตอนเด็กแล้วตอนนี้ก็คงจะสวยมากๆ แล้วก็เป็นผู้ดีมีสกุลสุด ๆ เลยล่ะ บางทีอาจจะดีเกินจนไม่คู่ควรกับพี่ก็ได้นะไอ้พี่ใหญ่”
“มึงก็ชมกูเกินไปไอ้สาม”
“คนอย่างพี่นะมันต้องเจอตัวซีเคร็ต ตัวเด็ดดวง ตัวแรงตัวใจปล้ำ คนดี ๆ ไม่เหมาะกับพี่หรอก”
“อันนี้กูเห็นด้วยกับมึง” ทินกรรีบสวนทันทีเมื่อเห็นช่องไฟโดยที่เขาเองนั้นยังไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองเผลอพูดออกมาเฉกเช่นคนกำลังหึงหวงหญิงสาวปริศนาที่ทุกคนกำลังพูดถึงอยู่ยิ่งส่อพิรุธออกมาให้ทั้งสองคนจับผิด
“พูดแบบนี้มึงอยากแต่งเองใช่ไหมล่ะ”
“เฮ้ย ยังไงเนี่ยพี่รอง ถ้าอยากแต่งเองก็บอกคุณแม่ได้นะเดี๋ยวพวกผมสองคนช่วยเอง”
“เพ้อเจ้อ ไร้สาระ ใครจะอยากถูกคลุมถุงชนกันวะประสาท!”
“เค ไม่อยากแต่งก็ไม่อยากแต่ง เดี๋ยวกูจะเสียสละเพื่อพวกมึงเองละกันนะ”
“แล้วตกลงตอนเย็นว่างกันหรือเปล่าเนี่ย” เมฆา
“ว่างดิ ทำไมวะ” อัสนี
“เอ้า ก็ที่นัดกันจะไปเล่นสงกรานต์ตอนเย็นนี้ไงลืมแล้วเหรอ” เมฆา
“ไม่ลืม แต่ก็อีกตั้งหลายชั่วโมงไม่ใช่เหรอวะตื่นเต้นอะไรนักหนาเนี่ยไอ้เมฆ”
“ก็ยังไม่ได้ซื้อชุดซื้ออุปกรณ์เลยจะไม่ให้ตื่นเต้นได้ไงล่ะ ป่ะไปหาซื้อชุดกันเถอะ”
“แล้วปกติเขาซื้อที่ไหนกันล่ะกูไม่ได้กลับไทยมานานแล้ว”
“ไปเดินตลาดห้วยขวางกันไหมล่ะ อยากไปเดินหาของกินเหมือนเด็กวัยรุ่นที่เขาทำกัน” ทินกร
“ไปดิ กูอยากเช็คเรตติ้งอยู่พอดีเลย” อัสนี
“กำลังจะแต่งงานแต่ทำไมถึงแพรวพราวจังวะ” ทินกร
“มึงอิจฉากูอีกแล้วนะไอ้เหี้ยรอง”
“เฮ้อ ไม่อยากพูดกับพวกมึงสองตัวแล้ว”
@ตลาดห้วยขวาง
แสงไฟสาดส่องสว่างไสวผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมาท่ามกลางตลาดกลางคืนย่านห้วยขวางที่จัดขึ้นในยามที่มีเทศกาลสำคัญมาเยือน ซึ่งเต็มไปด้วยร้านของกินมากมาย เสื้อผ้า และสิ่งของแฟชั่นรวมถึงของที่กำลังฮิตติดกระแสจึงไม่แปลกที่ที่แห่งนี้จะเป็นที่ที่เหล่าวัยรุ่นหรือวัยทำงานต่างพากันมาเดินเล่นที่นี่ ของที่วางขายล้วนแต่เป็นของราคาสบายกระเป๋าแถมอาหารก็ยังอร่อยทุกร้านราวกับเลือกร้านเด็ดมาวางไว้ที่นี่
“เจ้ค้าบ ผมอยากกินอันนี้อะเลี้ยงหน่อยจิ” สนออดอ้อนเสียงอ่อนหวานเพื่อให้เจ้านายสาวสวยใจอ่อนและยอมเลี้ยงเขา และน่านฟ้าเองเธอก็ไม่ใช่คนใจร้ายใจดำอะไรทุกครั้งที่ออกมาข้างนอกกับลูกน้องที่ทำงานด้วยเธอก็มักจะเป็นฝ่ายที่เลี้ยงเสมอไม่เคยขัด ครั้งนี้ก็เช่นกัน
“เออ พวกมึงอยากกินอะไรก็เอาเลย”
“เย๊”
“มะพร้าวปั่นสี่แก้วครับพี่ ไอ้พี ไอ้แป้ง เอาไรเพิ่มป้ะ”
“พอละ กูอยากกินกุ้งดองที่ร้านนั้นอะ”
“โอเค” น่านฟ้ายิ้มมุมปากด้วยความเอ็นดูเมื่อเห็นรอยยิ้มของเด็กที่อายุอ่อนกว่าเธอทั้งสามคนกำลังสั่งของกินด้วยความตื่นเต้นราวกับเด็กอายุห้าขวบ ถึงแม้ว่าสถานะของเธอกับพวกเขาทั้งสามจะเป็นเจ้านายและลูกน้องกันแต่หญิงสาวก็หาคิดแบบนั้นไม่ เธอมองพวกเขาเป็นพี่น้องครอบครัวเดียวกันมีอะไรก็ช่วยเหลือกันจึงไม่แปลกที่ทุกคนจะสนิทกับเธอเหมือนเธอเป็นพี่สาวคนหนึ่ง
“เดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะ พวกมึงเดินกันก่อนได้เลย”
“ให้หนูไปเป็นเพื่อนไหมเจ้”แป้งเอ่ยถาม
“ไม่เป็นไร กูไปแป๊บเดียว”
“โอเคค่ะ” จากนั้นน่านฟ้าก็ได้ปลีกตัวออกมาจากกลุ่มแก๊งเพื่อเดินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่มุมสุดของตลาด ระหว่างทางสายตาของเธอกำลังจดจ่ออยู่บนหน้าจอมือถือ นิ้วเรียวยาวปัดขึ้นลงเพื่อเช็คงานผ่านออนไลน์จนไม่ทันระวังข้างหน้าจนเดินชนคนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจ
ปึก!
“อ๊ะ!”
