บทที่ 6 สงกรานต์ 2026
บทที่ 6
สงกรานต์ 2026
ปึก!
“อ๊ะ!” คนตัวเล็กอุทานเสียงหลงด้วยความตกใจเมื่อบังเอิญ ไปชนเข้ากับแผงอกแกร่งของชายหนุ่มคนหนึ่งที่สูงประมาณหนึ่งร้อยเก้าสิบเซนติเมตรโดยมิได้ตั้งใจ น่านฟ้าค่อย ๆ แหงนเงยหน้าขึ้นจ้องมองใบหน้าเจ้าของร่างที่ยืนอยู่ตรงหน้าตาก็ถึงกับอึ้งไปอีกรอบเมื่อชายหนุ่มตรงหน้านั้นหน้าตาหล่อเหลาสูงชะลูดผิวขาวเนียน ทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบไปหมด งดงามราวกับรูปปั้น
“ขอโทษครับ”
“ขะ...ขอโทษค่ะ” หญิงสาวหลุดออกจากภวังค์ก่อนที่จะก้มโค้งขอโทษด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลนเขินอายทำตัวไม่ถูกเมื่อตนรู้ตัวว่ากำลังเสียมารยาทชื่นชมรูปลักษณ์หน้าตาของคนตรงหน้าโดยที่เจ้าของไม่ยินยอม
“เจ็บตรงไหนหรือเปล่าครับ”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ คุณล่ะคะ”
“ผมก็ไม่เป็นอะไรครับ ขอโทษอีกทีนะครับพอดีผมมัวแต่มองหาพี่ชายของผมอยู่ก็เลยไม่ทันมอง”
“อ๋อค่ะ ถะ...ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“ครับ” น่านฟ้าเสียอาการอย่างแรงก่อนที่จะรีบเดินหนีเขาไปดื้อ ๆ ขืนอยู่ตรงนั้นต่อเธอคงขอเบอร์ติดต่อของชายหนุ่มผู้นี้เป็นแน่ ด้วยความที่มีรสนิยมชอบคนหล่อเป็นทุนเดิมอยู่แล้วจึงมักจะหนักกว่าคนอื่นอยู่มากโข
เมฆาเอียงศีรษะเล็กน้อยมือหนาเกาหัวแกร็ก ๆ อย่างงุนงงไม่ค่อยเข้าใจกับพฤติกรรมของหญิงสาวแปลกหน้าเท่าไหร่แต่โดยรวมก็ดูน่ารักดีจนแอบหยุดยิ้มไม่ได้เช่นกัน
“ไอ้เมฆ! ทางนี้โว้ย” เสียงตะโกนดังลั่นมาแต่ไกลไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากพี่ชายหนึ่งในสองคนของเขานั่นเอง หลังจากที่เขาพลัดหลงกับอัสนีและทินกร เมฆาก็เดินวนไปมาอยู่ตรงนี้นานนับสิบนาที
“พี่ใหญ่ พี่รอง เดินไปไหนมาเนี่ยทำไมถึงทิ้งผมไว้ที่ร้านหมูกะทะคนเดียวล่ะ”
“ก็กูเห็นชุดลายดอกตรงนั้นมันสวยนี่หว่าก็เลยอดใจไม่ไหว โทษทีว่ะ” อัสนีสารภาพผิดต่อน้องชายคนสุดท้องด้วยความจริงใจพร้อมกับอวดสินค้าที่พึ่งไปสอยมาสด ๆ ร้อน ๆ ในมือให้เขาดูด้วย
“แหม เขาบอกว่าคนที่ตื่นเต้นกับชุดลายดอกคือคนแก่นะเว้ยไอ้พี่ใหญ่”
“แต่มึงก็ได้มาหลายตัวเลยนะไอ้ทิน”
“ก็ซื้อไปฝากพ่อกับแม่ไง”
“ขี้ประจบสอพลอ!”
“อุ้ย คำพูดแก่มาก”
“พี่ใหญ่พี่รองเมื่อกี้ผมบังเอิญไปชนผู้หญิงคนนึงเข้า แม่งโคตรสวยเลยเว้ยไม่รู้ว่าเป็นใคร อาจจะเป็นดาราก็ได้แต่แบบ โคตรของโคตรสวยอะพี่”
“ซุ่มซ่ามไปชนคนนู้นคนนี้เก่งจริงน้องกู ว่าแต่สวยขนาดนั้นเลยเหรอวะ”
“สวยจริง ๆ พี่ใหญ่”
“นี่ไอ้พี่ใหญ่ ตอนนี้พี่ก็กำลังจะแต่งงานแล้วอะผมว่าพี่เพลา ๆ เรื่องพวกนี้ลงหน่อยก็ดีนะ” ทินกรออกปากสั่งสอนพี่ชายคนโตด้วยความห่วงใยและแสดงสีหน้าจริงจัง เวลานี้วันวิวาห์ของอัสนีใกล้เข้ามาเต็มทีถึงแม้จะไม่รู้วันที่พี่แน่ชัดแต่ทุกคนก็รับรู้ได้ว่าสิ่งใดที่ผู้เป็นแม่ของพวกเขาต้องการพวกเขาทั้งสามก็ไม่อาจขัดคำสั่งได้ แถมการแต่งงานครั้งนี้ก็เป็นการแต่งแก้เคล็ดซึ่งเป็นสิ่งส่งผลต่อชีวิต ต่อให้พวกเขาไม่อยากแต่งก็ต้องแต่งอยู่ดี...
“ทำไมวะ มึงเป็นห่วงกูเหรอ”
“เป็นห่วงพี่สะไภ้ในอนาคตผมนู่นเถอะ สงสัยทำบุญมาน้อยจริง ๆ”
“เป็นห่วง? มึงก็แต่งแทนกูดิ”
“อย่ามาพูด ถ้าทำแบบนั้นมีหวังพ่อกับแม่เอาผมตายแน่ แล้วถ้าเกิดพี่ใหญ่ตายห่าขึ้นมาผมคงรับผิดชอบไม่ไหวหรอก”
“โห พูดแค่นี้ทำเป็นแช่งกูไอ้ห่า”
“เอาล่ะ ๆ พี่ใหญ่พี่ลองเลิกพูดถึงเรื่องนี้กันได้แล้ว จะไปกันได้ยัง”
“ไปดิป่ะ กูพร้อมละแล้วเราจะไปกันยังไงเอารถใครไปรถกูเหรอ”
“หึ เล่นสงกรานต์ใครเขาขับบีเอ็มไปกัน”
“เอ้า แล้วจะไปไงอะ”
10 นาทีผ่านไป...
อัสนีและทิินกรกอดอกมองยานพาหนะพี่น้องชายคนเล็กของพวกเขาหามาเพื่อที่จะใช้สัญจรออกท่องราตรีในค่ำคืนนี้ ชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันอย่างเอือมระอาไม่คิดเลยว่าน้องชายของพวกเขาจะเตรียมการใหญ่ขนาดนี้
“ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าให้คนเอาไปส่งให้นะครับ”
“ครับ ๆ”
“มึงจะให้พวกกูนั่งไอ้เนี่ยอะนะ”
ทินกรชี้ไปยังรถตุ๊กตุ๊กที่ติดป้าย Bangkok city ขนาดใหญ่พร้อมตกแต่งไฟแสงสีครบชุดแบบจัดหนักจัดเต็ม ท้ายรถเต็มไปด้วยอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับเล่นสงกรานต์ไม่ว่าจะเป็นปืนฉีดน้ำ ดินสอพอง ซองกันน้ำ อีกทั้งยังมีกล่องเสบียงเครื่องดื่มหลากหลายชนิดอีกด้วย
“อือ”
“ละ...แล้ว ใครขับ?”
“พี่รองไง เครื่องบินก็เคยขับมาแล้วนี่”
“แต่นี่มันตุ๊ก ๆ นะเว้ย รถเวฟยังพอว่า”
“เอาน่าเหมือน ๆ กันนั่นแหละ”
“กูจะบ้า”
สองหนุ่มทำได้แค่กุมขมับจะเปลี่ยนแปลงอะไรตอนนี้ก็ไม่ได้แล้วนอกจากจำใจไปทั้งแบบนี้ นอกจากความหวังดีที่อยากให้พวกพี่ ๆ สนุกกับวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ได้อย่างเต็มที่เมฆาคงตั้งใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะดูเวอร์วังไปหน่อยแต่สองหนุ่มก็เข้าใจได้ จากนั้น อัสนี ทินกรและเมฆา ต่างก็พากันไปเปลี่ยนชุดเป็นชุดลายดอกที่เพิ่งซื้อมาในห้องน้ำ อัสนีสวมชุดลายดอกสีแดงสดลายดอกลั่นทม ผิวพรรณของเขาขาวผ่องเป็นยองใยเมื่อได้สวมใส่ชุดสีแดง บนใบหน้าสวมแว่นตากันน้ำสีใสพร้อมห้อยซองกันน้ำที่บรรจุโทรศัพท์มือถือ ทินกรใส่ชุดลายดอกสีเขียวลายดอกชวนชมและสวมแว่นตากับห้อยซองกันน้ำเช่นกัน ส่วนเมฆานั้นสวมชุดลายดอกสีม่วงลายดอกกล้วยไม้
สามพี่น้องต่างพากันมองกันและกันด้วยความรู้สึกมากมายเกินจะบรรยายทำได้แค่หลุดขำออกมาในบางครั้งเท่านั้น
“ไอ้แดง ไอ้เขียว ไอ้ม่วง แม่งเอ้ย ไม่เคยรู้สึกแก่ขนาดนี้เลยว่ะ” อัสนีเอ่ยออกมาด้วยความรู้สึกที่ไม่อยากจะเชื่อในสายตาของตนเองว่าพวกเขาทั้งสามจะมาอยู่ในจุดนี้กันได้ ตอนที่พวกเขาอายุยี่สิบต้น ๆ ไม่เคยมีสักครั้งเลยที่จะบินกลับมาเล่นสงกรานต์ที่บ้านเกิดหรือแม้แต่เทศกาลต่าง ๆ พวกเขาก็ไม่เคยสนใจเลยด้วยซ้ำ แต่เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นไลฟ์สไตล์บางอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป เริ่มอินกับอะไรง่าย ๆ และได้ใช้ชีวิตมากขึ้นเช่นกัน
“เออ กูก็ว่างั้นแหละ” ทินกรเออออไปตามกัน
“ว่าแต่...มึงจะเอาคนดูแลมาด้วยทำไมวะไอ้เมฆ” เหล่าบอดี้การ์ดนับยี่สิบนายยืนกุมมือเรียงแถวเป็นระเบียบเรียบร้อยคอยคุ้มกันเหล่าคุณชายเพื่อไม่ให้เกิดเรื่องไม่คาดฝัน แต่สิ่งที่อัสนีติติงเมฆานั้นไม่ใช่แค่การลากเราบอดี้การ์ดมาแต่เป็นเพราะว่ายูนิฟอร์มของพวกเขาคือชุดลายดอกหลากสีสันแถมยังนั่งรถตุ๊กตุ๊กมาเหมือนกันกับพวกเขาด้วย
“ก็ปลอดภัยไว้ก่อนอะ” เมฆาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่ได้รู้สึกอะไร
“สงกรานต์คนเยอะขนาดนี้คงไม่มีใครมาฆ่ามึงหรอกนะไอ้เมฆ”
“นี่ ที่เอามาด้วยไม่ใช่ว่ากลัวโดนฆ่าหรอกนะแต่กลัวเมาแล้วกลับไม่ได้ต่างหากล่ะ ดูแต่ละองค์สิเจอเหล้าอย่างกะเจอบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์”
“แหม ว่าแต่พวกกูมึงนั่นแหละขี้เหล้าสุดแล้ว” ทินกรรีบเสริมอีกแรง
“ก็ใช่น่ะสิ ไม่งั้นจะพกบอดี้การ์ดมาทำบรรพบุรุษอะไรล่ะ”
“เออ ก็จริง”
“อันที่จริงกูก็ไม่ได้ติดอะไรหรอกนะ แต่ใด ๆ คือมึงจะให้บอดี้การ์ดพวกนี้ขับตุ๊กตุ๊กเรียงกันเป็นขบวนแบบนี้ทำพระแสงอะไรวะไอ้เมฆ”
“กูก็ไม่คิดว่าพวกมันจะขับรถตุ๊กตุ๊กตามมานี่หว่าไอ้พี่รอง”
“เออ ๆ ช่างแม่งเหอะ รีบไปได้แล้วเดี๋ยวเจ้าหน้าที่ก็ไล่ตะเพิดออกมาก่อน ไม่ได้เล่นกันพอดี”
“ป่ะ ๆ ”
