บทที่ 4 ปกป้องด้วยชีวิต
บทที่ 4
ปกป้องด้วยชีวิต
แอดดดดดดดดดดดดดด
เด็กหญิงน่านฟ้าในมือโอบกล่องกระดาษที่บรรจุของเล่นและเครื่องประดับมากมายหลายสิบชิ้นแล้วเดินย่องเบาเข้ามายังห้องนอนของพี่สาวต่างแม่ด้วยใบหน้าเรียบนิ่งไร้อารมณ์ เพราะฉันเห็นว่าพี่น่านน้ำกำลังนอนพักผ่อนอยู่บนเตียงก็เลยไม่อยากทำเสียงดังเกรงว่าจะปลุกให้เธอตื่น แต่แล้วเธอก็ตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกรีบควานหาสวิตช์ไฟเพื่อเปิด
พรึ่บ!
“ขะ...เข้ามาทำไม จะมาหาเรื่องอะไรฉันอีก”
“เปล่านะคะ ฟ้าแค่จะเอาของมาคืนค่ะของที่มันเป็นของพี่” ฉันรีบยื่นกล่องกระดาษดังกล่าวให้กับเธอทันทีด้วยท่าทีลนลานเพราะกลัวว่าจะโดนเธอโกรธอีก พี่น่านน้ำฉงนเล็กน้อยเพราะเธอคงไม่ค่อยเชื่อว่าฉันจะเอาของที่เคยแย่งมาจากเธอมาคืนจริง ๆ
“ฟ้าคืนให้ทุกอย่างเลย ไม่เอาแล้ว ไม่เอาอะไรอีกแล้ว”
“พะ...พูดจริงเหรอ”
“จริงค่ะ ต่อไปนี้ฟ้าจะไม่แย่งอะไรจากพี่น้ำอีกแล้ว ฟ้าสัญญาว่าจะไม่อิจฉาไม่ทำร้ายพี่น้ำอีก ฟ้าจะปกป้องพี่น้ำกับแม่ใหญ่ด้วยชีวิตของฟ้า” ฉันวางของไว้ที่ปลายเตียงของเธอเมื่อพี่สาวไม่ยอมรับของจากฉัน
“มะ...ไม่ต้องหรอก พี่โตกว่าเธอนะไม่ให้เด็กมาปกป้องหรอก” คำพูดดังกล่าวยิ่งทำให้ฉันรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่ ฉันกับแม่ทำร้ายพี่น่านน้ำกับแม่ใหญ่ตั้งหลายอย่างแถมยังเป็นเรื่องร้ายแรงทั้งนั้นแต่สุดท้ายพวกเขาทั้งสองคนกลับไม่เจ้าคิดเจ้าแค้นเลย อย่างน้อยก็ต่อว่าฉันหรือทำร้ายร่างกายหน่อยก็ยังดี
พี่น่านน้ำเอื้อมมือเล็ก ๆ ไปเปิดลิ้นชักที่หัวเตียงแล้วหยิบสิ่งของบางอย่างออกมา สิ่งนั้นคือช็อกโกแลตบอลราคาแพงจากต่างประเทศที่คุณหญิงเดือนดาราซื้อมาฝากพี่น่านน้ำ เธอยื่นให้ฉันหนึ่งชิ้นด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มก่อนที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มว่า
“อะนี่ กินขนมก่อนสิอร่อยนะ”
“กินเลยค่ะฟ้าแปรงฟันแล้ว”
“นิดเดียวเองฟันไม่ผุหรอก กิน ๆ”
หลังจากนั้นความสัมพันธ์ของฉันและพี่สาวก็เริ่มดีขึ้นเรื่อย ๆ น้องสาวที่ไม่ดีคนนั้นได้ตายไปกับช็อคโกแลตบอลที่กลืนมันลงท้องไปแล้ว ความบาดหมางในใจได้ถูกปลดล็อคแล้วก็จะไม่มีวันเป็นแบบนั้นอีก
ทว่าความสัมพันธ์ของฉันกับแม่ใหญ่กลับไม่ได้เป็นแบบนั้น เพราะความละอายใจมันยังมีมากมายอยู่ ฉันไม่สามารถรับความรักความอบอุ่นจากเธอได้จริง ๆ อย่างเช่นเหตุการณ์ในโต๊ะอาหารวันนั้นซึ่งเป็นวันแรกที่แม่ใหญ่ออกมาจากโรงพยาบาล เด็กหญิงน่านฟ้าในตอนนั้นแอบซุ่มดูอยู่หลังตู้โชว์ของสะสมเพราะไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปร่วมโต๊ะอาหารกับพวกเขาด้วยซ้ำ
“มากินข้าวสิน่านฟ้า หนูจะไปไหน” แม่ใหญ่ใช้น้ำเสียงอ่อนหวานเรียกฉันเพื่อมารับประทานอาหารร่วมกันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสราวกับว่าไม่มีเรื่องราวอะไรเกิดขึ้น เธอยังเป็นคนใจดีเช่นเดิมและดีเกินไปด้วยซ้ำ
“แม่ใหญ่กับพี่น้ำทานกันเลยค่ะ ฟ้าทานแล้ว”
“ทานแล้ว? ตอนไหนกัน”
“ขอตัวก่อนนะคะ”
หลังจากที่ปฏิเสธฉันก็รีบเดินหนีออกมาจากห้องโถงแล้วตรงไปยังห้องครัวต่อเพื่อหาอะไรกิน ความจริงแล้วฉันยังไม่ได้ทานข้าวหรอกเพียงแต่ไม่กล้ารับประทานข้าวร่วมกับท่านก็เท่านั้น
“อะกินสิ ป้าเก็บไว้ให้” ข้าวไข่เจียวหมูสับหอมกรุ่นถูกวางไว้ตรงหน้า กลิ่นหอมของมันช่างเย้ายวนชวนน้ำลายไหลจนอดไม่ได้
“ขอบคุณค่ะป้าสม”
“ทำไมไม่ทานข้าวกับคุณ ๆ เขาล่ะ”
“หนู...ละอายใจน่ะค่ะ หนูกับแม่ทำร้ายพวกเขาไว้มากหนูก็เลยทำใจไม่ได้ ยิ่งเขาดีกับหนูมากเท่าไหร่ หนูก็ยิ่งเกลียดตัวเอง...”
“เรื่องมันผ่านไปแล้วนะน่านฟ้า ปล่อยวางบ้างเถอะ คุณ ๆ เขาไม่มีใครโกรธหนูแล้วนะลูก”
“ปล่อยวางไม่ได้หรอกค่ะ หนูจะทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เผื่อว่าแม่จะได้รับรู้บ้างว่าเขาทำอะไรไว้กับชีวิตหนู”
เด็กหญิงน่านฟ้าในตอนนั้นเลือกที่จะเอาตัวเองออกห่างจากทุกคนแล้วเดินเข้าสู่ห้วงความโดดเดี่ยวภายในห้องสี่เหลี่ยมที่ดำมืด ทุกคืนที่หลับตาลงนอนฉันก็มักจะเห็นฝันร้ายที่เบิกบานอยู่ในใจและเป็นผลผลิตที่แม่แท้ ๆ ของฉันได้มอบไว้ให้ และคนที่ทำลายชีวิตของฉันก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเลย นั่นก็คือแม่ของฉันเอง
จนฉันใช้ชีวิตมาถึงปัจจุบันความมืดบอดที่อยู่ในใจนั้นก็ค่อย ๆ สว่างขึ้น ด้วยเวลาที่เปลี่ยนอะไร ๆ ก็เริ่มเปลี่ยนไปเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นวุฒิภาวะทางความคิดหรืออารมณ์ก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่เคยลืมสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสิบเจ็ดปีก่อนเพราะฉันเลือกที่จะจดจำมันไว้ทุกวินาทีเพื่อเตือนสติตัวเองว่าจะไม่กลับไปอยู่ในจุดที่เลวร้ายแบบนั้นอีก
“อะ ข้าวไข่เจียวหมูสับเหมือนเดิม” ป้าสม คือป้าแม่บ้านที่ทำงานอยู่ที่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่ฉันย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ใหม่ ๆ ป้าสมคือคนที่ฉันอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าทำไมฉันถึงรู้สึกแบบนั้นอาจจะเป็นเพราะป้าแกไม่เคยโกรธเกลียดหรือพูดจาไม่ดีใส่ฉันเลยแม้แต่ครั้งเดียว ถึงแม้ว่าตอนนั้นฉันจะเป็นเด็กนิสัยเสียหรือเป็นเด็กนิสัยดีก็ตาม การที่ป้าสมแกไม่ใช่คนที่เลือกปฏิบัติเธอจึงสามารถเข้าได้กับทุกคนและดูแลทุกคนในบ้านได้เป็นอย่างดี
“น่ากินเหมือนเดิมเลยค่ะป้าสม”
“น่ากินก็รีบกิน จะกลับไปทำงานแล้วไม่ใช่เหรอ”
“จะกินแล้วนะคะ” ฉันไม่รีรอที่จะหยิบช้อนขึ้นมาตักจ้วงเอาไข่เจียวหมูสับสีเหลืองทองหอมกรุ่นเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ รับประทานอย่างเอร็ดอร่อย กลับบ้านมาครั้งไหนสิ่งเดียวที่ไม่ควรพลาดก็คือไข่เจียวหมูสับของป้าสมนี่แหละ
“น่านฟ้า”
“คะ”
“ไม่ได้คิดที่จะแต่งงานแทนคุณน้ำใช่ไหม”
“ทำไมคะ เป็นห่วงหนูเหรอ”
“ห่วงสิ”
“ห่วงทำไมคะ คุณชายเขารวยนะป้าต้องดีใจสิ”
“นี่คิดจะช่วยปกป้องคุณหนูกับคุณนายอีกแล้วใช่ไหม ทำไมต้องเอาตัวเองไปเสี่ยงตลอดเลยนะ”
“ก็คงจะเป็นเพราะ...หนูต้องชดใช้มั้งคะ”
“น่านฟ้า...”
“อิ่มแล้วค่ะ เดี๋ยววันหลังมาใหม่ค่ะ คิดถึงนะคะ”
