บทที่ 3 น่านฟ้า
บทที่ 3
น่านฟ้า
ฉันคือ น่านฟ้า เป็นคุณหนูรองของครอบครัวนี้ ตอนนี้อายุยี่สิบเจ็ดปีแล้วนับวันนับคืนตื่นเต้นไม่ไหวเมื่อใกล้เลขสาม ตลอดเวลาห้าปีฉันทำทุกอย่างเพื่อสร้างอาณาจักรวงการเสื้อผ้าของตัวเองจนตอนนี้ฉันมาอยู่ยังจุดสูงสุดแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อนแบรนด์ของฉันเพิ่งถูกเชิญไปเดินโชว์ที่ฝรั่งเศส ฉันยอมรับนะว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่เกินฝันไปมากแต่พวกเราทุกคนก็ทุ่มเทมากจริง ๆ
แต่สิ่งเดียวที่ล้มเหลวในชีวิตของฉันก็คือ ‘ครอบครัว’ เดิมทีฉันไม่ใช่คนของบ้านหลังนี้หรอกนะ แต่เรื่องราวทั้งหมดมันมีที่มาอยู่...
17 ปีที่แล้ว
ฉันมองไปยังประตูบ้านบานใหญ่ที่สูงประมาณสองเมตรด้วยความตื่นเต้น เพราะตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยเห็นสิ่งปลูกสร้างที่เรียกว่าบ้านที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ในอดีตฉันเคยอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็ก ๆ กับแม่สองคนแถวชานเมืองโดยพ่อจะมาหาเราเดือนละหนึ่งครั้งเพราะงานของพ่อมันยุ่งมากจนไม่มีเวลาให้ฉันกับแม่เลย และฉันเองก็คิดแบบนั้นมาตลอดจนกระทั่งแม่ได้พาฉันมายังบ้านหลังนี้
“สวัสดีค่ะ ดิฉันพิมพาค่ะ” แม่กล่าวทักทายคุณน้าผู้หญิงคนหนึ่งที่ท่าทางใจดี เธอเป็นคนสวยกิริยาเรียบร้อย ตรงตามฉบับผู้ดีที่ฉันเคยดูในละครโดยเฉพาะรอยยิ้มทรงเสน่ห์นั่นได้มองแล้วยิ่งทำให้อบอุ่น
“ค่ะคุณพิมพา มาถึงบ้านมีธุระกับใครที่บ้านหลังนี้หรือเปล่าคะ”
“ฉันมาหาคุณวศินค่ะ”
“อ๋อ คุณวศินไปทำงานแล้วค่ะมีอะไรฝากฉันได้นะคะฉันเป็นภรรยาของเขา”
“ถ้าอย่างนั้น...ฝากบอกเขาด้วยนะคะว่าฉันกับลูกจะมาอยู่ที่บ้านหลังนี้ด้วย”
ฉันไม่รู้ว่าเรื่องราวต่าง ๆ มันมีความเป็นมายังไงแต่พอผ่านไปไม่กี่วันแม่ก็พาฉันเก็บเสื้อผ้าเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้เสียแล้ว คุณน้าใจดีและลูกสาวของเธอยืนรอรับเราสองแม่ลูกอยู่ที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้านิ่งเรียบไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ฉันจึงรีบยกมือขึ้นมาไหว้ทั้งสองทันทีแต่แม่ของฉันกลับปัดมือฉันลง
“ไม่ต้องไหว้ กูก็เป็นเมียพ่อมึงเหมือนกันมึงก็เป็นคุณหนูบ้านนี้เหมือนกันกับอีเด็กนี่”
“คุณน้าคะ” พี่สาวคนนั้นตะคอกใส่แม่ของฉันด้วยความไม่พอใจก่อนที่แม่ของเธอจะรีบห้ามปรามไว้ก่อน
“อย่านะน่านน้ำ”
“นี่คือคุณหนู น่านฟ้า คุณหนูอีกคนของบ้านนี้”
“น่านฟ้า?”
“ใช่ น่านฟ้า”
ฉันไม่ได้พูดอะไรออกมาท่ามกลางวงสนทนาของแม่และคนตรงหน้า ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้น แล้วทำไมเราสองคนถึงมาอยู่ที่นี่ร่วมกับสองแม่ลูกคู่นี้ จนกระทั่งพ่อกลับมาจากต่างประเทศฉันจึงได้รู้ว่าแท้จริงแล้วฉันและแม่คือครอบครัวรองของพ่ออีกทีนึง
นานวันเข้าความอิจฉาริษยาก็เริ่มครอบงำฉันเมื่อถูกหวานล้อมโดยคำพูดของแม่ที่เอาแต่กรอกหูทุกวันว่าให้แย่งทุกสิ่งทุกอย่างมาจากพี่น่านน้ำทั้งหมด เพราะสิ่งที่เธอนั้นได้รับเดิมทีมันสมควรเป็นของฉัน และฉันก็เชื่อแบบนั้นเช่นกัน...
“อยากได้” ฉันดึงตุ๊กตาหมีสีขาวที่อยู่ในมือของพี่น่านน้ำมาครอบครองเป็นของตนเอง
“ฟ้านี่ของพี่นะ เธอไม่มีสิทธิ์ทำแบบนี้”
“ก็จะเอา จะแย่ง จะแย่งให้หมดเลยรวมถึงคุณพ่อด้วยฉันจะแย่งจากเธอมาให้หมด”
“ให้น้องไปเถอะ น้องเขาไม่มี” คุณแม่ของพี่น่านน้ำเดินดุ่มเข้ามาหาเราสองคนพร้อมกับเอ่ยวาจาอ่อนหวานจนฉันรู้สึกละอายใจ
“แต่แม่คะ”
“เดี๋ยวแม่ซื้อให้ใหม่นะ”
“ก็ได้ค่ะ”
“น่านฟ้าจ๊ะ หนูอยากได้อะไรอีกไหมเดี๋ยวแม่ใหญ่พาไปซื้อเพิ่มดีไหมจ๊ะ”
“จะซื้อ...ให้หนูเหรอคะ”
“ใช่จ้ะ หนูอยากได้อะไรเหมือนพี่น้ำไหมเดี๋ยวแม่ใหญ่พาไปซื้อนะ”
“อยากได้...แม่ที่ใจดี”
ดวงตากลมโตสรุปลงอย่างเศร้าใจก่อนที่จะรีบยื่นตุ๊กตาหมีตัวนั้นคืนเจ้าของของมันพร้อมกับเดินจากไป นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ฉันขัดคำสั่งของแม่ตัวเอง เมื่อความละอายใจมันมีมากกว่าความอิจฉาริษยา สุดท้ายก็แพ้อยู่ดี
“เอานี่ไปใส่ในซุป” แม่ยื่นซองเครื่องปรุงคุ้นตาให้กับฉัน
“นี่มันผงชูรสนี่คะ”
“ก็ใช่ไง”
“แต่แม่ใหญ่แพ้ผงชูรสนะคะแม่”
“แล้วมันใช่แม่มึงไหม กูบอกให้ทำอะไรก็ทำไปเถอะอย่ามาเถียงได้ไหม”
“แต่แม่คะ”
“อีฟ้า! กูเป็นแม่มึงนะกูบอกให้มึงทำมึงก็ต้องทำ หรือว่ามึงไม่อยากได้พ่อมึงคืนแล้ว อย่าลืมนะถ้ามึงไม่มีพ่อมึงก็จะถูกคนพวกนั้นรังแก มึงก็เลือกเอา!” น่านฟ้าวัยสิบขวบสั่นระริกด้วยความกลัว เพราะทางนี้ก็แม่แท้ ๆ และทางนั้นก็เป็นครอบครัวของพ่อ ฉันสับสนไปหมดไม่รู้ว่าจะเลือกทางไหนดี ด้วยความเด็กน้อยของฉันในตอนนั้นฉันได้แต่คิดว่าถ้าพ่อกลับมาอยู่กับพวกเราทุกอย่างก็คงจบ แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย...
2 วันผ่านไป...
“คุณม่านหมอกจะทำยังไงกับลูกสาวพิมพาครับ จะให้ผมทำเรื่องส่งตัวให้มูลนิธิเลยไหมครับ”
หลังจากวันนั้นคุณแม่ของพี่น่านน้ำก็เข้าโรงพยาบาลด้วยอาการแพ้ ฉันกับพี่น่านน้ำจึงตามมาดูแลเธอที่นี่ แต่เรื่องเลวร้ายมันยังไม่จบเพียงเท่านี้หลังจากที่พวกเราทุกคนไม่อยู่ พ่อกับแม่ของฉันก็ทะเลาะกันอย่างหนักจนพลั้งมือฆ่ากันเสียชีวิตคาที่ทั้งคู่ภายในบ้าน
ฉันนั่งคุกเข่ากับพื้นมองใบหน้าซีดเซียวและดวงตาไร้อารมณ์ของแม่ใหญ่ที่นั่งอยู่บนเตียงคนไข้ ฉันขอโทษเธออยู่อย่างนั้นเป็นร้อยรอบเพราะอยากให้เธอรับรู้ได้ถึงความรู้สึกผิดที่อยู่ในใจของเด็กน้อยคนหนึ่ง แต่ก็ใช่ว่าฉันจะต้องการให้เธอยกโทษให้หรอกนะฉันรู้ตัวดีว่าความผิดที่ฉันกับแม่ทำต่อพวกเธอนั้นมันร้ายแรงแค่ไหน ฉันไม่มีแม้แต่หยดน้ำตาเดียวให้กับการตายของแม่และพ่อ เพราะตอนนี้ฉันเกลียด เกลียดพวกมันทั้งสองคนจนสุดหัวใจ
“หนู...ขอโทษค่ะ ขอโทษสำหรับทุกอย่าง”
“ขอโทษเหรอ ขอโทษแล้วแม่ฉันจะหายไหม พ่อฉันจะฟื้นขึ้นมาหรือเปล่าทุกอย่างมันเป็นเพราะเธอกับแม่ของเธอน่านฟ้า!” พี่น่านน้ำเอาแต่ต่อว่าและทุบตีฉันอยู่อย่างนั้น และฉันเองก็ไม่คิดจะตอบโต้อะไรเพราะนี่คือสิ่งที่ฉันต้องการในการรับโทษ
“คุณลุงคะ รบกวนหาที่อยู่ใหม่ให้หนูด้วยนะคะยิ่งไกลยิ่งดี หนูอยากชดใช้ทุกอย่างด้วยตัวของหนูเอง”
“ไม่ต้อง”
“ฉันจะรับเลี้ยงน่านฟ้าไว้แทนพ่อของเขาเอง”
