บทที่ 2 ถูกสาป
บทที่ 2
ถูกสาป
1 สัปดาห์ก่อน...
ร่างอรชรอ้อนแอ้นจ้องมองเรือนร่างของตนผ่านกระจกบานใหญ่ด้วยแววตาว่างเปล่า มือบางบรรจงแต่งแต้มใบหน้าด้วยเครื่องสำอางราคาแพงสีสดเพื่อเพิ่มความมั่นใจจะได้กลบความรู้สึกที่แสดงออกผ่านใบหน้าของตนในตอนนี้ ถึงแม้นว่าความคิดน้อยใหญ่จะกำลังถาโถมเข้ามาโจมตีเป็นว่าเล่นน่านฟ้าก็ยังคงให้ใบหน้าเรียบนิ่งนั้นปิดบังมันไว้เหมือนเช่นเคย
“น่านฟ้า” เสียงเรียกที่คุ้นเคยฉุดน่านฟ้าขึ้นมาจากภวังค์ก่อนที่จะรีบขานรับทันที
“คะป้าสม”
“คุณนายบอกให้มาตาม”
“อ๋อค่ะ ฟ้าเสร็จพอดีเลย”
สิ้นบทสนทนาน่านฟ้าก็เดินลงไปยังห้องโถงที่ตั้งโต๊ะอาหารเสร็จสรรพ หญิงสาวกังวลทุกครั้งที่ต้องลงมาร่วมรับประทานอาหารปับครอบครัวของตัวเอง เพราะสำหรับเธอแล้วคำว่า ‘ครอบครัว’ คงไม่เหมาะกับเธอ
“ตื่นแล้วเหรอฟ้า พี่นึกว่าเรายังพักผ่อนอยู่ซะอีกช่วงนี้งานเยอะนี่เรา”
“นิดหน่อยค่ะพี่น้ำ”
“อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนนะอย่าคิดที่จะหนีเชียว”
“คือ...ฟ้ามีงานต่อน่ะค่ะพี่น้ำ คงไม่ค่อยสะดวก..”
เพล้ง!
“ก็แค่ทานข้าว เสียเวลาแค่ไม่ถึงสิบนาทีคงไม่ถึงกับทำให้บริษัทของเธอล้มละลายหรอกนะน่านฟ้า” เสียงช้อนที่กระทบกับขอบจานกระเบื้องทำให้คนตัวเล็กถึงกับสดุ้งโหยงด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาแข็งกร้าวที่เพ่งมองมายังน่านฟ้าส่งผลให้คนตัวเล็กเย็นยะเยือกไปทั้งตัว
“ขอโทษค่ะแม่ใหญ่” น่านฟ้านั่งลงยังเก้าอี้อย่างว่าง่ายด้วยท่าทีสงบ
“อีกหนึ่งอาทิตย์คุณหญิงเดือนดารานัดน่านน้ำให้ไปดูตัวกับลูกชายคนโตของท่าน”
“...” บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดไร้ซึ่งคำพูดใดเว้นแต่เสียงหัวใจที่เต้นรัวเพราะความกลัวที่มีมากโข น่านน้ำบีบมือของตนเองไว้แน่นเพื่อคลายความกังวลเมื่อหญิงสาวเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปกอบกุมมือของพี่สาวไว้
“แต่แม่ใหญ่คะ ฟ้าว่าเรื่องนั้น...”
“เรื่องนั้นมันทำไม”
“มัน...งมงายเกินกว่าจะส่งชีวิตของพี่น้ำเข้าไปเดิมพันหรือเปล่าคะ”
“เจ้าตัวเขายังไม่ได้พูดอะไรเลย เธอมีสิทธิ์อะไร” น่านฟ้าชะงักไปทันทีเมื่อถูกตอกกลับ
“ขอโทษค่ะ”
“น้ำ”
“คะแม่”
“ลูกมีความคิดเห็นว่ายังไง”
“น้ำ...”
“น้ำไม่อยากแต่งค่ะ น้ำไม่ได้คิดกับพี่เขาแบบนั้นน้ำเคารพเขาเหมือนพี่ชาย”
“ก็ถ้าไม่อยากแต่งก็ต้องหาคนไปแทนตามเงื่อนไข”
“เงื่อนไขอะไรคะแม่ใหญ่ พี่น้ำ”
“ไม่ใช่เรื่องของเธอ เก็บโต๊ะ” สิ้นคำสั่งทุกอย่างก็เป็นไปตามที่ผู้เป็นนายต้องการ โต๊ะอาหารถูกเก็บกวาดอย่างเรียบร้อยเหลือไว้เพียงสองพี่น้องที่กำลังนั่งกลัดกลุ้มกันต่อ
“พี่น้ำ บอกฟ้ามาค่ะว่าเงื่อนไขคืออะไร”
“ตระกูลวสันต์โชติกุลคือตระกูลที่เชื่อว่าถูกสาปมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ถ้าได้ทายาทออกมาเป็นหญิงจะแคล้วคลาดปลอดภัยแต่ก็เป็นชายจะหลับไหลตลอดกาลเมื่อถึงอายุสามสิบ”
“แล้ว?”
“เรื่องร้ายก็ยังมีทางแก้”
“ยังไง”
“ต้องครองคู่กับคนที่เกิดวันที่สิบเดือนยี่เท่านั้น”
“เดือนยี่ คือเดือนอะไรวะพี่น้ำ”
“เดือนมกราจ้ะ”
“ตระกูลใหญ่ขนาดนี้ยังเชื่ออะไรแบบนี้ด้วยเหรอ”
“ตอนแรกก็ไม่มีใครเชื่อหรอกนะ จนกระทั่งคุณท่านตระกูลวสันต์โชติกุลพ่อของคุณชายทั้งสามเมื่ออายุครบสามสิบปี ท่านก็ได้หลับไหลตามคำทำนายนานถึงสามปีจนแม่ของท่านหาคนมาแต่งงานด้วยได้ ท่านจึงฟื้นขึ้นมาราวกับปาฏิหาริย์”
“มันอาจจะแค่บังเอิญก็ได้ค่ะพี่น้ำ คุณท่านเขาอาจจะแค่ป่วยก็ได้พี่น้ำไม่เห็นต้องยอมเลย”
“แต่คุณท่านมีพระคุณกับครอบครัวเรา ฟ้าอาจจะไม่รู้แต่ว่าพี่รู้ยังไงพี่ก็ต้องแต่งเพราะถ้าไม่แต่งพี่ก็ต้องหาคนมาแทนอยู่ดี”
“แต่ว่าพี่ไม่ได้ชอบคุณชายใหญ่ พี่ชอบคุณชายรอง”
“จะใครก็เหมือนกันแหละฟ้า สุดท้ายก็ต้องแต่ง”
“นั่นสินะ จะใครก็เหมือนกัน”
“พี่น้ำทำใจให้สบายเถอะค่ะ เรื่องนี้ฟ้าจัดการเอง”
“ฟ้าจะทำอะไร?”
“ฟ้าจะปกป้องพี่และแม่ใหญ่เหมือนที่เคยให้สัญญาไว้ไงคะ”
“ฟ้า”
“เชื่อฟ้า ฟ้าทำได้แน่นอนค่ะ”
