บทที่๒ แฟนใหม่หน้าคุ้น
แฟนใหม่ดูหน้าคุ้น ๆ เหมือนคนที่คุณบอกว่าไม่มีอะไร...
เพราะในสังคมนี้มันมีคนแบบนี้เยอะสินะ ถึงได้มีเพลงแบบนี้ออกมาตอกหน้าคนเคยพูดจาอย่างดีแต่การกระทำโคตรห่วย
เพื่อนร่วมงานฟังดูดี แค่เพื่อนน่าเชื่อนะ พี่น้องบ้างล่ะดูอบอุ่นฉิบหาย
แต่สุดท้าย ไม่ถึงสองเดือนหลังการเลิกราก็เปิดตัวในโซเชียลฯ ตั้งสเตตัสว่าคบกัน
แฟนใหม่เขาไม่ได้หน้าคุ้น แต่มันเป็นคนเดียวกับอีนั่นที่เขาเคยบอกว่าไม่มีอะไร ไม่ได้คิดอะไรนั่นแหละ
“นี่เหรอที่พี่บอกไม่ได้คิดอะไรกับมัน! เลิกกับโมไม่ถึงสองเดือนก็คบกับมันแบบนี้เหรอ!!”
“พี่โสดแล้วจะคบใครก็ได้ไม่ใช่เหรอ”
“แล้วก็เป็นอีนั่นที่พี่บอกว่าไม่เคยคิดอะไร!?”
“ตอนนั้นไม่ได้คิดจริง ๆ เอ็งจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่”
“พี่แม่ง โคตรเหี้ยเลย!”
นั่นคงเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอกับเขาได้เจอกันหลังเลิก ได้พูดคุยกัน จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาสองปีได้แล้ว และก็เป็นสองปีที่เธอไม่เคยคิดจะรับรู้เรื่องราวอะไรของเขาเลย
“ก็คิดดูดี ๆ อยากทำงานอะไรอยู่ที่ไหนพ่อกับแม่ไม่ว่าหรอก” แม่หทัย พูดกับลูกสาวออกมาอย่างไม่ติดขัดกับทางเลือก ลูกโตแล้วอยากทำอะไรก็ไม่ว่า
“เอาที่สบายใจ หรือจะอยู่บ้านให้พ่อเลี้ยงก็ได้” พ่อนพ บอกลูกสาวติดตลกแต่คิดจริง ถึงบ้านไม่ได้ร่ำรวยแต่ก็ไม่ขัดสน มีที่นาให้ทำกินทั้งเหลือเก็บแบ่งขายทุกปี ลูกสาวแค่คนเดียวเลี้ยงได้ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว
“คนยิ่งขี้เกียจอยู่ พ่อก็มาพูดให้ได้ใจอีก” นะโมหยอกพ่อกลับราวกับคิดจริง
“คิดว่าพ่อกลัว? เลี้ยงมาจนโตขนาดนี้ จะเลี้ยงต่อจนแก่ไม่ใช่เรื่องยาก” ยืดอกบอกลูกสาวกับเรื่องเล็กน้อย
“ถือว่าพ่อพูดแล้วนะ งั้นโมจะอยู่บ้านเฉย ๆ ก็แล้วกัน”
“ไม่ใช่ปัญหา แต่พอถึงฤดูทำนาช่วยแบกปุ๋ยด้วยก็พอ”
“แบบนั้นลูกสาวก็ดำหมดสิ!” กระทืบเท้าเหมือนเด็กน้อยไม่ได้ดั่งใจ
“ฝึกไว้ ถ้าอยากอยู่บ้านต้องทำนาเป็น เดี๋ยวนาเป็นของลูกทำไม่เป็นเสียของแย่”
“ขายให้หมดนั่นแหละ” ใครจะมาทำนากันล่ะ ถึงจะเป็นลูกชาวนาแต่ไม่เคยทำหรอกนะ มีเล่นบ้างตอนเด็กก็เท่านั้น เพราะปกติมีคนรับจ้างทำนาอยู่แล้วไหนจะเครื่องทุ่นแรงอีก
“ยังไม่ทันโอนให้ก็จะขายแล้ว แบบนี้โอนให้เป็นของไอ้ขาวหน้าบ้านดีกว่า” แม่สกัดดาวรุ่งความคิดของลูกสาวขึ้นแทน
“โอ้ย! ไม่คุยกับพ่อกับแม่แล้ว ไปดูซีรีย์ดีกว่า” พูดจบนะโมก็เดินหนีเข้าห้องนอนไปนอนดูซีรีย์ในห้องแอร์เย็น ๆ แทน
หลังเรียนจบเธอหางานทำในเมืองต่อเลย ทำได้เกือบปีก็รู้สึกไม่สนุกแล้วจึงลาออกและกลับมาอยู่บ้าน ซึ่งแผนที่เธอลองวางไว้ก็คืออยากลองออกต่างจังหวัดไปหางานทำที่อื่นดูบ้าง อยากลองออกจากเซฟโซนดูสักครั้ง
จุดหมายปลายทางมีสองที่ เมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯ กับจังหวัดชลบุรีหรือระยองแหล่งสร้างตัวนั่นแหละ
พอมาปรึกษาพ่อกับแม่ก็อย่างที่เห็น ทั้งสองให้เธอคิดและตัดสินใจเองได้ตามความต้องการของเธอ ซึ่งแน่นอนว่าเธอก็ยังคิดไม่ออก แค่วางแผนในหัวคร่าว ๆ ยังไม่ได้เทใจขนาดนั้น ตอนนี้เลยคิดว่าพักอยู่บ้านไปก่อนสักปีสองปีก็แล้วกัน
Cream: ได้ข่าวว่าอยู่บ้านนนนน
ระหว่างนอนดูซีรีย์จีนอยู่เสียงแชทก็ดังขึ้นพร้อมข้อความขึ้นโชว์ พอหยิบมาดูก็ทำให้ยิ้มออกมา
Namo: ข่าวไว!
Cream: กูเลิกคบอ่ะ ทำเหี้ยไรไม่คิดจะบอก
: อยู่แค่นี้ไม่คิดจะมาหา!
Namo: อย่าพึ่งเลิก กูมีเพื่อนคบไม่กี่คน
: พึ่งกลับมาได้สองวันเอง แล้วก็ว่าจะอยู่อีกเป็นปี
: ไม่ต้องกลัวไม่ได้เจอ กลัวจะไม่มีเวลาให้กูแทนเถอะ
Cream: ยกโทษให้ก็ได้ จะถือว่ากูก็ไม่มีใครคบเหมือนกัน
: ว่างแล้วรีบมา อยากเม้าท์จะตายห่าแล้ว!
Namo: อดกลั้นไว้ก่อนล่ะ อย่าพึ่งลงแดงตายนะ
Cream: อย่างกูไม่ตายง่าย
Namo: ดีแล้ว สงสารยมบาล
Cream: อีห่า!
Namo: จ้ะอีไม่สวย
Cream: งั้นต้องขอตัวไปทำอะไรมีสาระก่อน
: อีขี้เหร่
นะโมได้แต่ยกยิ้มส่ายหัวกับเพื่อนตัวดีของเธอ เพื่อนสนิทที่ตั้งแต่เรียนจบก็กลับมาอยู่บ้านไม่ได้ไปไหนเพราะที่บ้านขายของ เป็นร้านที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน หรือจะเรียกว่าใหญ่ที่สุดในสองหมู่บ้านติดกันนี้เลยก็ได้แหละ นั่นเลยทำให้ลูกสาวคนเล็กต้องมาอยู่ช่วยงานบ้านแม้จะมีพี่ชายอีกคนก็ตาม
หลังคุยกับเพื่อนสนิทจบนะโมก็นอนดูซีรีย์ต่ออย่างไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใด วันเวลาที่ผ่านไปนานบางทีหากไม่มีสิ่งใดมากระตุ้นเร้าเธอก็ลืมบางอย่างไปแล้วจริง ๆ
เพียงแต่หากถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง...
