บทที่ 4 มองหาปัญหา
หลังจากที่ทั้งสองคนมาถึงจุดนัดหมายแต่พบว่าสหายของพวกเขายังไม่มีผู้ใดมาถึงจุดนัดพบเลย เยว่ฉีจึงให้เยว่เทียนรอพวกเขาอยู่ที่นี่โดยที่ตัวเขาเองเอาตะกร้ามันเทศกลับไปเก็บ ก่อนจะออกจากป่าเขาได้เอากองฟืนทับเอาไว้ด้านบนเมื่อทำเช่นนี้แล้วก็ไม่มีใครรู้ว่าด้านล่างฟืนล้วนเป็นของที่กินได้ทั้งหมด
“พี่ใหญ่ ท่านแน่ใจหรือว่าจะเอาตะกร้าทั้งสองใบกลับไปด้วยตัวคนเดียว มันหนักนะขอรับ ที่สำคัญมันน่าสงสัยด้วย ข้าว่าท่านเอาไปแค่ตะกร้าของท่าน ส่วนตะกร้าของข้าค่อยเอากลับไปทีหลัง"
“ตกลง เช่นนั้นข้าจะรีบไปรีบกลับ”
“ขอรับ ระวังตัวด้วย”
เยว่ฉีแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยมันเทศกลับไปยังเพิงที่พัก หานหลิวอิงกำลังรอพวกเขาพ่อลูกกลับมาอย่างใจจดใจจ่อ สามีและลูก ๆ เข้าไปในป่านานมากแล้วไม่รู้ว่าพวกเขาจะได้สิ่งใดกลับมาบ้าง ตอนนี้อาหารที่เหลืออยู่นั้นแทบจะหมดลงแล้ว ที่สำคัญนางไม่รู้ว่าพวกเขายังจะต้องเดินทางกันไปถึงเมื่อไหร่ ต่อให้ถึงเมืองข้างหน้าแล้วอย่างไรในเมื่อตอนนี้ในมือนางไม่มีเงินแม้แต่อิแปะเดียว จะเอาเงินที่ใดไปซื้อเสบียงอาหารเพื่อเดินทางต่อ นางกับสามีไม่ได้มีญาติที่ไหนอีก
“ท่านแม่ขอรับ”
“ฉีเอ๋อร์ เจ้ากลับมาแล้ว”
“ท่านแม่ ท่านเก็บสิ่งเหล่านี้ให้ดี ข้ากับน้องสาวพบทุ่งมันเทศโดยบังเอิญ ตอนนี้น้องสาวยังรอข้าอยู่ ท่านรีบเก็บของพวกนี้ให้ดี นอกจากมันเทศแล้วพวกเรายังขุดเผือกมาได้นิดหน่อย ข้าจะเอาตะกร้าไปเพิ่มอีก”
“ทุ่งมันเทศมีขนาดใหญ่หรือ”
“จากที่ข้ามองดูแล้วน่าจะมีขนาดสักหนึ่งหมู่ขอรับ ตอนนี้น้องสาวกำลังขุดมันเทศรอข้าอยู่ ส่วนน้องรองกำลังรอฟู่เหลียงกับไป๋ชิงอยู่ที่จุดนัดพบ ตอนพวกเราเข้าป่าไปพวกเราแยกกันไปหาของป่า ตอนนี้ข้าต้องรีบไปแล้วขอรับ ข้ากลัวว่าน้องสาวจะได้รับอันตราย”
“เจ้ารีบไปดูแลน้องสาวเจ้าให้ดี อย่าให้เกิดเรื่องอันใดขึ้นอีก หากคนพวกนั้นมาหาเรื่องรังแกพวกเจ้า พวกเจ้าสู้กลับไปก็พอไม่ต้องสนใจท่านพ่อของเจ้า แม่เชื่อว่าพ่อของพวกเจ้าเองก็คิดเช่นเดียวกับแม่”
“ขอรับท่านแม่”
เสิ่นเยว่ฉีฉวยตะกร้าได้ก็รีบวิ่งเข้าป่าไปทันที หานหลิวอิงรีบเก็บมันเทศที่ลูกชายเอากลับมาใส่เข้าไปในกระสอบจากนั้นใช้ฟางปิดเอาไว้ด้านบน ในเพิงที่พักมีอาหารเพิ่มขึ้นมาทำให้นางไม่กล้าออกไปข้างนอก ทำได้เพียงเฝ้าเอาไว้ให้ดีเท่านั้น อาหารพวกนี้มีความสำคัญกับชีวิตครอบครัวของนาง
ทางด้านเสิ่นเทียนหยางกับสหายก็กลับจากการหาแหล่งน้ำพอดี พวกเขานำน้ำที่หามาได้เทใส่ถังเก็บน้ำของครอบครัว จากนั้นก็ไปแจ้งให้หัวหน้าหมู่บ้านรู้และนำทางพาคนไปตักน้ำ เสิ่นหงอันที่กลับมาจากการหาแหล่งน้ำก็กลับมาพอดี แต่ทว่าพวกเขากลับคว้าน้ำเหลวและไม่เคยหาแหล่งน้ำพบเลยสักครั้ง
เมื่อนำทางชาวบ้านมาที่แหล่งน้ำ เสิ่นหงอันเห็นว่าน้ำในแอ่งมีไม่มากนัก คงจะพอแบ่งกันได้แค่คนละถังสองถังเท่านั้น เขาก็พูดขึ้นมาว่าเสิ่นเทียนหยางกับสหายจงใจเหลือน้ำเอาไว้ให้ชาวบ้านเพียงเล็กน้อย ส่วนตัวเขาเองได้ตักน้ำออกไปมากกว่าครึ่ง
“น้ำแค่นี้จะไปพออันใดกัน ไม่ใช่ว่าเจ้ากับสหายตักน้ำเอาไปมากกว่าครึ่งแล้วจงใจเหลือน้ำให้พวกเราเพียงเล็กน้อยหรอกนะ การที่เจ้าทำเช่นนี้เจ้าต้องการบีบให้พวกเราอดน้ำตายใช่หรือไม่”
“เสิ่นหงอัน ถ้าหากเจ้าไม่พอใจก็ไม่ต้องตักน้ำที่พวกข้าหาเจอ ตอนนี้อยู่ในยามยากลำบาก ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะตายหรือไม่ตาย เดิมทีชีวิตของเจ้าก็ไม่เกี่ยวอันใดกับข้า หากเจ้ากับครอบครัวจะอดตายมันก็เรื่องของเจ้า ตลอดเวลาที่ผ่านมา เทียนหยางทำงานมากมายแต่ไม่เคยได้กินอิ่ม เช่นนั้นพวกเจ้าก็จงใจบีบบังคับให้เทียนหยางกับครอบครัวของเขาตายใช่หรือไม่” ไป๋เฉียนโจว
“ใช่แล้วล่ะ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ หัวหน้าหมู่บ้าน ต่อไปนี้พวกเราต่างคนต่างหาทางเอาชีวิตรอดกันเอาเอง เรื่องแหล่งน้ำก็เช่นเดียวกัน หากผู้ใดหาพบก็ให้เป็นของครอบครัวของคนนั้นไม่จำเป็นต้องแบ่งให้กับผู้ใด หรือคนที่หาแหล่งน้ำพบอยากจะแบ่งให้ใครก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคนผู้นั้น” ฟู่หมิงพูดออกมาด้วยความโกรธ
“พวกเจ้าอย่าได้ใจร้อน ส่วนเจ้า เสิ่นหงอัน ครอบครัวของพวกเจ้าไม่เคยทำอันใดให้กับหมู่บ้านเลย นอกจากก่อความรำคาญ สร้างปัญหา หากพวกเจ้ายังก่อเรื่องไม่หยุดข้าจะไล่ให้พวกเจ้าออกจากกลุ่ม ให้พวกเจ้าแยกตัวออกไปเดินทางด้วยตัวเอง แล้วจะลบชื่อพวกเจ้าออกจากผังตระกูลด้วย ตัวขี้เกียจเรื่องมากเช่นพวกเจ้ามันก็แค่พวกตัวถ่วง ข้าเชื่อว่าหากเป็นครอบครัวของเจ้าหาแหล่งน้ำพบในวันนี้ เจ้าคงจะตักน้ำเอาไปคนเดียวไม่ยอมแบ่งให้คนอื่นเป็นแน่” เสิ่นเหวินเฉียง หัวหน้าหมู่บ้านพูดออกมาด้วยความโมโห
“เจ้าอย่าคิดว่าคนอื่นไม่รู้ว่าเจ้าคิดอันใดอยู่ เจ้าคิดจริง ๆ หรือว่าชาวบ้านจะเชื่อคำพูดยุแยงของเจ้า คนในหมู่บ้านย่อมรู้ดีว่าข้า เสิ่นเทียนหยางเป็นคนเช่นไร ต่อให้วันนี้ข้าตักน้ำไปมากหน่อยแล้วอย่างไรล่ะ ในเมื่อน้ำข้ากับสหายก็เป็นคนหาเจอ นี่เป็นข้อตกลงที่ทำกันเอาไว้ออกเดินทาง พวกเรากลับกันเถอะ อาหมิง เฉียนโจว”
“ตกลง หากให้ข้าอยู่ต่ออีก ข้าคิดว่าข้าได้ทุบตีคนเป็นแน่”
“พวกเจ้าอย่าให้มันมากไปนัก เทียนหยางเจ้าอย่าได้ไปไกลเกินไป ถึงอย่างไรเจ้าก็เป็นลูกชายของข้า” เสิ่นหงเชวียน
“ข้าไม่ใช่ลูกของท่านตั้งแต่วันที่ท่านเขียนหนังสือตัดขาดความสัมพันธ์กับข้าแล้ว ตลอดเวลาข้าถือว่าได้ทดแทนบุญคุณพวกท่านแล้ว การทำงานหนักมาหลายสิบปีเพียงพอแล้วกับความกตัญญูที่มีต่อพวกท่าน ตอนนี้ข้าเสิ่นเทียนหยางได้เกิดใหม่และตาสว่างแล้ว หวังว่าท่านจะดูแลครอบครัวของท่านให้ดี ๆ และอย่ามาวุ่นวายอันใดกับครอบครัวของข้า”
“เจ้า .. เจ้า ลูกอกตัญญู”
“กตัญญูแล้วได้อันใด กตัญญูต่อคนอย่างพวกท่านถือว่าเป็นเรื่องโง่เขลา แม้แต่เสือร้ายยังไม่กินลูกของมัน แต่พวกท่านกลับกลัวว่าข้าจะไม่ตายเร็ว ๆ หรือว่าข้าไม่ใช่ลูกของพวกท่านแต่แรกกัน อ้อ ยังมีน้องสาวอีกคนก็อาจจะไม่ใช่ลูกของพวกท่านเช่นเดียวกัน พวกเราไปกันเถอะ”
“เจ้า .. เจ้า..”
“พอได้แล้ว รีบ ๆ ตักน้ำ หากไม่อยากตักก็กลับไป ข้าว่านะหงเชวียน เจ้าก็ไม่ใช่คนโง่ เหตุใดถึงได้กลายมาเป็นคนสับสนเพราะนักต้มตุ๋นเช่นนี้ ข้าบอกเจ้าไปกี่ครั้งแล้วว่านักพรตนั่นมันเป็นของปลอม เจ้ากลับเชื่อเป็นจริงเป็นจังว่า เทียนหยางกับหงเจินจะทำให้ครอบครัวเจ้าล่มจมและขัดขวางโชคของหงอัน ข้าว่าเจ้าเลอะเลือนแล้ว ข้าจะคอยดูว่าใครมันเป็นตัวพาครอบครัวเจ้าล่มจมกันแน่”
เสิ่นเทียนหยางเดินออกมาจากถ้ำ ในตอนที่พวกเขากำลังจะออกจากป่าก็พบเข้ากับลูกชายของพวกเขาโดยบังเอิญ ตอนนี้เสิ่นเยว่ฉียังไม่มาที่จุดนัดพบ เยว่เทียนจึงได้รออยู่กับฟู่เหลียงกับไป๋ชิง เมื่อเด็กทั้งสามคนเห็นว่าท่านพ่อของพวกเขาเดินออกจากป่าด้วยสีหน้าไม่ดีนักกำลังเดินตรงมาที่พวกเขาเยว่ฉีจึงรีบเรียกท่านพ่อของเขาทันที
“ท่านพ่อ ท่านพ่อ ทางนี้ขอรับ”
“นี่พวกเจ้ากำลังทำอันใดอยู่ แล้วพี่ใหญ่ของเจ้าล่ะ แล้วนี่น้องสาวของเจ้าหายไปที่ใดอีกแล้ว ไม่ใช่ข้าบอกให้เจ้าดูแลนางให้ดีหรือ”
“ท่านลุงใจเย็น ๆ ของรับ พี่ใหญ่ฉีเอาของไปเก็บตอนนี้คงกำลังมา ส่วนน้องสาวอิงอิงกำลังรอพวกเราอยู่ในป่าลึก” ฟู่เหลียง
“เจ้าว่าอันใดนะ ! นี่พวกเจ้าทิ้งน้องสาวเอาไว้ในป่าลึกรึ พวกเจ้านี่มัน วันนี้ล่ะ ข้าจะหักขาพวกเจ้า” ฟู่หมิงที่ได้ยินอย่างนั้นก็โมโหขึ้นมาทันที เขามองหาไม้รอบ ๆ ตัวเพื่อทุบตีลูกชาย
“ท่านพ่อ ท่านหยุด ท่านฟังพวกข้าก่อนสิ” ฟู่เหลียงที่วิ่งไปแอบหลังต้นไม้ตะโกนออกมา
“ท่านอาหมิง คือแบบนี้ขอรับ วันนี้พวกข้าแยกกันหาของป่า อาเหลียงไปกับอาชิง ส่วนข้ากับพี่ใหญ่ไปกับน้องสาว พวกเราบังเอิญเจอทุ่งมันเทศ หลังจากขุดจนเต็มตะกร้าแล้วน้องสาวให้ข้ากับพี่ใหญ่เอาลงมาเก็บที่เพิง พี่ใหญ่อาสาขนมันเทศออกจากป่าแล้วให้ข้ามารออาเหลียงกับอาชิงที่นี่ ทุกสิ่งที่ข้าพูดมาล้วนแล้วแต่เป็นน้องสาวสั่งการ นางให้พวกเราเอามันเทศมาเก็บแล้วนางจะขุดมันเทศรอ ในเมื่อพวกท่านมาแล้วก็ไปช่วยพวกเรากันเถอะขอรับ ทุ่งมันเทศมีขนาดหนึ่งหมู่หรืออาจจะมากกว่านั้น” เยว่เทียนรีบอธิบายก่อนที่พวกเขาจะถูกทุบตี
“ ข้ามาแล้ว ขอโทษที ข้าเดินหลงทางทำให้มาช้า”
“ฉีเอ๋อร์ รีบนำทาง พวกเจ้ากล้าทิ้งน้องสาวเอาไว้ในป่าคนเดียว เจ้าเป็นพี่ชายได้เยี่ยงไรกัน”
“ขอรับท่านพ่อ”
เสิ่นอิงอิงที่ขุดมันเทศจนเบื่อแล้วพวกพี่ชายก็ไม่มาเสัยที ในตอนที่นางกำลังจะเดินออกไปดูรอบ ๆ ทุ่งมันเทศก็เห็นพี่ชายทั้งสองเดินนำหน้าท่านพ่อกับคนอื่น ๆ มา
“ท่านพ่อ ท่านก็มาด้วยหรือเจ้าคะ”
“พ่อเป็นห่วงเจ้า เจ้ายังไม่หายดีแล้วจะออกมาหาของป่าทำไมกัน ทีหลังเจ้าอย่าได้รั้งรอที่ป่าลึกอีก ในป่ามันอันตรายรู้หรือไม่”
“ท่านพ่อ ข้าขอโทษเจ้าค่ะ ต่อไปข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว พวกท่านมาก็ดีแล้ว ข้าเหนื่อยจะขุดแล้ว ยกหน้าที่ให้พวกท่านขุดต่อเจ้าค่ะ ส่วนข้าจะเดินดูรอบ ๆ แถวนี้สักหน่อย”
“เจ้าอย่าได้ออกไปไกลมากนักมันอันตราย”
“เจ้าค่ะ”
“มันเทศไม่ใช่น้อย ๆ เลย เทียนหยางพวกเราจะแบ่งชาวบ้านบ้างหรือไม่”
“อาหมิง พวกเราต้องเก็บเอาไว้ให้มากหน่อย ส่วนเรื่องชาวบ้าน ใครดีกับพวกเรา พวกเราก็สมควรดีตอบ หากใครร้ายกับพวกเราก็ไม่สมควรต้องไปทำดีกับคนพวกนี้ เรื่องน้ำข้ายังโมโหไม่หาย” ไป๋เฉียนโจว
“เอาล่ะ ไม่ต้องพูดแล้ว พวกเจ้าขุดมันเทศให้มากพอที่เราจะขนเอาไปได้ ที่เหลือค่อยให้หัวหน้าหมู่บ้านจัดการก็แล้วกัน”
“เทียนหยางพูดถูก พวกเราไม่มีเกวียนวัว มีแค่รถเข็น แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นการเข็นอาหารนั้นยังดีกว่าไม่มีอันใดให้กิน แต่ทว่าหากพวกเรามีมากเกินไปมันจะตกเป็นเป้าสายตาของพวกไม่หวังดี พวกเราอาจจะเกิดปัญหาเอาได้ วันนี้ต่อให้ไม่อยากแบ่งมันเทศเหล่านี้ก็ต้องแบ่ง พวกเราขุดให้มากหน่อย ค่อยไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้าน”
“ตกลงตามนี้ อาหมิงบ้านเจ้ามีเด็กเล็กกับคนชรา เจ้าขุดไปให้มากหน่อย เจ้าด้วยเฉียนโจว บ้านเจ้ามีคนเยอะเหตุใดเจ้าไม่ไปเรียกพี่ชายน้องชายของเจ้ามาขุดด้วยกัน ไม่แน่ว่าป่านนี้พวกเขาออกไปหาน้ำคงกลับมาแล้ว”
“เช่นนั้นข้าไปเอง ข้าวิ่งเร็ว ข้าไปตามท่านลุงกับท่านอาเล็กเอง” ไป๋ชิงพูดขึ้นพร้อมกับแบกตะกร้ามันเทศที่เต็มแล้วกลับไป
