บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เผือกกับแหล่งน้ำ

เสิ่นเทียนหยางวันนี้ยังเข้าป่าไปหาแหล่งน้ำกับชาวบ้านคนอื่นเช่นเคย เสิ่นอิงอิงตามพี่ชายทั้งสองไปหาของป่าเก็บฟืน โดยมีเพียงท่านแม่เท่านั้นที่เฝ้าเพิงที่พัก ด้านข้างเพิงของพวกเขาเป็นเพิงของครอบครัวสหายทั้งสองคนของเสิ่นเทียนหยาง พวกเขาตั้งเพิงที่พักอยู่คนละด้านกับบ้านใหญ่เสิ่น

หานหลิวอิงไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับคนบ้านนั้นอีก นางจึงให้สามีทำเพิงที่พักให้ห่างจากพวกเขาหน่อยจะได้ไม่ต้องมีเรื่องให้หงุดหงิดใจ แต่ไม่คิดเลยว่าลูกสาวของนางจะถูกลูกสาวบ้านนั้นทำร้ายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด แต่ที่หานหลิวอิงไม่รู้ก็คือลูกสาวตัวจริงของนางได้ตายไปแล้วจริง ๆ ตอนนี้เสิ่นอิงอิงคือวิญญาณของคนที่มีชื่อเดียวกับลูกสาวของนางที่บังเอิญตกตายในเวลาเดียวกัน ทำให้ดวงวิญญาณของนางเดินทางข้ามเวลาย้อนมาในยุคโบราณที่ล้าหลังแห่งนี้

ในขณะที่พวกผู้ใหญ่เข้าป่าหาแหล่งน้ำ ล่าสัตว์ พวกเด็ก ๆ ก็เข้าป่าหาฟืนขุดผักป่าเช่นเดียวกัน แต่เพราะฝนไม่ตกเป็นเวลานานแล้วทำให้พวกเขาไม่สามารถหาผักป่าได้มากนัก ถึงแม้ว่าป่าแห่งนี้จะไม่ถึงกับแห้งแล้งมากเท่ากับป่าใกล้กับบ้านเกิดของพวกเขา แต่เพราะมีผู้คนอพยพเดินทางผ่านมาทางนี้ก่อนแล้ว ทำให้ผักป่าที่มีอยู่ถูกคนที่เดินทางผ่านมาทางนี้เก็บไปจนเกือบหมดแล้ว เมื่อมีคนมากแต่อาหารมีน้อยอีกไม่นานคงมีการปล้นชิงอาหารกันเป็นแน่

“พี่ใหญ่ พี่รอง ข้าคิดว่าพวกเราไปทางนี้จะดีกว่า ข้ารู้สึกว่าพวกเราต้องเจออะไรดี ๆ แน่”

“ถ้าน้องสาวบอกว่าดี เช่นนั้นก็ทำตามที่น้องสาวว่าเถอะ”

“พี่ใหญ่ พี่รอง วันนี้พวกเราจะต้องหาของกินได้แน่นอนเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นน้องสาวนำทางเถอะ ท่านแม่บอกเอาไว้ว่าให้พวกเรารีบกลับ”

“เจ้าค่ะ”

เสิ่นอิงอิงเดินนำหน้าพี่ชายทั้งสองเข้าไปในป่า หลังจากเดินวกไปวนมาก็มาถึงป่าบริเวณที่นางเอาเผือกจากมิติมาปลูกเอาไว้ ซึ่งตอนนี้ต้นเผือกได้เริ่มเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเล็กน้อยและใบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลือง เสิ่นอิงอิงเห็นเช่นนี้แล้วนางอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ในที่สุดก็ไม่ต้องหาข้ออ้างมาสร้างเรื่องโกหกแล้ว สภาพของต้นเผือกที่เป็นเช่นนี้เหมาะกับสถานการณ์ในตอนนี้มาก เพราะฝนไม่ตกเป็นเวลานานทำให้ต้นไม้ใบหญ้าเริ่มแห้งตาย ต้นไม้ใหญ่ใบเริ่มร่วงหล่น

“พี่ใหญ่ พี่รอง ดูนี่สิเจ้าคะ ท่านว่าพวกนี้ดูคุ้น ๆ หรือไม่เจ้าคะ เหมือนข้าจะเคยเห็นที่ภูเขาในหมู่บ้านของพวกเรามาก่อน เพียงแต่ที่ป่าแห่งนี้จะต้นใหญ่กว่าเท่านั้น”

“ข้าก็ว่ามันเหมือนเผือกนะขอรับพี่ใหญ่”

“ถ้าอยากรู้ว่ามันจะใช่เผือกหรือไม่ พวกเราแค่ลงขุดขึ้นมาดู เร็วเข้ารีบขุดก่อนที่คนอื่น ๆ จะเดินผ่านมาทางนี้ หากว่าเป็นเผือกจริง ๆ นั่นจะเป็นผลดีกับครอบครัวของพวกเรา ตอนนี้อาหารของบ้านเราเหลือน้อยเต็มทีแล้ว ท่านพ่อเองก็สุขภาพไม่ดี”

“เช่นนั้นพวกเราลงมือขุดเลยเจ้าค่ะ”

“ข้าว่ามันจะต้องเป็นเผือกแน่ ๆ ก่อนหน้านั้นพวกเราไม่มีโอกาสได้กินสักเท่าไหร่ ข้าจำได้ว่าท่านพ่อได้มาแค่สองหัว ท่านย่าเก็บเอาไว้ให้บ้านท่านลุงใหญ่กิน พวกเราไม่ได้กินทั้ง ๆ ที่คนหาเผือกเจอคือท่านพ่อของพวกเรา” เสิ่นเยว่เทียนพูดออกมาด้วยความโมโห

“พี่รองอย่าโมโหไปเลยเจ้าค่ะ ตอนนี้พวกเราหาเผือกเจอแล้ว ที่สำคัญหมู่บ้านไม่ได้บอกว่าของที่หามาได้ให้เอาไปรวมกันนี่เจ้าคะ ใครสามารถหาของกินได้ย่อมเก็บเอาไว้ให้ครอบครัวตัวเอง ท่านอย่าลืมว่าบ้านเราคือครอบครัวที่จนที่สุดในหมู่บ้าน แต่ท่านวางใจได้ ข้าจะทำให้บ้านของพวกเรารวยที่สุดในอนาคตแน่นอน”

“ข้าเชื่อใจน้องสาว”

สามคนพี่น้องช่วยกันขุดเผือกออกมาได้หกหัวใหญ่ จากนั้นเสิ่นอิงอิงพาพี่ชายทั้งสองเดินเข้าป่าไปเรื่อย ๆ วันนี้นางตั้งใจว่าจะหาอาหารให้มากขึ้น เสิ่นอิงอิงค่อนข้างมั่นใจว่าวันนี้จะต้องได้อะไรดี ๆ กลับไปแน่ ระหว่างที่ลูก ๆ ทั้งสามคนไปหาของป่า ทางด้านพ่ออย่างเสิ่นเทียนหยางก็เข้าป่าไปหาแหล่งน้ำกับสหายทั้งสองเช่นเดียวกัน

“เทียนหยาง พวกเราเดินเข้าป่ามาไกลมากแล้วนะ เจ้าว่าพวกเรายังจะสามารถหาน้ำได้หรือไม่” ฟู่หมิง

“ข้าเองก็ไม่รู้เหมือนกัน พวกเราทำได้แค่ลองดู ตอนนี้น้ำใกล้จะหมดแล้ว อีกทั้งน้ำที่หาพบก็จะต้องแบ่งส่วนให้กับหมู่บ้านครึ่งหนึ่งอีกด้วย”

“เทียนหยาง เจ้าไม่ใช่บอกว่าวันนี้อิงอิงอวยพรให้พวกเราโชคดีก่อนออกเดินทางหรือ” ไป๋เฉียนโจว

“นั่นสิ ข้าหวังว่าลูกสาวจะอวยพรให้พวกเราโชคดี เดิมทีข้าคิดว่าจะต้องเสียลูกสาวไปแล้ว ยังดีที่นางไม่เป็นอันใดมาก”

“ข้าว่านะ บ้านใหญ่ก็ทำเกินไปจริง ๆ เด็กคนนั้น เสิ่นเหมยลี่ นิสัยถอดแบบพี่สะใภ้ของเจ้ามาทุกกระเบียดนิ้วเลย”

“ช่างเถอะ ต่อไปนี้ก็ต่างคนต่างอยู่ น้ำบ่อไม่ยุ่งกับน้ำคลอง ถือว่าต่างคนต่างอยู่ก็แล้วกัน”

ทั้งสามคนเดินเข้าไปในป่าลึก จนมาถึงถ้ำขนาดใหญ่ เสิ่นเทียนหยางไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เขาเดินนำหน้าสหายทั้งสอง เมื่อเดินเข้ามาถึงส่วนกลางของถ้ำก็พบกับแอ่งน้ำขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ที่สำคัญมีน้ำอยู่เต็มแอ่ง น่าจะเป็นแอ่งน้ำที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ

“เฉียนโจ อาหมิง ที่นี่มีแอ่งน้ำ อีกทั้งมีน้ำอยู่ไม่น้อยเลย ตอนนี้พวกเรารีบตรวจดูว่าน้ำมีพิษหรือไม่”

“เช่นนั้นเอาเข็มเงินที่หมอหลูให้มาทดสอบพิษก่อน จากนั้นเราค่อยมาชิมดูว่าน้ำนี่มีรสชาติเช่นไร สามารถนำไปดื่มได้หรือไม่”

“ตกลง”

“เข็มเงินไม่เปลี่ยนสี เช่นนั้นข้าจะลองชิมดูก็แล้วกัน”

“เทียนหยาง เจ้าแน่ใจรึ ร่างกายของเจ้าไม่ค่อยดี เช่นนั้นให้ข้าเป็นคนลองชิมน้ำจะดีกว่า” ฟู่หมิงรีบอาสาชิมน้ำแทนเทียนหยางทันที

“ขอบใจเจ้ามากฟู่หมิง”

“ขอบใจอันใดกัน พวกเราโตมาด้วยกัน แทบจะใส่กางเกงตัวเดียวกันอยู่แล้ว เรื่องแค่นี้เอง"

หลังจากฟู่หมิงชิมน้ำในแอ่งหินแล้วเขารู้สึกว่าน้ำหวานมาก ดื่มแล้วสดชื่น ไม่เพียงแต่น้ำจะไม่มีพิษเท่านั้น ยังทำให้ร่างกายคลายความเหนื่อยล้าได้อย่างน่าประหลาดใจ

“น้ำนี่ปลอดภัย ดื่มแล้วสดชื่นมาก”

“เช่นนั้นพวกเรารีบตักน้ำกลับไปเถอะ ส่วนที่เหลือค่อยพาคนในหมู่บ้านมาตัก”

“ตกลง ความจริงแล้วข้าไม่อยากจะจากบ้านเกิดไปเลย พอเราเดินทางไปถึงเมืองข้างหน้า ก็จะมีชาวบ้านบางส่วนที่แยกออกไปเพราะมีญาติอยู่ในเมือง ส่วนใครจะแยกย้ายไปที่ใดก็แล้วแต่ความสมัครใจ หัวหน้าหมู่บ้านเองบอกว่าจะหาที่ตั้งรกรากที่เมืองแห่งนี้ แต่ข้ากลัวว่าพวกเราจะหาที่ลงหลักปักฐานไม่ได้น่ะสิ ตอนนี้มีผู้คนมากมายอพยพหนีความแห้งแล้ง ข้ากลัวว่าพวกเราจะไม่สามารถเข้าไปในเมืองได้ด้วยซ้ำ”

“ถ้าเกิดว่าพวกเราไม่สามารถเข้าไปในเมืองได้จริง ๆ ข้าจะพาลูกเมียเดินทางกลับบ้านเกิด อย่างน้อย ๆ เรายังมีบ้าน มีที่นา มีภูเขา ถึงแม้ว่าจะแห้งแล้งไปบ้าง ข้าเชื่อว่าต้องมีทางรอด ถ้าเกิดเราเข้าไปในเมืองไม่ได้ ไม่สามารถผ่านประตูเมืองเข้าไปได้ พวกเราจะเดินทางต่อได้เยี่ยงไร มีเพียงเดินทางผ่านป่าและภูเขาเท่านั้น แต่ในป่าย่อมมีสัตว์ป่าดุร้าย ไม่ว่าทางไหนก็อันตรายทั้งนั้น” เสิ่นเทียนหยางได้แต่ถอนหายใจ

“อย่าเพิ่งคิดมากเลย ตอนนี้พวกเราก็ทำเต็มที่แล้ว หากพวกเจ้าเดินทางกลับบ้านเกิด ข้าเองก็จะกลับด้วย” ฟู่หมิง

“ข้าเองก็จะไปกับพวกเจ้าด้วยเช่นเดียวกัน” ไป๋เฉียนโจว

ทางด้านเสิ่นอิงอิงกับพี่ชายทั้งสอง หลังจากที่ขุดเผือกทั้งหมดแล้ว พวกเขาเดินเข้าไปในป่าลึกก็พบเข้ากับทุ่งมันเทศโดยไม่คาดฝัน ทั้งสามพี่น้องรีบขุดมันเทศด้วยความรวดเร็ว ทุ่งมันเทศมีประมาณหนึ่งหมู่ ทั้งสามคนขุดมันเทศจนเต็มตะกร้าที่นำมา แต่ความจริงแล้วเสิ่นอิงอิงได้แอบเก็บมันเทศเข้าไปในมิตินับร้อยชั่ง

“พี่ใหญ่ พี่รอง ข้าจะรอท่านอยู่ตรงนี้ ท่านไปเรียกพี่ชายบ้านลุงฟู่กับพี่ชายบ้านลุงไป๋มาขุดเถอะ ทั้งสองครอบครัวล้วนเป็นสหายที่ดีของท่านพ่อและช่วยเหลือพวกเรามาโดยตลอด ข้าว่าหากพวกเราขุดกันสามคนวันนี้ก็คงขุดไม่หมด ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นห่วงเอาได้”

“ตกลง น้องสาว ตอนที่พวกเราแยกกันไปหาฟืนก็ได้นัดสถานที่พบกันแล้ว นี่ก็ใกล้เวลานัดเต็มทีแล้ว ข้าจะไปรอพวกเขาที่นั่น เยว่เทียนเจ้าไปรอพวกเขา ส่วนข้าจะเอามันเทศไปเก็บแล้วเอาตะกร้ามาเพิ่ม”

“ขอรับพี่ใหญ่ น้องสาว เจ้าแน่ในนะว่าอยู่คนเดียวได้”

“แน่ใจเจ้าค่ะ พวกท่านอย่าลืม ข้าไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว ข้าเคยตายมาครั้งหนึ่งแล้วจะไม่ยอมตายเป็นครั้งที่สองอีกเจ้าค่ะ”

“เพ้ย ถุย ถุย เจ้าพูดอันใด ตายเตยอันใดกัน อย่าพูดคำอัปมงคลเช่นนี้อีก”

“เจ้าค่ะ”

หลังจากพี่ชายทั้งสองออกจากป่าลึกไปแล้ว เสิ่นอิงอิงก็เริ่มที่จะขุดมันเทศอีกครั้ง นางเก็บเข้าไปในมิติไม่เว้นแม้แต่เถามันเทศ ในใจนางคิดว่าตอนนี้ถ้าบ้านตัวเองมีเกวียนวัวหรือเกวียนลาก็คงจะดี ตอนนี้ท่านพ่อกับท่านแม่ต้องผลัดกันเข็นรถเข็นโดยมีพวกพี่ชายคอยช่วย โชคดีที่รถเข็นที่ท่านพ่อทำขึ้นมีขนาดใหญ่ สามารถใส่เครื่องนอนและของจำเป็นได้หมด

“เฮ้อ ชีวิตหนอชีวิต เกิดใหม่ทั้งทีก็ต้องมาปากกัดตีนถีบ พระเจ้าท่านเกลียดชังข้าใช่หรือไม่ ข้าที่ตายมาด้วยความคับแค้นใจเพราะคนทรยศทั้งสอง นอกจากท่านไม่เห็นใจข้าแล้ว ท่านยังกลั่นแกล้งข้าให้มาเกิดในร่างเด็ก บ้านก็แสนยากจน ญาติ ๆ ก็ว่าร้ายแล้ว แต่สภาพตอนนี้ยิ่งร้ายกว่า นอนกลางดินกินกลางทราย อาหารขาดแคลน อีกหน่อยคงได้กินเปลือกไม้ ท่านช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย”

เสิ่นอิงอิงขุดมันเทศไป บ่นไป ส่วนคนข้างบนนั้นก็ได้แต่ก่นด่าว่านางไม่รู้จักพอ ให้มาเกิดใหม่ในวัยเด็กจะได้ใช้ชีวิตให้ยืนยาวมากขึ้น ชาติที่แล้วไม่มีครอบครัวเป็นลูกกำพร้า ชาตินี้ให้ครอบครัวที่รักนาง ถึงแม้จะยากจน แต่ก็ได้มอบมิติวิเศษให้แล้ว นางยังกลัวอดตายอีก หากว่านางอดตายจริง ๆ ก็นับว่าสมควรแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel