บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 9 หาที่พักชั่วคราว

เสิ่นเทียนหยางได้นำเรื่องราวที่เขาได้รู้มาจากเย่อันซื่อเล่าให้หัวหน้าหมู่บ้านฟัง หลังจากนั้นให้หัวหน้าหมู่บ้านตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือจะทำเช่นไรต่อไป หัวหน้าหมู่บ้านได้บอกกับเสิ่นเทียนหยางว่าจะมีการหารือเรื่องนี้กับชาวบ้านในคืนนี้ 

“เทียนหยางขอบใจเจ้ามาก ”

“ไม่เป็นไรขอรับ ข้าเองก็ไม่อยากให้พวกเราเกิดเรื่องราวเลวร้ายขึ้น ส่วนจะทำอย่างไรต่อไปก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของท่านและชาวบ้าน ส่วนตัวข้าและครอบครัวนั้นไม่อยากเสี่ยงเดินทางต่อ เพราะอีกไม่นานก็จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้ว หากพวกเราต้องไปรอนแรมในป่าที่ไม่รู้ว่าจะพบเจอกับอันตรายอันใดบ้าง ข้าอยากรั้งอยู่ที่ภูเขาแห่งนี้ อย่างน้อยๆภูเขาแห่งนี้ยังพอมีผักป่าให้พวกเราได้กินบ้าง ถึงแม่ว่าป่ารอบนอกจะแห้งแล้ง แต่ป่าชั้นในยังเขียวอยู่”

 

“แต่ในป่าอันตรายยิ่งนัก หากมีสัตว์ป่าดุร้ายจะทำเช่นไร” 

“หัวหน้าหมู่บ้านสัตว์ป่าดุร้ายเรายังพอมีทางหลีกเลี่ยงได้ หรือหากจะต้องเผชิญหน้ากันจริงๆ พวกเรามีกันหลายคนยังพอสู้ได้ แต่หากว่าต้องเผชิญหน้าจากชาวบ้านผู้หิวโหยแล้วผันตัวมาเป็นโจรปล้นชิงแล้วล่ะก็พวกเรากันหลายคนก็จริงแต่หากพวกโจรมากกว่าล่ะ พวกเรามีทั้งคนชราและเด็กที่สำคัญพวกเราต่างก็หิวโหยกินไม่อิ่มจะเอาแรงที่ใดไปต่อสู้ เล่าขอรับ"

 

“ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล แต่ต้องฟังความเห็นของชาวบ้านด้วย เอาไว้ข้าจะเรียกประชุมคืนนี้แล้วค่อยมาหารือกัน”

“ขอรับ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”

หลังจากเสิ่นเทียนหยางออกมาจากที่พักของหัวหน้าหมู่บ้านเขาก็ไปที่เพิงที่พักของฟู่หมิงกับไป๋เฉียนโจวทันที เพื่อบอกเล่าสิ่งที่เขาได้รับรู้มาและปรึกษากับสหายทั้งสองว่าจะทำเช่นไรต่อไปดี หากว่าชาวบ้านตัดสินใจจะเดินทางต่อแล้วพวกเขาจะยังร่วมเดินทางไปกับชาวบ้านหรือไม่ 

“เทียนหยาง มาหาข้าตอนนี้มีเรื่องอันใดรึ”

“เจ้าให้ไป๋ชิงไปตามฟู่หมิงมาก่อน จะได้พูดเสียทีเดียว”

“ได้" จากนั้นไป๋เฉียนโจวก็บอกให้ลูกชายไปเรียกฟู่หมิง 

"อาชิงเจ้าไปตามลุงฟู่หมิงมาพบพ่อกับลุงเสิ่นของเจ้าตอนนี้ เร็วเข้า”

ไป๋ชิงออกไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับฟู่หมิง เมื่อเห็นสีหน้าของเสิ่นเทียนหยางไม่ดีเท่าไหร่ เขาก็หันไปสบตากับไป๋เฉียนโจว ไป๋เฉียนโจวเองก็ได้แต่ส่ายหน้าเป็นเชิงว่าเขาเองก็ไม่รู้เช่นเดียวกัน

“เทียนหยางเกิดเรื่องอันใดขึ้น ”

“นั่งลงก่อน ที่ข้าให้อาชิงไปตามเจ้าเพราะมีเรื่องอยากจะมาบอกให้พวกเจ้าได้รู้ หลังจากนี้พวกเจ้าจะตัดสินใจอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับพวกเจ้าทั้งสองคน”

“นี่มันเกิดเรื่องอันใดกันแน่ เจ้ารีบๆพูดมา” ไปเฉียนโจวเริ่มร้อนใจ

“ข้ามีเรื่องจะมาเล่าให้พวกเจ้าฟัง ฟังจบแล้วค่อยตัดสินใจ เรื่องนี้ข้าได้แจ้งกับหัวหน้าหมู่บ้านแล้ว คืนนี้น่าจะมีการหารือกับชาวบ้าน”

หลังจากนั้นเสิ่นเมียนหยางก็ได้บอกเล่าเรื่องราวต่างๆที่เขาได้รู้มาจากเย่อันซื่อให้สหายทั้งสองได้ฟัง  หลังจากนั้นเขาได้บอกถึงความตั้งใจของตัวเองด้วย แต่เรื่องในครอบครัวของเย่อันซื่อเขาไม่ได้ปริปากบอกกับสหายทั้งสองแม่แต่น้อย เขาเพียงแค่บอกว่าครอบครัวของเขาถูกปล้นฆ่าเขาหนีตายเข้ามาในป่าเพียงเท่านั้น

“พวกเจ้าคิดเห็นเป็นเช่นไร”

“ข้าว่าพวกเรากลับบ้านเกิดกันเถอะ ข้าไม่เชื่อว่าฝนจะไม่ตกลงมา กลับหยางโจวกันเถอะ” ฟู่หมิง

“ข้าเห็นด้วยกับเทียนหยาง ตอนนี้จะเข้าสู่ฤดูหนาวแล้วพวกเราคงต้องหาที่หลบอยู่ในป่าบนภูเขา ข้าไม่อยากเดินทางไปเสี่ยง พ่อแม่ข้าแก่แล้ว หากเกิดว่าชาวบ้านผันตัวเป็นโจรขึ้นมาล่ะก็พวกเราจะเอาอันใดไปสู้กับคนหมู่มาก ถึงขั้นต้องกินเนื้อคนกันแล้ว พรุ่งนี้พวกเราจะเข้าไปสำรวจบนภูเขาและหาที่อยู่อาศัยชั่วคราวรอให้ผ่านฤดูหนาวพวกเราจะกลับหยางโจวทันที”

 

“ตกลง เช่นนั้นก็เอาตามนี้ พวกเราแค่รอว่าหัวหน้าหมู่บ้านกับชาวบ้านจะมีความคิดเห็นเช่นไรรอฟังคืนนี้ ตอนนี้พวกเจ้าก็ไปพูดคุยกับครอบครัวเพื่อหารือกันก่อน ข้ากลับล่ะ”

 

เสื่นเทียนหยางกลับมาถึงที่พักได้ไม่นานหัวหน้าหมู่บ้านก็เรียกประชุมชาวบ้านทันที หลังจากที่หัวหน้าหมู่บ้านบอกเล่าเรื่องราวที่ได้รับรู้มาก็มีทั้งคนที่ไม่อยากเดินทางไปต่อและคนที่ไม่เชื่อก็อยากออกเดินทางต่อไปทำให้เกิดการถกเถียงกันเกิดขึ้นและคนที่ไม่เชื่อเสิ่นเทียนหยางนั้นก็มีบ้านใหญ่เสิ่น เสิ่นหงเทียนออกมาโวยวายว่าเสิ่นเทียนหยางต้องการให้พวกเขาตายอยู่กลางป่าที่นี่ ในเมื่อใกล้จะถึงฤดูหนาวแล้วเหตุใเถึงไม่รีบเดินทางเข้าเมือง การอาศัยอยู่ในป่าไม่ใช่เรื่องดีอันใดเลย

 

“หัวหน้าหมู่บ้าน ข้าไม่เชื่อว่าสิ่งที่เสิ่นเทียนหยางพูดมานั้นจะเป็นเรื่องจริง เขาจงใจจะให้พวกเราต้องตายอยู่ในป่ามากกว่า ในเมื่ออีกไม่ไกลก็จะถึงเมืองเป่ยโจวแล้วเหตุใดถึงไม่เดินทางต่อแล้วหาที่พักในเมืองล่ะ ไม่ใช่ว่าอีกไม่นานก็จะถึงฤดูหนาวแล้ว เขาทำแบบนี้ต้องการให้เราหนาวตายในป่ามากกว่า” เสิ่นหงอันพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ

 

“ใช่แล้วล่ะที่หงอันพูดมาก็มีเหตุผล ถ้าพวกเราอยู่ในป่าจะต้องหนาวตายแน่ ” กัวหมิงสหายของเสิ่นหงอัน

 

“พอแล้วไม่ค้องเถียงกันแล้ว ใครอยากเดินทางต่อก็เดินทางต่อไปกันเอง ส่วนใครที่ไม่อยากเดินทางต่อพรุ่งนี้เราจะเข้าไปหาที่พักบนภูเขา หากใครไม่เชื่อคำเตือนก็ให้เดินทางต่อไปกันเอง ต่อไปนี้พวกเราจะแยกทางกันอย่างสมบูรณ์ ข้าเชื่อว่าเทียนหยางพูดเรื่องจริง ที่สำคัญชายหนุ่มคนนั้นก็เป็นเขาให้การช่วยเหลือ ตอนนี้ใครอยากทำอันใดก็ทำ ใครอยากเดินทางไปไหนก็ไป ข้าแก่แล้วเหนื่อยแล้ว ไม่ต้องเป็นหัวหน้าหมู่บ้านของพวกเจ้าก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่ต้องเหนื่อยกับคนที่ไร้เหตุผลเช่นพวกเจ้า”

 

“หัวหน้าหมู่บ้านท่านพูดเช่นนี้ก็ไม่ถูกนะขอรับ” กัวหมิง

“ใช่แล้วเหตุใดท่านถึงอ้างเรื่องเป็นไม่เป็นหัวหน้าหมู่บ้านด้วย นี่เอาตำแหน่งมาข่มขู่ชัดๆ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ หากท่านไม่อยากเป็นก็ให้พ่อของข้าเป็นแทนดีหรือไม่” เสิ่นหงอัน

“หงอันเจ้ามีสติหน่อย หัวหน้าหมู่บ้านได้รับการแต่งตั้งจากทางการ ใช่ว่าใครอยากจะเป็นก็เป็นได้ ” หมอหลูพูดตอกหน้าเสิ่นหงอัน

 

“เอาตามนี้ใครอยากเดินทางต่อก็เดินทางไป ส่วนคนทีค่ไม่ไป พรุ่งนี้พวกเราจะย้ายเข้าไปในภูเขาเพื่อหาที่พัก ส่วนเรื่องเมืองเป่ยเอาไว้พวกเราหาที่พักได้แล้วค่อยส่งคนไปสืบข่าว ไม่ว่าจะัจริงหรือเท็จพวกเราจะต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้เสียก่อน ตราบใดที่ภูเขา บนภูเขาย่อมมีอาหารให้เรากิน การที่พวกเราอาศัยอยู่ในภูเขานับว่าไม่เลว”

 

“เหอะ ไม่รู้ว่าช่วยโจรเอาไว้หรือเปล่า ถ้าหากว่าเป็นไส้ศึกล่ะ” เสิ่นหงอันพูดออกมาด้วยความไม่พอใจ

“ใช่หรือไม่ เจ้าจะรู้เองในวันข้างหน้า หากครอบครัวของเจ้าไม่พอใจก็เดินทางต่อไปกันเองไม่ต้องมารวมกับชาวบ้าน หากยังสร้างความวุ่นวายต่อไป ข้าจะไล่ครอบครัวของเจ้าออกจากกลุ่ม" หัวหน้าหมู่พูดขึ้นมาด้วยความโมโห

 

“ท่านลุง ท่านจะโมโหไปทำไม เสิ่นหงอันก็แค่ไม้กวนอึเท่านั้น ไม่มีค่าควรให้ท่านเก็บมาใส่ใจ” ฟู่หมิง

“ฟู่หมิง เจ้า .. ” เสิ่นหงอันชี้หน้าฟู่หมิงแต่ไร้คำพูด

“เจ้า.. เจ้าอันใด หรือเจ้าอยากจะมีเรื่องกับข้า ก็มาสิ ข้าไม่ใช่คนดีเช่นเทียนหยางที่จะยอมให้เจ้ามารังแกได้ง่ายๆ เจ้าลองดูได้นะ หากข้าไม่ทุบตีเจ้าให้ตายกันไปข้างหนึ่งอย่าเรียกข้าว่าฟู่หมิง”

“ อาหมิง พอได้แล้วไม่ต้องไปสนใจคนโง่หรอก”

“ไป๋เฉียนโจว นี่ เจ้า…”

“เรียกข้าทำไม ข้ารู้แล้วว่าตัวเองชื่อไป๋เฉียนโจว ไม่ต้องให้เจ้ามาเตือน”

“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าดูสิ เสิ่นหงอันรู้ว่าเถียงไม่ชนะสองคนนั่นยังจะไปหาเรื่องเขาอีก” ชาวบ้านที่มุงดูอยู่ต่างก็หัวเราะออกมา

 

เสิ่นหงอันโมโหเป็นอย่างมากแต่ไม่สามารถทำอันใดได้เพราะตัวเขาเองไม่สามารถมีเรื่องกับคนทั้งหมู่บ้านได้ เขาได้แต่โมโหเดินกลับที่พักของตัวเองไป ตั้งแต่เสิ่นเหมยลี่ทำร้ายเสิ่นอิงอิงเสิ่นเทียนหยางที่เคยถูกพวกเขากดขี่ห่มเหงกับทำตัวแข็งข้อขึ้นมา ทำให้บ้านใหญ่เสิ่นลำบากอยุ่ไม่น้อยไม่ว่าจะเป็นการหาอาหารหรือแม้กระทั่งทำงานจิปาถะ เช่นหาฟืน หาน้ำ งานทั้งหมดตกลงบนไหล่ของเสิ่นหงอัน กับลูกชาย และเสิ่นหงเซวียนผู้เป็นพ่อ ส่วนคนอื่นๆในครอบครัวนั้นก็เคยชินกับการที่มีหานหลิวอิง เสิ่นอิงอิง และลูกชายทั้งสอง คอยทำงานบ้าน งานซักล้าง งานในไร่นา งานทุกอย่าง แต่ตอนนี้เมื่อครอบครัวแยกทางกัน งานเหล่านี้ก็ตกลงมาบนบ่านางซูเหนียงกับลูกสะใภ้ทันที 

 

“ท่านพ่อ ตกลงเราจะเดินทางต่อ หรือขึ้นเขาที่พักกับพวกชาวบ้านในวันพรุ่งนี้”

“พวกเรารั้งอยู่ที่นี่เถอะ พ่อคิดว่าเทียนหยางไม่มีความจำเป็นจะกุเรื่องขึ้นมาเพื่อโกหกชาวบ้าน ที่สำคัญหัวหน้าหมู่บ้านบอกว่าจะส่งคนไปสืบข่าวไม่ใช่รึ หากว่ามันเป็นเรื่องจริงอย่างที่เทียนหยางบอกพวกเราก็ไม่เสียหายอันใก แต่ถ้ามันไม่จริง เราก็ไมไ่ด้เดือดร้อนอันใด คนที่เดือดร้อนก็คือเทียนหยางไม่ใช่รึ"

“ขอรับท่านพ่อ ”

“พวกเรารีบพักผ่อนกันเถอะ เจ้าใหญ่แค่ฟังพ่อของเจ้าพูด”

“ขอรับท่านแม่”

 

 

 กลางดึกในขณะที่ทุกคนกำลังนอนหลับ เหลือแค่เพียงชาวบ้านไม่กี่คนเท่านั้นที่ทำหน้าที่เฝ้ายาม ชาวบ้านจากหมู่บ้านหลี่เจียชุนที่ออกเดินทางตามหลังหมู่บ้านเสิ่นเจียชุนอยู่สามวัน ได้เดินทางมุ่งหน้าไปตามเส้นทางเดิมที่ตรงไปยังหมู่บ้านร้างที่อยู่ข้างหน้า

 

 เมื่อพวกเขากำลังจะเข้าไปหาที่พักในหมู่บ้านกลับถูกชาวบ้านที่ซ่อนตัวอยู่ปล้นชิงอาหารและมีเด็กหลายคนถูกจับไปกินเนื้อเป็นอาหาร ชาวบ้านต่างลุกขึ้นต่อสู้กับโจรกินเนื้อคนพวกนี้ และหนีตายออกมาได้ ในครอบครัวที่หนีมาได้ในครั้งนี้มีเสิ่นหงเจินกับสามีและลูกๆของนางด้วย แต่ก็มีครอบครัวของชาวบ้านหลายครอบครัวที่ต้องจบชีวิตลงที่หมู่บ้านแห่งนี้ ชาวบ้านวิ่งหนีตายเข้ามาในป่าที่ชาวบ้านหมู่บ้านเสิ่นเจียชุนตั้งค่ายที่พักพอดี ถึงได้รู้ว่าพวกเขารอดจากเงื้อมมือของหมู่บ้านกินคนแล้ว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel