บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 19 ป่าต้นงิ้ว

หลังจากที่เสิ่นอิงอิงเหาะเหินไปตามต้นไม้ใหญ่จนเบื่อแล้วถึงได้กลับมาหาพวกพี่ชายที่ตอนนี้อ้าปากค้างยืนนิ่งกลายเป็นก้อนหินกันไปหมดแล้ว เสี่ยวมาวนอนหลับตานิ่งอยู่ในตะกร้ามันรู้สึกเวียนหัวเป็นอย่างมาก จะทำเช่นไรได้มันเองก็พูดไม่ได้อีกทั้งไม่สามารถสื่อสารกับผู้เป็นนายได้ ก็คงได้แค่ทำใจยอมรับชะตากรรมของตัวเอง

“พี่ใหญ่ พี่รอง พี่สาม พวกท่านจะไปได้หรือยัง หรือจะยืนอยู่ตรงนี้ ข้าไม่รอแล้วนะอย่าหาว่าข้าไม่เตือน”

“นะ..น้องสาว นี่เจ้ายังใช่น้องสาวของพวกเราอยู่หรือไม่”

“เอ๊ะ พี่สามท่านคิดว่าข้าเป็นใคร หรือท่านคิดว่าข้าไม่ใช่น้องสาวของท่าน ท่านพูดมาให้ชัดเจนเลยหากว่าวันนี้ท่านให้คำอธิบายแก่ข้าไม่ได้ข้าจะไปฟ้องท่านพ่อ ”

“เพียะ”เสิ่นเยว่ฉียกมือคืนตบหลังเสิ่นเยว่เทียนจากนั้นก็เริ่มดุด่าน้องชายของตัวเองที่สงสัยในตัวของน้องสาว

“น้องสาม เจ้าพูดแบบนี้ได้เยี่ยงไร เจ้าคิดอันใดอยู่ เจ้าคิดว่าน้องสาวเป็นผู้ใด หรือเจ้ามีความสงสัยใดในตัวน้องสาว ไหนเจ้าลองว่ามาสิ หากเจ้าพูดจาไม่เข้าหูข้าข้าตะทุบตีเจ้าเสียตอนนี้ ไม่ต้องถึงมือของท่านพ่อ”

“พวกเจ้าทั้งสองคนใจเย็นๆ ค่อยๆพูดค่อยๆจากัน น้องสามไหนเจ้าลองพูดมาเหตุใดเจ้าถึงคิดว่าน้องสาวไม่ใช่น้องสาวของพวกเรา”

“พูด ในเมื่อเจ้าสงสัยเจ้าก็แค่พูด”

“ก็.. คือว่า ตอนนี้น้องสาวเปลี่ยนไปมาก ทั้งมีความสามารถมากขึ้นแตกต่างจากเมื่อก่อนมาก หากน้องสาวเป็นเช่นตอนนี้เมื่อก่อนคงไม่ถูกคนอื่นรังแกในเวลาที่พวกเราไม่อยู่ ข้าไม่ได้หมายความว่าน้องสาวเป็นคนอื่นปลอมตัวมาเสียหน่อย”

“เรื่องนี้เจ้าไม่ใช่รู้อยู่แล้วรึ ยังจะพูดขึ้นมาอีกทำไมกัน น้องสาวก็บอกแล้วว่าตอนที่เสิ่นเหมยลี่ผลักนาง นางได้ตายไปแล้วครั้งหนึ่งและได้รับการช่วยเหลือจากท่านเซียนและได้รับพรมาด้วย เรื่องนี้เป็นความลับของครอบครัวเจ้าจะสงสัยในตัวน้องสาวทำไมกัน ช่างเป็นพี่ชายที่ไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ”

“ข้าขอโทษขอรับ น้องสาวพี่สาวขอโทษเจ้า แต่พี่สามไม่ได้สงสัยอันใดจริงๆนะ เพียงแค่รู้สึกว่าน้องสาวเก่งเกินไปแล้วเท่านั้น ”

“น้องสาว ช่วยสอนพวกเราจะได้หรือไม่ พี่ใหญ่เองก็อยากจะเก่งเหมือนน้องสาว"

“ย่อมได้อยู่แล้ว พี่ใหญ่ยังต้องมีแค้นที่ต้องชำระ พี่รองกับพี่สามยังต้องมีหน้าที่ปกป้องครอบครัวและปกป้องตนเอง การที่พวกท่านมีวรยุทธ์ติดตัวนับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ว่านะพี่ใหญ่ท่านไม่สงสัยข้าหรือเจ้าคะ”

“สงสัย สงสัยอันใดกัน พี่ใหญ่ไม่มีอันใดสงสัยน้องสาวที่ช่วยชีวิตพี่ใหญ่หรอกนะ ”

“เอาล่ะ เช่นนั้นต่อไปนี้ตอนเช้าพวกท่านต้องลุกมาออกกำลังกายเพื่อเป็นการเตรียมร่างกายให้พร้อม เข้าใจหรือไม่ เจ้าคะ จนกว่าร่างกายของพวกท่านจะพร้อม"

“พวกเราข้าใจแล้ว”

“เช่นนั้นก็เดินต่อเถอะเจ้าค่ะ เสียเวลามามากแล้ว”

“จริงสิน้องสาวเรื่องที่เจ้าบอกว่ามีหนทางหาเงินตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างแล้ว สรุปได้ความเช่นไร เรื่องนี้พี่ใหญ่ค่อนข้างร้อนใจ”

 

“เรื่องนี้สรุปได้ว่าท่านหมอหลูตกลง พรุ่งนี้เป็นต้นไปข้าต้องไปเรียนรู้สมุนไพร ท่านหมอหลูจะคัดตำราสมุนไพรเบื้องต้นแล้วแจกจ่ายให้ชาวบ้าน พวกเราจะเก็บสะสมสมุนไพรเอาไว้ให้มาก พอถึงเวลาที่พวกเราเดินทางกลับบ้านเกิดก็สามารถนำไปขายได้เจ้าค่ะ พี่ใหญ่ถึงแม้ว่าพวกเราไม่ใช่พี่น้องในสายเลือด แต่พวกเราทั้งครอบครัวถือว่าท่านเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัว เป็นลูกของท่านพ่อท่านแม่เฉกเช่นเดียวกับพวกเรา ต่อไปนี้ท่านไม่ต้องวิตกกังวลข้ายังเป็นน้องสาวของท่านตลอดไปเช่นเดียวกับพี่รองกับพี่สาม ก็ยังคงเป็นน้องชายของท่าน ท่านไม่ต้องกดดันตัวเอง เอาไว้กลับบ้านเกิดเมื่อไหร่ ข้าจะส่งพวกท่านไปสำนักศึกษา ส่วนเรื่องหาเงิน ข้ากับท่านพ่อจะจัดการเอง หน้าที่ของพวกท่านคือต้องเรียนและเรียน สอบเป็นขุนนางให้ได้ พี่ใหญ่ท่านเองก็ต้องพยายามให้มาก หาไม่แล้วพวกเราไม่สามารถแก้แค้นให้ท่านพ่อท่านแม่และท่านย่าของท่านได้ การที่พวกท่านมีตำแหน่งในราชสำนักที่มั่นคงนับว่าเป็นเรื่องดี เรื่องแก้แค้นหาใช่ว่าจะทำกันได้ง่ายๆท่านต้องอดทนและใจเย็นๆ เชื่อข้าส่วนเรื่องเงินข้าจะจัดการเอง ก่อนอื่นข้าจะต้องสร้างความร่ำรวยเพื่อเป็นรากฐานให้พวกท่านเมื่อพวกท่านเข้าสู่ราชสำนักแล้วจะได้มีคนหนุนหลัง”

 

“ขอบใจน้องสาวมาก พี่ใหญ่จะจำคำน้องสาวเอาไว้และจะพยายามให้ถึงที่สุด”

“พี่ใหญ่กับพี่รองก็เช่นกันจะต้องทำให้ดี ให้น้องสาวมีขุนนางใหญ่คอยหนุนหลัง”

“ดีมากเจ้าค่ะ ไปทางด้านนั้นกันเถอะ ”

 

สี่พี่น้องเดินเข้าไปได้ด้วยความร่าเริงเยว่อันคิดว่าตัวเองใช้แต้มบุญที่สะสมมาหมดไปแล้วถึงได้มาพบกับครอบครัวที่ดีเช่นนี้ นอกจากทุกคนจะยอมรับเขาด้วยใจรจริงแล้วยังคิดเผื่อเขาในหลายๆเรื่องแม้กระทั่งการแก้แค้นให้กับบิดามารดาที่แท้จริง น้องสาวของเขาถึงแม้นางอายุจะเพียงแค่สิบขวบแต่นางสามารถมองทะลุปรุโปร่งได้ทุกเรื่อง ที่ผ่านมาเขายังมีความกังวลใจอยู่บ้างว่าจะสร้างความเดือดร้อนหรือแม้กระทั่งเป็นภาระให้กับท่านพ่อและท่านแม่รวมถึงน้องๆด้วย แต่ตอนนี้น้องสาวได้บอกแล้วให้เขาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด ในฐานะพี่ชายเขาเองก็ต้องทำให้ดีที่สุดเช่นเดียวกัน 

 

“ฮัดเช้ยย นี่มันอันใดกันปุยขาวๆนี่ ติดเสื้อผ้าติดตามหน้าไปหมดแล้ว น่ารำคาญจริงๆเลย" เยว่เทียนที่พยายามปัดปุยนุ่นที่ลอยมาตามลมมาติดเสื้อผ้าของเขาออก

“นั่นสินี่มันคือสิ่งใดกัน น่ารำคาญอย่างที่น้องสามว่า ติดตามเสื้อผ้า เอาออกลำบากอีก แถมยังทำให้เสื้อผ้าเป็นขุยสีขาวดูไม่ดีเลย”

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ในที่สุดก็พบของดีเข้าจนได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาเจ้าค่ะ” เสิ่นอิงอิงยืนเอามือเท้าเอวแหงนหน้าหัวเราะออกมาเสียงดัง

“น้องสาว เจ้าพบอันใดรึ ไหนให้พี่ใหญ่ดูบ้าง เจ้าพบของดีอันใด” เยว่อันถามออกมาด้วยความตื่นเต้น

“ก็เจ้าสิ่งนี้เยี่ยงไรเล่า ” เสิ่นอิงอิงหยิบเอาปุยนุ่นที่ลอยมาตามลมให้เยว่อันดู

“เจ้าสิ่งนี้ เจ้าสิ่งที่น่ารำคาญนี่รึของดีที่น้องสาวว่า แล้วมันดีเยี่ยงไรเล่าพี่สามว่ามันน่ารำคาญมาก พี่ใหญ่ท่านช่วยเอาเจ้าสิ่งน่ารำคาญนี่ออกจากหัวของข้าทีขอรับ”

“ได้สิ เจ้าหันมาดีๆ”

“น้องสาวอธิบายให้เข้าใจหน่อยได้หรือไม่”

“คือว่าแบบนี้นะพี่รอง เจ้าสิ่งนี้เรียกว่านุ่น เจ้าสิ่งที่น่ารำคาญนี่ ข้าเคยเห็นในตำราโบราณของท่านเซียน มันสามารถนำไปใส่ในฟูกนอน เสื้อกันหนาว หรือแม้แต่ผ้าห่ม หมอน เพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย เหมือนฝ้ายเจ้าค่ะ”

“จริงรึ ดีขนาดนี้ ฤดูหนาวนี้พวกเราก็ไม่ต้องทนหนาวแล้ว”

“ข้ายังได้เรียนรู้วิธีการเผาถ่านมาด้วยนะเจ้าคะ เอาไว้ข้าจะสอนท่านพ่อหลังจากที่การต้มเกลือสิ้นสุดลง”

“โอ้ ดีมากเลยน้องสาว เจ้ารู้หรือไม่ที่เมืองหลวงถ่านมีราคาแพงมาก เพราะว่ามีคนรู้วิธีเผาถ่านน้อยมากที่สำคัญการเผาถ่านนี้ไม่สามารถให้คนนอกเรียนรู้ได้ถือว่าเป็นมรดกตกทอดของครอบครัว”

“เช่นนั้นหรือเจ้าคะ ไม่เป็นไร พวกเราก็แค่เผาถ่านเอาไว้ใช้เอง หรือจะสอนชาวบ้านด้วยให้ได้มีอาชีพเสริม หรือจะเก็บไว้เป็นมรดกของหมู่บ้านดีเล่าเจ้าคะ”

“เรื่องนี้น้องสาวปรึกษาท่านพ่อจะดีมาก”

“เอาล่ะพวกเราไปกันเถอะเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าจะมีต้นงิ้วอยู่แถวๆนี้เป็นแน่ หาไม่แล้วเจ้าปุยนุ่นนี่จะปลิวมาจากที่ใดกัน”

“ตกลงไปกันเถอะ”

ทั้งสี่คนเดินไปยังทิศทางที่ปุยนุ่นลอยมาไม่นานก็พบเข้ากับป่าต้นงิ้วขนาดใหญ่ ผลที่แก่จัดแล้วเริ่มปริแตกมีปุยนุ่นสีขาวลอยไปตามลมผลที่เริ่มแก่ฝักจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีน้ำตาลเสิ่นอิงอิงดีใจมาก ด้วยป่างิ้วที่ใหญ่ขนาดนี้คงพอให้ชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้านสามารถนำไปทำเครื่องนุ่งห่มได้เพียงพอ ฤดูหนาวนี้พวกเขาคงจะผ่านพ้นไปได้สบายๆ นางคิดไม่ถึงเลยว่าจะโชคดีขนาดนี้ ในที่สุดก็สามารถแก้ปัญหาเรื่องเครื่องนุ่งห่มไปได้อีกเรื่อง 

 

“ป่าใหญ่ขนาดนี้คงพอให้ชาวบ้านได้ทำเครื่องนุ่งห่มกันได้สบายๆ ครอบครัวผู้ใดต้องการทำเท่าใดย่อมแล้วแต่ครอบครัวของผู้นั้นต้องการ ใครเก็บได้เยอะเท่าไหร่ก็เป็นของครอบครัวนั้นๆ ”

“ใช่แล้วล่ะน้องสาว เช่นนั้นวันนี้พวกเราเก็บไปก่อนก็แล้วกัน”

“ตกลงเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ ท่านเองกระสอบมาด้วยหรือไม่ ”

“เอามาสิ ไม่ใช่ว่าเจ้าเตือนพวกเราเอาไว้หรือ ให้นำกระสอบเปล่าติดตัวมาด้วยทุกครั้งที่เข้าป่า”

“ดีมากเจ้าค่ะ เช่นนั้นพวกท่านรอเก็บนะเจ้าคะ ข้าจะทำให้ผลที่แก่แล้วร่วงลงมาต้นของมันมีหนามไม่สะดวกปีนขึ้นไป”

“ตกลง พวกเราเข้าใจแล้ว”

เสิ่นอิงอิงรับหน้าที่เขย่าต้นงิ้วด้วยการรวบรวมพลังลมปราณเอาไว้ที่ปลายเท้าจากนั้นนางก็ถีบไปที่ต้นงิ้วผักงิ้วที่แก่แล้วก็ร่วงลงมาให้พวกพี่ชายได้เก็บ บางครั้งที่พวกพี่ชายเผลอนางก็เก็บฝักงิ้วเข้าไปในมิติ เมื่อตะกร้าที่นำมาเต็มแล้ว กระสอบก็เต็มแล้วทั้งสามคนก็หยุดเก็บทันที

“น้องสาวพอแล้ว ตอนนี้ตะกร้าก็เต็มแล้วกระสอบก็เต็มแล้วพวกเรากลับกันเถอะ ดีที่เจ้าสิ่งนี้เบามากไม่เช่นนั้นพวกเราคงเอากลับไปไม่ไหวแน่”

“เช่นนั้นกลับกันเถอะเจ้าค่ะ พวกเรายังต้องขอให้ท่านแม่สานตะกร้าไม้ไผ่ขนาดใหญ่ เอาไว้แกะปุยนุ่นใส่อยู่นะเจ้าคะ จากนั้นก็จะเป็นการแยกเมล็ดกับปุยนุ่นออกจากกัน ตากแดดจนแห้งสนิทดีก็จะสามารถนำนุ่นที่ได้มาทำเป็นไส้ของฟูกนอน ทำหมอน ผ้าห่มนุ่มๆ เสื้อกันหนาวอุ่นๆแล้วล่ะเจ้าค่ะ”

“ดีมากเลย ต่อไปนี้ข้าจะได้นอนฟูกนอนที่ทั้งนุ่มทั้งอุ่นแล้ว”

“เสียดายที่เมืองเป่ยโจวยังไม่เปิดประตูเมือง มิเช่นนั้นแล้วข้าจะหาของป่า ล่าสัตว์ไปขายแลกเงินซื้อผ้า ซื้อข้าวและเครื่องปรุงอื่นๆ เมื่อไหร่ทางการจะมาถึงเมืองเป่ยโจว เมื่อไหร่จะได้รับการแก้ไข ชาวบ้านล้วนตกตายไปไม่น้อย”

“เรื่องนี้พวกเราไม่สามารถรู้ได้เลย ขุนนางรังแกประชาชน เมืองหลวงห่างไกลจากเป่ยโจว ย่อมห่างไกลหูตาของขุนนางผู้ใหญ่ หรืออาจจะได้รับการสนับสนุนจากขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก็เป็นได้ เรื่องในราชสำนักนั้นซับซ้อนพวกเราไม่สามารถคาดเดาอันใดได้”

“เช่นนั้นพวกท่านต้องพยายามให้มาก จะได้เป็นขุนนางที่ดีใจซื่อมือสะอาดเข้าใจหรือไม่”

“พวกเรารู้แล้ว ”

“น้องสาว พี่สามไม่อยากเป็นขุนนางในราชสำนัก”

“เช่นนั้นท่านอยากเป็นอันใดเล่า”

“พี่สามอยากเป็นแม่ทัพ”

“เช่นนั้นท่านต้องขยันฝึกฝนให้ดี เป็นแม่ทัพก็ต้องเรียนหนังสือ จะเป็นทหารแต่ไม่มีความรู้ไม่ได้เจ้าค่ะ”

“พี่สามจะตั้งใจให้มาก”

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel