ตอนที่ 18 หนทางหาเงิน
หลังจากปัญหาเรื่องเกลือได้รับการแก้ไข การต้มเกลือจึงตกเป็นหน้าที่ของเสิ่นเทียนหยางกับเหล่าสหาย ส่วนเสิ่นอิงอิงนั้นว่างมาก ว่างจนไม่รู้จะทำอันใดดี พอว่างงานสมองก็เริ่มคิดคำนวณ สิ่งที่ขาดแคลนที่สุดตอนนี้คือเงิน อยู่ในป่าจะหาเงินเยี่ยงไรดี ดังคำที่ว่าอยู่ใกล้ป่า อาศัยป่าดำรงชีวิต ในป่านอกจากจะมีสัตว์ป่าแล้วในป่าย่อมต้องมีสมุนไพร ถ้าเช่นนั้นต้องไปปรึกษาท่านหมอหลูอย่างน้อยๆก็ต้องไปศึกษาเรื่องสมุนไพร เพราะความรู้ด้านสมุนไพรนางมีความรู้เกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้เพียงแต่ผิวเผินเท่านั้น
“ท่านแม่ ท่านแม่เจ้าคะ ข้ามีเรื่องจะปรึกษาท่านแม่เจ้าค่ะ”
“เจ้ามีเรื่องอันใดก็ว่ามาเถอะ อ้อ จริงสิ พักนี้พี่รองของลูกเป็นอันใดไป เขามีเรื่องหนักใจหรือไม่สบายใจตรงไหนหรือไม่ แม่เห็นเขามักจะเหม่อลอยอยู่เป็นประจำ”
“ไม่มีนี่เจ้าคะ พี่รองอาจจะแค่คิดเรื่องการเรียนอยู่ไม่ใช่ว่าตอนนี้พี่ใหญ่เข้มงวดเรื่องการเรียนกับพี่รองมากกว่าทุกคนหรือเจ้าคะ”
“ก็อาจจะเป็นเช่นที่เจ้าว่ามา หากเจ้ามีเวลาว่างก็ช่วยคุยกับพี่รองของเจ้าเสียหน่อย อย่าให้เขากดดันตัวเองมากเกินไป”
“เจ้าค่ะท่านแม่” เสิ่นอิงอิงได้แต่คิดในใจว่าข้าจะกล้าบอกท่านแม่ได้เช่นไรเล่า ว่าที่พี่รองเป๋นเช่นนี้เพราะถูกข้าทำให้ตกใจ พี่รองก็จริงๆเลยไม่อันใดน่าตกใจกัน เหตุใดไม่คิดว่าข้าก็แค่กระโดดได้สูงมากกว่าคนอื่น แค่นิดหน่อยก็ช็อกแล้ว
“อิงอิง ลูกมีเรื่องอันใดก็พูดมาเถอะ”
“ท่านแม่เจ้าคะ ตอนนี้สิ่งที่บ้านเราขาดแคลนมากที่สุดคือเงิน แต่ว่าพวกเราอยู่ในป่าจะทำเงินได้เยี่ยงไร ข้ามาคิดดูแล้ว ก็เลยอยากไปเก็บสะสมสมุนไพรเอาไว้ขาย ในยามที่เราต้องเดินทางกลับบ้านเกิดเจ้าค่ะ แต่ว่าข้าไม่มีความรู้เรื่องสมุนไพรเลยก็เลยอยากจะไปปรึกษาท่านหมอหลูดูเจ้าค่ะ อย่างน้อยๆในป่าน่าจะมีสมุนไพรพอให้พวกเราได้เก็บ เผื่อโชคดีขุดโสมได้สักต้นสองต้น ข้ายังอยากซื้อเกวียนวัวสำหรับเดินทางกลับบ้านเกิดด้วยเจ้าค่ะ”
“ที่เจ้าพูดมาก็มีเหตุผล เช่นนั้นแม่จะไปพบหมอหลูกับเจ้า”
“เจ้าค่ะท่านแม่ ”
สองแม่ลูกเดินออกจากบ้านพักของตัวเองมุ่งหน้าไปยังที่พักของท่านหมอหลูซึ่งเป็นหมอคนเดียวของหมู่บ้าน ที่มาที่ไปของท่านหมอหลูนั้นไม่มีใครรู้ ชาวบ้านรู้เพียงแค่ว่าเมื่อยี่สิบปีก่อนท่านหมอหลูเดินทางร่อนเร่มาจากนั้นก็มาลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านเสิ่นเจียชุนนับตั้งแต่บัดนั้นมาท่านหมอหลูไม่เคยบอกเล่าที่มาที่ไปของตัวเองไม่มีผู้ใดทราบว่าเขามีครอบครัวญาติพี่น้องหรือไม่ แต่ทว่าทักษะทางการแพทย์ของท่านหมอหลูนั้นนับว่าไม่ธรรมดามาก
ความจริงเสิ่นอิงอิงย่อมมีตำราสมุนไพรเพราะนางเป็นผู้สืบทอดบ้านสวนดอกท้อแต่ถ้าหากนางเอาตำราเหล่านั้นออกมาก็ไม่สามารถบอกที่มาที่ไปของตำราเหล่านี้ได้ เพราะเรื่องบางเรื่องตอนนี้นางยังไม่สามารถบอกผู้ใดได้ นางยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะปกป้องตัวเองและครอบครัว โชคดีที่มีท่านหมอหลูอยู่ เช่นนั้นแล้ววันนี้นางจึงได้นำเรื่องนี้มาปรึกษาหานหลิวอิงผู้เป็นแม่ เมื่อมีท่านหมอหลูอยู่นางก็ถือว่าได้แก้ปัญหาในเรื่องนี้ไปได้
ทางด้านเสิ่นเทียนหยางกับพรรคพวก ที่ตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาต้มเกลืออยู่ที่ภูเขาหินปูนนั้น ตอนนี้พวกเขามีเกลือมากกว่าสามร้อยจิน จำนวนสมาชิกทั้งสองหมู่บ้านรวมกันมีเพียงสี่สิบครัวเรือนเท่านั้น เสิ่นอิงอิงต้องการแบ่งเกลือให้ชาวบ้านครอบครัวละหกจิน
ส่วนที่เหลือนางต้องการให้ท่านพ่อกับเหล่าสหายแบ่งเท่าๆกันเพื่อเก็บเอาไว้ใช้เองในครอบครัวซึ่งตอนนี้เกลือที่ต้มได้เพียงพอที่จะแจกจ่ายให้ชาวบ้านได้แล้ว เมื่อต้มเกลือได้ในปริมาณที่ต้องการแล้วเสิ่นอิงอิงให้เสิ่นเทียนหยางกลบหลุมที่ขุดขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำเค็ม ทำความสะอาดสถานที่เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใดมาพบในภายหลัง นี่ถือว่าเป็นการป้องกันตนเองไปในตัว
ทั้งสองแม่ลูกเดินมาถึงที่พักของท่านหมอหลู ระหว่างทางก็พบเข้ากับหัวหน้าหมู่บ้านที่ต้องการมาพบท่านหมอหลูเข้าพอดี ทั้งสามคนจึงเดินมาด้วยกัน ที่พักของท่านหมอหลูนั้นเรียบง่ายที่สุดเป็นกระท่อมหลังเล็กที่มีห้องนอนเดียว มีครัวเล็กๆสำหรับทำอาหารและเก็บฟืน
“ท่านหมอหลูอยู่หรือไม่เจ้าคะ”
“ผู้ใดมากัน ”
“ข้าอิงอิงเจ้าค่ะ ”
“อ้าว แม่หนูน้อย เจ้าไม่สบายที่ใดรึ หรือว่าเจ้าได้รับบาดเจ็บอีกแล้ว”
“เปล่าเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ป่วย เพียงแต่ว่าข้ามีเรื่องจะมาปรึกษาท่านหมอหลูเจ้าค่ะ”
“อ้าว หัวหน้าหมู่บ้านท่านก็มากับเขาด้วยรึ เข้ามานั่งข้างในก่อน”
“พอดีข้าเองก็มีเรื่องอยากมาปรึกษาท่านเช่นกัน ระหว่างทางพบเข้ากับแม่ลูกสองคนนี้ก็เลยมาด้วยกันน่ะ”
“เอาล่ะเด็กน้อย เจ้ามีเรื่องอันใดก็ว่ามา”
“คือว่าข้า อยากมาเรียนเกี่ยวกับสมุนไพรกับท่านหมอหลูเจ้าค่ะ ข้าคิดว่าตอนนี้บ้านข้าสิ่งที่ขาดแคลนมากที่สุดคือเงิน ท่านหมอหลูเองก็น่าจะทราบพวกเราถูกไล่ออกจากบ้านมา เงินสักอิแปะเดียวก็ไม่มี ตอนนี้พวกเราอาศัยอยู่ในป่า ข้าก็เลยคิดว่าอยากเรียนรู้เรื่องสมุนไพร เพื่อที่จะเก็บสะสมสมุนไพรเอาไว้ขายแลกเงิน ในยามที่พวกเราเดินทางกลับบ้านเกิดเจ้าค่ะ ถึงอย่างไรก็อยู่ในป่าแล้วข้าคิดว่ายังมีเวลาอีกนิดหน่อยก่อนที่ฤดูหนาวจะมาเยือนก็เลยอยากจะเก็บสมุนไพรเจ้าค่ะ”
“แล้วท่านล่ะ หัวหน้าหมู่บ้านท่านมาหาข้าด้วยเรื่องอันใด”
“ข้าเองก็มีความคิดตรงกันกับอิงอิงก็เลยอยากจะมาปรึกษาท่าน เพื่อขอตำราสมุนไพรให้พวกชาวบ้านได้ศึกษาจะได้มีเงินติดตัวกลับบ้านบ้าง ข้าไม่รู้ว่าหมู่บ้านของพวกเราจะเป็นเช่นไร พวกเราจากมาหลายเดือนก็คงกลายเป็นหมู่บ้านร้าง ไม่รู้ว่าคนอื่น ๆที่ย้ายออกไปก่อนหน้านั้นจะกลับมาที่หมู่บ้านอีกหรือไม่ บ้านเรือนที่ไม่มีผู้คนอยู่อาศัยย่อมไม่ได้รับการดูแล ถึงเวลานั้นแล้วพวกเรากลับไปก็ย่อมต้องซ่อมแซมบ้านเรือน ข้าก็เลยคิดว่าในเมื่อพวกเราอยู่ในป่าก็น่าจะอาศัยป่าดำรงชีพได้ ”
“เรื่องนี้ข้าเองก็เห็นด้วย ข้าเองจะได้มีสมุนไพรกักตุนเอาไว้ อย่างน้อยๆเราจะได้รักษาได้ทันท่วงทีหากมีคนเจ็บป่วยเช่นนั้นแม่หนูน้อยเจ้าอยากจะเริ่มเรียนเมื่อไหร่ล่ะ”
“พรุ่งนี้เลยเจ้าค่ะ วันนี้ข้าจะกลับไปเตรียมตัวก่อน”
“ส่วนตำราสมุนไพร ข้าจะคัดลอกออกมาแล้วให้ชาวบ้านรวมกลุ่มกันมาศึกษาดู ส่วนสมุนไพรที่เก็บมาได้นั้น ให้นำมาให้ข้าดูเสียก่อนว่าเก็บมาถูกต้องหรือไม่ วิธีแปรรูปสมุนไพรข้าจะสอนในตอนที่พวกเขาสามารถเก็บสมุนไพรกลับมาได้แล้ว”
“ตกลง ข้าจะบอกแจ้งพวกชาวบ้าน ทั้งสองหมู่บ้านให้เข้าใจ ขอบคุณท่านมากท่านหมอหลู”
“เช่นนั้น ข้ากับท่านแม่กลับก่อนนะเจ้าคะ พรุ่งนี้ข้ารับรองว่าจะมาแต่เช้าเลยเจ้าค่ะ ”
“ขอบคุณท่านหมอหลูมากเจ้าค่ะ”
“ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน ข้าเองก็มีเรื่องจะแจ้งท่านพอดีเจ้าค่ะ”
“เรื่องอันใดรึ ไหนเจ้าลองว่ามาให้ปู่ฟัง”
“เรื่องเกลือเจ้าค่ะ หลังจากที่ท่านพ่อต้มจนน้ำในโป่งเปียกหมดแล้ว พวกเราสามารถแบ่งได้ครอบครัวละหกจินเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวคืนนี้จะแบ่งให้ทุกคน ท่านปู่อย่าลืมกำชับพวกชาวบ้านด้วยนะเจ้าคะ ไม่งั้นตายกันหมดข้าไม่รู้ด้วย”
“ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้ไม่มีผู้ใดกล้าปริปากเพราะถือว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดทั้งหมดเรื่องนี้มีการลงนามเรียบร้อยแล้วเจ้าไม่ต้องห่วง ”
“เจ้าค่ะ เช่นนี้ข้าก็สบายใจ กลัวแต่ว่าพวกบ้านใหญ่จะมีปัญหา”
“ก็ลองกล้ามีดูสิ ข้าจะได้จัดการขั้นเด็ดขาดกันไปเลย”
“เช่นนั้นพวกเราขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ กลับกันเถอะอิงอิง”
“เจ้าค่ะท่านแม่ ท่านปู่หัวหน้าหมู่บ้าน ท่านหมอหลู ข้ากลับท่านแม่กลับก่อนนะเจ้าคะ”
“กลับดีๆล่ะ ”
หลังจากกลับมาจากบ้านท่านหมอหลูเสิ่นอิงอิงก็ชวนเสี่ยวมาวเข้าป่าไปหาของป่า เสิ่นเยว่ฉีที่ไม่รู้ว่าคิดอันใดอยู่ในใจก็วิ่งตามน้องสาวเข้าไปป่าอีกคน ทำให้เยว่อันกับเยว่เทียนมองหน้ากันไปมาจากรั้นก็พากันวิ่งตามน้องสาวเข้าป่าไป เพราะหลายวันมานี้เยว่ฉีมีท่าทางไม่อยู่กับร่องกับรอยเสียเท่าไหร่มักจะเหม่อลอยอยู่ตลอด ทั้งสองคนเป็นห่วงว่าเขาจะทำเรื่องที่ยากคาดเดาได้ขึ้น จึงจับตาดูเขาอยู่ตลอดเวลา
“พี่รอง รอข้ากับพี่ใหญ่ด้วย ท่านจะตามน้องสาวเข้าป่าท่านไม่เอาตะกร้าไปด้วยหรือ รอพวกข้าก่อน” เยว่เทียน
“ท่านแม่ ข้าจะตามน้องๆเข้าป่าไม่กลับมากินมื้อเที่ยงแล้วขอรับ” เยว่อัน
“พวกเจ้าร้อนรนอันใดกัน เกิดอันใดขึ้น ถ้าไม่กลับมากินข้าวก็เอามันเผานี่ไปแบ่งกับน้องๆของเจ้าเถอะ”
“ขอรับท่านแม่ ข้าไปก่อนนะขอรับ”
เสิ่นอิงอิงกระโดดโลดเต้นเข้าป่าไปกับเสี่ยวมาว วันนี้นางหวังว่าจะไม่มีพวกพี่ชายตามมาแล้วจะได้เริ่มฝึกฝนให้เต็มที่ แต่ที่ไหนได้ พวกพี่ชายก็ยังวิ่งตามมาอีก พี่รองจะมาก็ไม่เป็นไร เพราะพี่รองมีความสงสัยและมีเรื่องอยากคุยกับนางอันนี้นางเข้าใจได้ แต่พี่ใหญ่กับพี่สาม จะวิ่งตามมาทำไมกัน
“นี่เสี่ยวมาว เจ้ารู้หรือไม่ ชาติก่อนข้าเป็นเด็กกำพร้าไม่มีพี่น้อง ข้าก็อยากจะมีพี่น้องเหมือนคนอื่นเขา อยากมีพ่อแม่ อยากมีครอบครัวที่รักข้า แต่ตอนนี้ พอข้ามีทุกอย่างแล้วข้ากลับคิดว่าบางทีมีพี่ชายมากเกินไปก็ไม่ดี ”
“มาาาวววววววว”
“แล้วเจ้าล่ะมีพี่น้องหรือไม่”
เสี่ยวมาวส่ายหน้าเพื่อจะบอกว่ามันไม่มีพี่น้อง “อ้อเช่นนั้นต่อไปนี้เจ้าก็คือพี่น้องของข้า ดีหรือไม่”
“ม๊าวว มาวว”
“น้องสาว รอพวกเราด้วย รอพวกเราก่อน เหตุใดจะเข้าป่าถึงไม่เรียกพวกเรา ประเดี๋ยวท่านพ่อรู้เข้าพวกเราจะต้องโดนท่านพ่อหักขาแน่ ท่านพ่อบอกแล้วว่าไม่ให้น้องสาวเข้าป่าคนเดียว” เยว่อัน
“พี่ใหญ่ ข้าไม่ได้มาคนเดียวนะเจ้าคะ นี่ไง เสี่ยวมาว ”
“เสี่ยวมาวจะนับเป็นอันใดได้ มันยังเด็กอยู่นะ ตอนนี้มันก็เป็นได้แค่เด็กทารก”
“แล้วพวกท่านจะตามข้ามาด้วยเหตุใดเจ้าคะ ไหนๆเรื่องก็มาถึงขั้นนี้แล้ว พี่รองท่านต้องการถามอันใดข้าถามมาได้เลยเจ้าค่ะ ไม่ต้องเก็บเอาความสงสัยเอาไว้คนเดียว อาการของท่านตอนนี้มันทำให้พวกเราทุกคนเป็นห่วง ระหว่างเราพี่น้องไม่สามารถมีความลับต่อกัน ท่านสงสัยเรื่องใด ถามมา”
“พี่รองไม่ได้สงสัย เพียงแต่ ..เพียงแต่”
“เพียงแต่อันใดเจ้าคะ”
“เพียงแต่ ต้องทำเยี่ยงไรพี่รองถึงจะทำได้เช่นน้องสาว หากพี่รองทำเช่นนั้นได้ ก็จะสามารถปกป้องน้องสาวกับทุกคนได้”
“ก็เท่านี้”
“ นี่พวกเจ้าสองคนพูดเรื่องอันใดกัน ช่วยพูดให้คนอื่นเข้าใจด้วยจะได้หรือไม่”
“ไม่มีอันใดมาก เรื่องแค่นี้เองเจ้าค่ะ”จากนั้นเสิ่นอิงอิงก็ใช้วิชาตัวเบากระโดขึ้นไปบนยอดไม้แล้วเหาะเหินไปมา ตอนนี้พวกพี่ชายทั้งสาม ตกใจอ้าปากค้างแล้วก็ช็อกไปในที่สุด
