บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 20 มิตรภาพเริ่มต้นขึ้นหลังจากการต่อยตี

  หลังจากวันที่พวกเขาพี่น้องค้นพบป่าต้นงิ้วเวลาก็ผ่านมาหลายวันตอนนี้ชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้านต่างกำลังเก็บผลงิ้วแกะผลงิ้วบ้างก็แยกเมล็ดออกจากปุยนุ่นเมื่อเห็นว่าได้ทำสิ่งที่นางสมควรทำแล้วเสิ่นอิงอิงก็ไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการเก็บฝักต้นงิ้วอีก แต่ละวันเสิ่นอิงอิงติดตามท่านหมอหลูเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกัยสมุนไพรการเก็บสมุนไพรไปจนถึงการแปรรูปสมุนไพร

 

นอกจากเสิ่นอิงอิงแล้วยังมีชาสวบ้านหลายครอบครัวเริ่มออกเก็บสมุนไพรเช่นเดียวกัน หลังจากที่ได้รับตำราสมุนไพรจากท่านหมอหลูไปเมื่อหลานวันก่อน เมื่อชาวล้านเก็บสมุนไพรมาในแต่ละครั้ง พวกเขาจะนำกลับมาให้ท่านหมอหลูตรวจดูว่าเก็บสมุนไพรมาได้ถูกต้องหรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าสมุนไพรที่เก็บมานั้นถูกต้องและไม่มีสิ่งใดปนเปื้อนซึ่งก่อให้เกิดอันตรายกับชีวิตได้

 

ตอนนี้ชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้านมีเสื้อผ้าเครื่องนุ่งห่มเตรียมเอาไว้สำหรับรับมือฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง นอกจากนี้เสิ่นอิงอิงยังได้สอนท่านพ่อ อาเขยและสหายทั้งสองของท่านพ่อเผาถ่าน เยว่อันมีหน้าที่สอนหนังสือให้กับน้องๆตามความต้องการของน้องสาว พวกเขาต่างคนมีหน้าที่เป็นของตัวเอง ตอนนี้พวกเขาไม่มีสิ่งใดขาดแคลนอีกต่อไปยกเว้นเงิน เมื่อเงินเป็นสิ่งขาดแคลนที่เสิ่นอิงอิงคิดว่าตัวเองคงต้องทำงานให้หนักมากขึ้น ตอนนี้ความรู้ด้านสมุนไพรที่ได้เรียนรู้มาจากท่านหมอหลูนั้นนับว่าชำนาญแล้ว ท่านหมอหลูไม่มีอันใดที่จะสอนนางอีก เขาจึงริเริ่มที่จะสอนวิชาการแพทย์ให้กับนาง

 

ในที่สุดเมืองเป่ยโจวก็ได้รับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในวันหนึ่ง เสิ่นอิงอิงบังเอิญไปเก็บสมุนไพรที่สันเขา ที่มองเห็นประตูเมืองเป่ยโจว ด้วยความสามารถของผู้ฝึกยุทธ์เช่นนาง เสิ่นอิงอิงสามารถมองเห็นได้ไกลกว่าคนอื่น หูของนางเองก็เฉียบคมสามารถได้ยินสิ่งต่างๆในระยะไกลได้ ประสาทสัมผัสทั้งห้าไม่ว่าจะเป็นรูป รส กลิ่น เสียง การสัมผัสหรือตอบสนองย่อมดีกว่าคนปกติ 

 

เหตุการณ์ในเมืองเป่ยโจวเสิ่นอิงอิงไม่รู้เรื่องราวอย่างชัดเจน นางเห็นเพียงแค่ว่าตอนนี้ประตูเมืองเปิดแล้วและหน้าประตูเมืองไม่มีผู้อพยพแล้ว นางคิดว่าสถานการณ์ของเป่ยโจวน่าจะได้รับการแก้ไขแล้ว หากเป็นเช่นนี้ก็ดี นางจะได้นำสมุนไพรบางส่วนไปขายจากนั้นก็ซื้อข้าวและเครื่องปรุงรวมถึงธัญพืชต่างๆ ตอนนี้ยังมีเวลาเหลืออีกเดือนก่อนถึงฤดูหนาวและถ่านที่พวกท่านพ่อเผาอาจจะสามารถนำไปขายได้ 

 

หลังจากยืนอยู่สันเขาเป็นเวลานานเสิ่นอิงอิงตัดสินใจเก็บสมุนไพรต่อ ตอนนี้สถานกานณ์ยังไม่แน่ชัดคงต้องแอบไปสืบข่าวในเมืองดุสักครั้ง นางไม่ต้องการเปิดเผยที่อยู่ของพวกเขา ในเวลานี้ภัยแล้งยังไม่ได้รับการแก้ไขมันคงจะดีกว่าถ้าหากพวกเขายังคงซ่อนตัวเอยู่ในป่าเช่นนี้ ถึงอย่างไรพวกเขาก็เป็นเพียงชาวบ้านที่อพยพมาเช่นเดียวกันกับคนอื่นๆ หากมีใครมาพบที่อยู่ของพวกเขาและได้รู้ว่าตอนนี้พวกเขามีอาหารมากพอมีแหล่งน้ำเกรงว่าสิ่งเหล่านี้จะนำพาหายนะมาสู่ชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้าน

 

“หรือว่าข้าจะลองแอบไปดูในเมืองสักครั้งในวันพรุ่งนี้ดี หากไม่ไปดูให้แน่ชัดก็ไม่สามารถตัดสินใจอันใดได้ มีเพียงแค่เข้าเมืองไปสักครั้งเพื่อหาความกระจ่าง เจ้าเห็นด้วยหรือไม่เสี่ยวมาว”

“ม๊าว”

“ตกลงพรุ่งนี้เราจะไปสืบข่าวในเมือง ตอนนี้พวกเราก็เก็บสมุนไพรกันเถอะ ข้ายังหวังว่าจะพบโสมคนสักสิบหัว”

“ม๊าว มาวว”

“จริงสิข้าลืมไปเลยเสี่ยวมาวข้าจะส่งเจ้าไปสถานที่หนึ่ง รับรองเจ้าต้องชอบแน่นอน เจ้าไปอยู่ที่นั่นก่อนพอตอนที่จะกลับที่พักข้าจะพาเจ้ากลับมา”

เสิ่นอิงอิงส่งเสี่ยวมาวเข้าไปในมิติวิเศษทันทีจากนั้นนาวไม่ได้สนใจเสี่ยวมาวอีก ยังคงเดินหน้าเข้าป่าเพื่อหาสมุนไพรต่อ จิตในของนางมุ่งมั่นว่าจะต้องค้นหาโสมคนให้พบ หลังจากเดินวกไปวนมาอยู่ในป่าในที่สุด ก็มาถึงป่าลึกชั้นในโดยไม่รู้ตัว เดินมาได้พักใหญ่รู้สึกหิวจึงได้เอาซาลาเปาไส้ผักออกมากินหลังจากดื่มน้ำพุจิตวิญญาณแล้ว ก็ล้มตัวลงนอนบนลานหินใต้ต้นไม้ใหญ่ 

 

ในตอนที่กำลังจะหลับตาลง หางตาของนางก็เห็นเงาดำขนาดใหญ่กำลังเดินมา เมื่อหันไปดูก็พบว่าเป็นหมีดำตัวใหญ่กำลังเดินสองขาผ่านนางไปในมือของเจ้ามียังมีรังผึ้งขนาดใหญ่อยู่ในมือและเจ้าหมีดำก็กำลังเดินกินน้ำผึ้งป่าอยู่ เสิ่นอิงอิงเห็นเช่นนั้นก็เกิดอาการอิจฉาเจ้าหมีดำทันที นอกจากจะอิจฉาแล้วยังมีความคิดที่ไม่ดีอีกด้วย ใช่แล้วนางอยากกินน้ำผึ้ง ตั้งแต่มาเกิดใหม่ในร่างนี้ น้ำตาลเป็นสิ่งที่หายากมากที่สุดพอๆกับเกลือ นางไม่ได้ลิ้มลองความหวานมานานแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้นางจึงตัดสินใจที่จะแย่งน้ำผึ้งจากหมีดำ

 

“นี่เจ้าตัวดำ เจ้าเดินเหยียบขาของข้า เจ้าหยุดเลยนะ เจ้าทำร้ายผู้อื่นแล้วยังคิดจะเดินจากไปง่ายๆเช่นนี้รึ”

“โฮกกกกกกกกกกกก” หมีดำที่เดินผ่านไปมันไม่เห็นด้วยซ้ำว่าเสิ่นอิงอิงนอนอยู่ที่ลานหินเพราะมันมัวจดจ่ออยู่กับน้ำผึ้งในมือ เมื่อนางตะโกนขึ้นมาจึงทำให้มันตกใจ ส่วนตัวต้นเรื่องอย่างเสิ่นอิงอิงนั้นก็ยังพูดพล่ามต่อไป หาเรื่องหมีดำที่กำลังยืนงง เจ้าหมีดำคิดว่ามันแค่อยากกินน้ำผึ้งและออกจากถ้ำมาเพื่อหาอะไรกิน เหตุใดเจ้าสัตว์สองขานี่ถือได้มาขวางทางมันด้วย เสิ่นอิงอิงไม่สนว่าหมีดำจะเข้าใจที่นางพูดหรือไม่ นางยังคงพูดพล่ามต่อไปจนเหนื่อยในที่สุดก็ตัดสินใจแย่งรังผึ้งจากมือของเจ้าหมี

 

“เจ้าไม่ต้องกินแล้ว เอามาให้ข้าเสียดีๆ ”

อยู่ๆน้ำผึ้งแสนอร่อยก็หายไปจากมือ เจ้าหมีดำยืนงงอยู่ไม่นานก็นึกได้ว่าเจ้าสัตว์สองขาตัวน้องนี่ต้องการแย่งอาหารของมัน เดิมทีมันเป็นหมีที่ขี้ขลาดมักจะถูกหมีดำตัวอื่นรังแกอยู่เสมอ แต่อาหารของมันถูกแย่งไปนั่นเป็นสิ่งที่ยอมไม่ได้ มันจึงรีบหันมาคำรามใส่เสิ่นอิงอิงทันที นอกจากนั้นแล้วมันยังพยายามแย่งเอารังผึ้งกลับมา

 

แต่มันไม่คิดว่าจะคว้าน้ำเหลวอุ้งเท้าอ้วนๆของมันคว้าได้เพียงอากาศเท่านั้น  เมื่อไม่สามารถแย่งเอาอาหารกลับมาได้เจ้าหมีจึงริเริ่มที่จะต่อสู้ มันพุ่งเข้าหาเสิ่นอิงอิงทันที แต่ทว่านางกระโดดหลับไปได้ เจ้าหมีเห็นว่าเจ้าสัตว์สองขานี่ยั่วยุมันก่อนมันจึงเริ่มลงมือหนักขึ้น เจ้าหมีพุ่งเข้าหาเสิ่นอิงอิงด้วยความรวดเร็ว อุ้งมือของมันพร้อมตะปบเต็มที่ แต่ก็ต้องเสียใจเพราะว่าอุ้งมืออ้วนๆของมันคว้าได้เพียงอากาศเท่านั้น 

 

เมื่อหมีดำเห็นว่าสัตว์สองขาตัวเล็กสามารถหลบเลี่ยงการโจมตีของมันได้ มันก็ยิ่งโมโหและพุ่งเข้าโจมตีเร็วขึ้นเสิ่นอิงอิงคิดว่าตัวเองไม่มีเวลามาล้อเล่นกับหมีดำเพราะนางยังต้องไปเก็บสมุนไพรต่อ เมื่อเห็นว่าเจ้าหมีดำพุ่งเข้ามาหา นางก็แค่ยำกำปั้นขึ้นและต่อยออกไปโดยใช้แรงเพียงสามส่วนเท่านั้น หมีดำที่อยู่ก็ถูกสัตว์สองขาตัวเล็กต่อยเข้าที่ใบหน้าของมัน ถึงจะบอกว่าใช้แรงเพียงแค่สามส่วนแต่เสิ่นอิงอิงเป็นผู้ฝึกยุทธ์แรงย่อมมากกว่าคนอื่นหลายเท่า หลังจากนั้นก็เกิดการต่อยตีอยู่ฝ่ายเดียวระหว่างคนกับหมี

 

“ข้าบอกเจ้าเอาไว้เลยนำ เจ้าหมี อย่าได้คิดมาสู้กับข้า”

“โฮกกกกกกก โฮ๊กกกกกกกก”

“เจ้าจะยอมแพ้หรือไม่ หากว่าเจ้ายังคิดจะต่อสู้กับข้าอีกข้ารับรองได้เลยข้าจะต่อยเจ้าจนหน้าบวมเป็นหัวหมูให้พ่อแม่หมีของเจ้าจำเจ้าไม่ได้เลย”

เจ้าหมีดำได้ยินสัตว์สองขาตัวเล็กบอกว่าจะต่อยมันจนกลายเป็นหมู หมูคืออันใดกัน หมูนับเป็นอันใดได้ ใครจะอยากเป็นหมูกัน ในเมื่อมันไม่อยากเป็นหมูเจ้าหมีดำจึงยอมแพ้ให้กับเสิ่นอิงอิงในที่สุด จากนั้นมันก็นั่งลงเอามือกุมหัวเอาไว้และจ้องมองนางด้วยสายตาเคียดแค้น

“ไม่ต้องมามองข้าด้วยสายตาเช่นนี้เลย ใครให้เจ้าอ่อนแอเองล่ะ ช่วยไม่ได้”

“เอาล่ะๆ ข้าไม่แกล้งเจ้าแล้ว นี่เจ้าหมี เจ้ามีสหายหรือไม่ เอาเช่นนี้ดีหรือไม่ ข้าอยากได้น้ำผึ้งของเจ้า ข้าจะให้สิ่งนี้เป็นของแลกเปลี่ยน ”

เสิ่นอิงอิงเทน้ำพุจิตวิญญาณใส่ชามแตกๆที่หาได้ในมิติวิเศษให้เจ้ามีได้กิน ส่วนเสี่ยวมาวตอนนี้กำลังฝึกฝนตัวเองอยู่ในมิติ เมื่อเจ้าหมีได้ดื่มน้ำพุจิตวิญญาณเข้าไปทำให้มีมีสติปัญญาที่ฉลาดกว่าหมีตัวอื่นๆและมันสามารถฟังเสิ่นอิงอิงพูดเข้าใจและมีการโต้ตอบกับนาง

“ข้ายังอยากได้น้ำผึ้งอีก เจ้าช่วยพาข้าไปหาน้ำผึ้งจะได้หรือไม่ หากเจ้าเต็มใจช่วยข้าจะให้นำดื่มแสนอร่อยกับเจ้า ตกลงไหม”

เจ้าหมีก็ได้แต่พยักหน้าตกลง มันจะไปทำอันใดได้มันไม่สามารถเอาชนะสัตว์สองขาตัวเล็กๆนี่ได้ สิ่งที่มันทำได้ตอนนี้คือทำตามความต้องการของเจ้าตัวเล็กนี่และดื่มน้ำแสนอร่อยที่เจ้าตัวเล็กมอบให้เท่านั้น เมื่อทะเลาะต่อยตีกันไปยกใหญ่ สุดท้ายทั้งสองคนก็เป็นสหายต่างเผาพันธุ์กันในที่สุด เสิ่นอิงอิงนั่งไปบนหลังเจ้าหมีดำที่นางเรียกมันว่าต้าเฮย ทั้งสองคนเดินไปทั่วป่าเพื่อหาน้ำผึ้งและเก็บสมุนไพร

 

ผลการเก็บเกี่ยวของวันนี้นับว่าไม่เลวเลย รังผึ้งที่เก็บได้ในวันนี้ทั้งหมด ห้ารังด้วยกันนางแบ่งให้ต้าเฮยสองรังแต่มันไม่ยอมรับก่อนจากกันต้าเฮยเอารังผึ้งไปแค่รังเดียว เสิ่นอิงอิงยังบอกต้าเฮยก่อนจะแยกกันถึงที่พักอาศัยของนางและบอกว่านางจะมาเล่นกับมันบ่อยๆ นอกจากนี้นางยังกำชับให้มันอย่าได้ออกมาเดินเพ่นพ่านประเดี๋ยวเกิดโชคร้ายพบเข้ากับกลุ่มนายพรานแล้วจะเอาชีวิตไม่รอด ต้าเฮยได้แต่พยักหน้าก่อนจากไป

 

“ข้าเองก็คงต้องรีบกลับเช่นเดียวกัน”

เสิ่นอิงอิงใช้วิชาตัวเบาในการเดินทางกลับ พรุ่งนี้นางวางแผนว่าจะเข้าไปสืบข่าวที่เมือเป่ยโจว จากนั้นนางก็สำรวจมิติวิเศษนางก็พบความจริงที่ว่า จริงๆแล้วบ้านสวนดอกท้อมีสวนสมุนไพรหายากและล้ำค่าปลูกอยู่มากมาย แม้กระทั่งโสมคน เห็ดหลินจือก็ไม่ใช่สิ่งที่หายากอีกต่อไป  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel