บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 13 เป่ยโจวเกิดจลาจล เสิ่นเยว่อัน

ในขณะที่ชาวบ้านทั้งสองหมู่บ้านกำลังช่วยกันสร้างบ้านเรือนสำหรับใช้เป็นที่พักให้เสร็จก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึงเพราะต้องใช้เวลาเพื่อหาอาหารเพื่อสะสมเสบียงเอาไว้ ในเมืองเป่ยโจวก็กำลังเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้น ผู้อพยพทนไม่ไหวที่เจ้าเมืองเป่ยโจวไม่ยอมเปิดประตูเมืองให้พวกเขาเข้าไปเพื่อซื้อหาอาหาร หรือแม้กระทั่งเดินทางผ่านเมืองเป่ยโจว 

 

เมื่อจำนวนผู้อพยพลี้ภัยมากขึ้นจึงได้รวมตัวกันก่อจลาจลขึ้น ตอนนี้พวกเขาต้องการพังประตูเมืองเข้าไป แต่ทหารรักษาเมืองหลับหันลูกธนูใส่พวกเขา การต่อสู้ระหว่างทหารรักษาเมืองกับผู้ลี้ภัยจึงเกิดขึ้น แต่สิ่งที่ชาวบ้านที่อยู่ภายนอกเมืองไม่รู้นั้นคือ ความจริงแล้วเจ้าเมืองเป่ยโจวพร้อมครอบครัวถูกสังหารฆ่าล้างจวนไปแล้วและู้ที่กุมอำนาจของเมืองเป่ยโจวอยู่ในตอนนี้ก็คือ รองเจ้าเมืองเป่ยโจวที่ถือโอกาสนี้ยึดครองอำนาจหลังจากที่เขาวางแผนสังหารเจ้าเมืองโดยร่วมมือกับตระกูลใหญ่ในเมืองเป่ยโจว 

 

ข่าวการตายของเจ้าเมืองไม่ได้ถูกรายงานแต่กลับปิดข่าวเอาไว้ส่วนเจ้าเมืองเป่ยโจวคนปัจจุบันเป็นเพียงคนของรองเจ้าเมืองที่สวมหน้ากากหนังมนุษย์ปลอมตัวเป็นเจ้าเมืองเป่ยโจวที่ตายไป หรือแม้กระทั่งภรรยาและลูกๆก็ยังเป็นตัวปลอมทั้งหมด แผนการเช่นนี้พวกเขาวางแผนเอาไว้นานมากแล้ว ในที่สุดก็ได้เวลาลงมือเสียที ก่่อนที่พวกเขาจะถูกจับได้ ทรัพย์สินและเงินทองไม่ว่าจะเป็นเงินในคลังหลวงของเมืองเป่ยโจวก็จะถูกโยกย้ายออกไป ถึงเวลานั้นพวกเขาก็จะไปใช้ชีวิตสบายๆที่ต่างเมือง 

 

ส่วนเรื่องชาวบ้านผู้อพยพไหนๆก็จะต้องอดตายเพราะไม่มีอาหารและน้ำดื่มเช่นนั้นก็แค่ปล่อยให้ตายไปเสีย ส่วนประตูเมืองอีกด้านก็ทำโรงทานแจกข้าวต้มการกระทำตบตาเช่นนี้รองเจ้าเมืองถนัดนัก หาไม่แล้วเจ้าเมืองเป่ยโจวคงไม่เสียรู้เขาจนได้รับการสูญเสียเช่นนี้

 

เมื่อทหารหันคมหอกคามดาบใส่ประชาชน ชาวบ้านที่ยับรออยู่หน้าประตูเมืองจึงได้ตัดสินใจถอยเข้าป่าเพื่อหนีเอาตัวรอด ทำให้ตอนนี้ในป่ามีผู้อพยพขึ้นจำนวนมาก และก็มีชาวบ้านอีกหลายคนที่ต้องมาจบชีวิตที่หมู่บ้านร้างเพราะมีพวกที่กินเนื้อคนเป็นอาหารซุ่มดักรออยู่ที่นั่น 

 

ชาวบ้านที่หนีตายจากการโจมตีของทหารรักษาเมืองเป่ยโจวเดินทางเข้าป่าเพื่อหาทางเอาตัวรอด นอกจากจะหลบหนีทหารรักษาเมืองแล้วยังต้องคอยระวังและต้องต่อสู้กับชาวบ้านที่ผันตัวมาเป็นโจร ชาวบ้านพวกนี้ปล้นชิงอาหารหรือแม้กระทั่งฉุดคร่าหญิงสาวไม่เว้นแม้แต่ภรรยาของผู้อื่น การกระทำอันแสนเหี้ยมโหดนี้ได้สร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก 

 

ตอนนี้ภายในป่าบริเวณเชิงเขาที่เป็นที่พักเดิมของชาวบ้านเสิ่นเจียชุนตอนนี้ได้มีชาวบ้านมาสร้างเพิงที่พักเป็นจำนวนมาก ในป่าด้านในถ้ำที่พักเดิมของชาวบ้านเสิ่นเจียชุน ได้ถูกชาวบ้านจากหมู่บ้านต้าวานใช้เป็นที่พัก ถ้ำที่เป็นที่พักเดิมของชาวบ้านจากหมู่บ้านหลี่เจียชุนตกเป็นของชาวบ้านจากหมู่บ้านสือโถวที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ครอบครัวเท่านั้น 

 

เมื่อมีคนมากขึ้นในป่า นับว่าสวรรค์ยังให้ความเมตตาพวกเขาคนพบลำธารสายเล็กในป่าอีกด้านซึ่งเป็นทิศทางตรงกันข้ามกับชาวบ้านเสิ่นเจียชุนสร้างที่พักอยู่ สิ่งที่น่าแปลกใจก็คือชาวบ้านที่เดินทางเข้าป่าสามารถมองเห็นแค่ป่าไผ่ด้านนอกเท่านั้นแต่ไม่สามารถเดินเข้าไปจนทะลุป่าไผ่ด้านหลังได้ เหมือนกับว่าพวกเขาถูกกำแพงที่มองไม่เห้นกั้นเอาไว้ ทำให้ป่าไผ่ด้านหน้าและด้านหลังถูกตัดขาดออกจากกันโดยสิ้นเชิง 

 

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วหลังจากวันที่ย้ายเข้ามาสร้างที่พักอาศัยที่ป่าทึบใกล้น้ำตก ตอนนี้เวลาก็ผ่านไปแล้วสิบห้าวัน บ้านของชาวบ้านถูกสร้างขึ้นเสร็จเรียบร้อยทุกครอบครัว ตอนนี้เย่อันซื่อกลับมาแข็งแรงดีแล้วเสี่ยวมาวก็หาจากอาการบาดเจ็บอาจจะเป็นเพราะว่าเสิ่นอิงอิงเลี้ยงดูคนในครอบครัวด้วยน้ำพุจิตวิญญาณทำให้ทุกคนมีสุขภาพดีแข็งแรงขึ้น นอกจากครอบครัวตัวเองแล้ว นางยังแอบไปเติมน้ำในถังน้ำบ้านไป๋ ถังน้ำบ้านฟู่รวมถึงถังน้ำบ้านอาหญิงของนางด้วย 

 

เช้าวันนี้เป็นอีกวันที่พวกเขาจะเข้าป่าไปหาอาหารเพื่อมากักตุนเอาไว้ในฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง แปลงผักที่พวกเขาปลูกเอาไว้ตอนนี้ผักกำลังเติบโตขึ้นอย่างช้าๆ ยกเว้นแปลงผักของเสิ่นอิงอิงที่มีการเจริญเติบโตเร็วกว่าผักบ้านอื่นอยู่บ้าง นอกจากนี้เย่อันซื่อยังได้สอนหนังสือให้กับเสิ่นเยว่ฉี เสิ่นเยว่เทียน ไป๋ชิง ฟู่เหลียงและหลี่เจี้ยนคัง หลี่เมิ่งจิน เสิ่นอิงอิงนั้นเพราะมีความจำของชาติที่แล้วทำให้นางเรียนรู้ได้เร็วกว่าบรรดาพวกพี่ชายและลูกพี่ลูกน้องทั้งสองคนของนาง

“อิงอิง วันนี้พวกลูกจะเข้าป่าไปกับพวกท่านพ่อใช่หรือไม่”

“ใช่เจ้าค่ะท่านแม่ ท่านแม่เจ้าค่ะ พี่ชายอันซื่อจะไปกับพวกเราด้วย เสี่ยวมาวเจ้าจะไปกับข้าหรือช่วยท่านแม่ดูแลแปลงผักก็แล้วแต่เจ้านะ”

“แม่ว่าอย่าพาเสี่ยวมาวไปเลย มันยังเล็กอยู่ทิ้งมันเอาไว้กับแม่ที่นี่แหละ”

“ท่านพ่อวันนี้พวกเราจะไปที่ใดกันเจ้าคะ ”

“พวกเราตกลงกันว่าจะเดินเข้าป่าลึกไปอีกสักหน่อยไปที่สันเขาตรงโน้นที่สามารถมองเห็นเมืองเป่ยโจวได้ พ่อเองก็อยากจะรู้สถานการณ์ของเมืองเป่ยโจวว่าตอนนี้เป็นเช่นไร”

“ท่านพ่อไม่ใช่ข้าบอกท่านแล้วหรือเจ้าคะ ว่าเมื่อวานข้าแอบได้ยินชาวบ้านที่มาพักอยู่ตรงที่พักเดิมของพวกเราพุดคุยกันเกี่ยวกับเมืองเป่ยโจวทหารหันคมหอกคมดาบใส่ชาวบ้านเช่นนี้ก็แดสงว่าในเมืองต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากลเป็นแน่”

“อิงอิงเหตุใดลูกถึงคิดเช่นนั้นเล่า”

“ข้าเดาเอาเจ้าค่ะ เอาไว้พวกเราค่อยหาเวลาไปสืบดูสักวันหนึ่ง แต่ว่าสันขาที่ท่านพ่อบอก ถ้ามองเห็นเมืองเป่ยโจว ก็น่าจะเดินทางผ่านสันเขานี้ไปก็จะถึงเมืองเป่ยโจวได้เร็วขึ้น”

“ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น ตอนนี้เวลาก็ผ่านมาหลายวันแล้ว พ่อเองก็อยากรู้ว่าตอนนี้เป่ยโจวจะเปิดประตูเมืองให้เข้าไปหรือไม่”

“เทียนหยางพวกเรามาแล้ว พวกเจ้าพร้อมหรือยัง”

“พร้อมแล้ววันนี้เด็กๆจะไปกับพวกเราด้วย เข่นนั้นก็ออกเดินทางเถอะ”

“เทียนหยาง ตอนที่ข้ามาหาเจ้า ข้าพบกับพวกเสิ่นหงอันรวมกลุ่มกันออกไปล่าสัตว์ ดูเหมือนว่าจะไปทางเดียวกับพวกเรา ข้าว่าพวกเราเปลี่ยนเส้นทางดีหรือไม่ ข้ารำคาญกับคนพวกนี้เต็มที เราเดินผ่านป่าด้านหลังตรงนี้ไปเถอะ” ฟู่หมิง

“ตกลง เช่นนั้นก็เดินผ่านป่าด้านหลังบ้านของพวกเราไปกันเถอะ ป่ากว้างใหญ่ข้าไม่คิดว่าพวกเราจะเดินไปเจอกับพวกเขาได้”

“ก็ไม่แน่เสมอปนะขอรับท่านอา ศัตรูย่อมพบกันบนทางแคบเสมอ” เย่อันซื่อ

“อันซื่อ เจ้าอย่าได้ปากพาซวยเช่นนี้ ข้าเบื่อจะมีเรื่องกับคนพวกนั้นเต็มที” ไป๋เฉียนโจว

“จริงสิ เทียนหยาง เหตุใดเจ้าไม่รับอันซื่อเป็นบุตรบุญธรรมของเจ้าไปเสียล่ะ อันซื่อเองก็ไม่เหลือครอบครัวแล้ว ข้าว่าเขาเข้ากับครอบครัวของเจ้าได้ดี เจ้าจะได้มีลูกชายคนโตมาช่วยดูแลน้องๆได้ ”

“ข้าเองจะรับอันซื่อเป็นลูกก็ย่อมได้ ครอบครัวของเราไม่มีอันใดขัดข้องแต่ต้องถามความเห็นของอันซื่อก่อน เขาจะอยู่เป็นครอบครัวเดียวกันหรือไม่ ”

“ข้าเองก็ไม่เหลือใครแล้ว หากว่าท่านอาไม่รังเกียจข้าเองก็ยินดีขอรับ เพียงแต่ว่าข้ามีเรื่องอยากจะขอร้องท่านอาขอรับ”

“เรื่องอันใดรึ หากไม่ใช่เรื่องที่ไม่ดีข้าย่อมรับปากเจ้า”

“ข้าอยากเปลี่ยนมาใช้แซ่เสิ่นขอรับ ท่านอาเองก็คงเข้าใจดีถึงเหตุผลของข้า”

“ตกลง เช่นนั้นต่อไปนี้เจ้าก็คือเสิ่นเยว่อัน เอาไว้ข้าจะไปแจ้งหัวหน้าหมู่บ้านเอาไว้เราเดินทางกลับบ้านเกิดพวกเราค่อยไปจัดการกับทะเบียนบ้านของเจ้าก็แล้วกัน ส่วนเย่อันซื่อชื่อนี้ของเจ้าก็เก็บเอาไว้ในใจส่วนลึกๆก็พอ ต่อไปใช้ชีวิตให้ดีในฐานะพี่ใหญ่เข้าใจหรือไม่ พวกเราไปกันเถอะเย็นนี้ค่อยมายกน้ำชา เชิญพวกเจ้าด้วยนะ เย็นนี้ข้าจะจัดพิธีรับลูกบุญธรรม”

 

“ตกลงพวกเราต้องมาอยู่แล้ว เอาล่ะพวกเด็กๆไปได้แล้วพวกเราจะออกเดินทางกันแล้ว”

“ท่านพ่อ เมื่อสักครู่พวกท่านคุยเรื่องอันใดกันหรือเจ้าคะ เหตุใดพี่ชายอันซื่อถึงได้ร้องไห้เล่า ท่านรังแกเขารึ”

“อิงอิงลูกคิดมากไปแล้วใครจะไปรังแกเขากันล่ะ เอาล่ะไม่ต้องถามมากแล้วรีบๆเดินเถอะประเดี๋ยวจะกลับมืดค่ำท่านแม่ของเจ้าจะเป็นห่วงเอา”

เย่อันซื่อเข้าใจดีว่าเสิ่นเทียนหยางเข้าใจความหมายในคำพูดของเขา เขาจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนชื่อแซ่เพื่อกลับไปแก้แค้นคนเหล่านั้น ตอนนี้เย่ขุยรับตำแหน่งต่อจากท่านปู่ในเมื่อเป็นเช่นนี้เขามีเพียงทางนี้ที่จะสามารถใช้ตัวตนของเสิ่นเยว่อันเท่านั้นเข้าไปจัดการกับคนเหล่านี้ได้ ดังโบราณว่าเอาไว้ สิบปีแก้แค้นไม่สาย

 

คนกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาในป่าลึกเสิ่นเทียนหยางนำทางทุกคนเดินอ้อมไปด้านหลังบ้านพักจนมาสุดแนวป่า จากนั้นก็พาทุกคนเดินขึ้นไปบนสันเขาเพื่อไปยังที่ราบที่อยู่ด้านล่างสันเขาอีกด้าน สถานที่แห่งนี้เป็นเขาที่บังเอิญค้นพบโดยบังเอิญ ที่ราบเชิงสันเขานี้เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่านานาชนิด เขาไม่แปลกใจเลยว่าเหตุใดป่าที่พวกเขาอาศัยอยู่ถึงได้มีเพียงไก่ฟ้าและกระต่ายป่า เพราะว่าสัตว์ป่าขนาดใหญ่จะมารวมตัวกันอยู่ในที่ราบแห่งนี้นี่เอง

 

การที่พวกเขาจะล่าสัตว์ขนาดใหญ่เช่นหมูป่า กวางป่า แพะป่า ย่อมเป็นเรื่องปกติ ดูเหมือนว่าการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ก็ไม่ใช่สิ่งเลวร้ายเสมอไป 

“ท่านพ่อ ท่านกับพวกท่านอาไปล่าสัตว์เถอะเจ้าค่ะ ส่วนข้ากับพวกพี่ชายจะแยกไปอีกทางหนึ่ง รับรองได้ว่าพวกเราจะดูแลตัวเองให้ดี พวกเราจะไปขุดผักป่าและของป่าอื่นๆ ไม่อยู่เกะกะพวกท่าน”

“ตกลงเช่นนั้นพวกเจ้าอย่าได้เดินไปไกลนัก เข้าใจหรือไม่แถวนี้มีสัตว์ป่ามากมาย อันตรายยิ่งนัก ”

“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะท่านพ่อ ”

“พวกเราเองก็ไปกันเถอะ เทียนหยาง”

“ตกลง”

 

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel