บท
ตั้งค่า

บทที่ 3 เส้นทางร้ายที่ฉันเลือกเอง 70s

บทที่ 3 เส้นทางร้ายที่ฉันเลือกเอง 70s

ขณะที่กู้ชิงเหมยกำลังจะเดินไปยังร้านอาหารของรัฐ และตั้งใจจะกินอาหารอย่างอร่อย แต่ไม่คิดว่าจะได้พบกับเซียวจื่อเทียน คู่หมั้นของร่างนี้ เธอไม่อยากจะสนใจจึงจะเลี่ยงเดินไปอีกทาง แต่กลับถูกเขาเรียกไว้

“ชิงเหมย คุณมาทำไมที่นี่” นี่คือคำถามของชายหนุ่มที่ถามคู่หมั้นตนเอง

กู้ชิงเหมยขมวดคิ้วแน่น เธอหันมามองเขาและตอบกลับไปอย่างไม่พอใจ

“คุณถามเหมือนฉันไม่ควรมาที่นี่ ถนนเส้นนี้เป็นของคุณเหรอคุณเซียว”

คำตอบของเธอทำให้อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อย เพราะปกติร่างเดิมไม่ใช่คนที่ต่อปากต่อคำเก่งอย่างนี้

เซียวจื่อเทียนถึงแม้จะสงสัย แต่เขาก็ยังคงสงบนิ่ง เพราะตอนนี้อยู่ในเครื่องแบบเลยไม่อยากทำให้เสียชื่อเสียง

“ผมก็แค่ถามดูเท่านั้น เพราะปกติเห็นคุณอยู่แต่ในบ้าน ไม่ค่อยออกมาข้างนอก แล้วนี่จะไปไหนเหรอ ให้ผมไปส่งไหม คุณจะได้ไม่ไปพูดจาเหมือนหาเรื่องใครเขาอีก” เขาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง และถามเหมือนใส่ใจแต่ก็แดกดันอยู่เล็กน้อย

‘จะว่าไปร่างนี้คือนางร้าย หากไปที่ไหนแล้วมีเรื่องคงไม่แปลก อีกอย่างเพราะเธอเอาความช่วยเหลือที่แม่ของตนเอง ได้ช่วยแม่ของเซียวจื่อเทียน มาเรียกร้องให้เขาแต่งงานด้วย การหมั้นหมายของทั้งสองคนจึงเกิดขึ้น ทั้งที่ชายหนุ่มไม่เต็มใจ ไม่แปลกเลยถ้าเขาจะไม่พอใจ’ กู้ชิงเหมยยืนคิดทบทวนเรื่องของร่างนี้กับชายตรงหน้าครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมาอย่างจริงจังบ้าง

“ฉันร้ายกาจขนาดนั้นเลยเหรอ ทำไมคุณต้องพูดคำพวกนั้นออกมา หากฉันร้ายมากในสายตาของคุณและคุณไม่เต็มใจที่จะแต่งงานกับฉัน อย่างนั้นเราทั้งสองมาถอนหมั้นกันเถอะ คุณเองจะได้ไปคบหากับผู้หญิงที่คุณรักอย่างเปิดเผย ไม่ต้องหลบซ่อนหรือลักลอบพบกันอีก ส่วนฉันก็จะได้เป็นอิสระกับสัญญาหมั้นหมายบ้า ๆ นี้สักที”

คำขอถอนหมั้นอย่างชัดเจนของกู้ชิงเหมย ไม่เพียงแต่ทำให้เซียวจื่อเทียนตื่นตกใจ แม้แต่ชาวบ้านที่หยุดมองและได้ยินยังตกใจไม่ต่างกัน กับความกล้าของหญิงสาวคนนี้

เนื่องจากยุคสมัยนี้ ไม่ว่าจะผู้หญิงที่ถูกหย่าร้าง หรือถูกถอนหมั้น ล้วนต้องมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบากทั้งนั้น การที่กู้ชิงเหมยประกาศเรื่องนี้อย่างชัดเจน จึงนับว่าเธอมีความกล้าไม่น้อย ทำให้ผู้หญิงหลายคนสนใจกับความกล้าของเธอ แต่ก็ยังมีเสียงซุบซิบถึงเรื่องนี้ดังขึ้นมาให้ได้ยินอยู่บ้าง

“คุณพูดออกมาได้ยังไงกัน ไม่กลัวชื่อเสียงเสียหายเหรอ ผู้หญิงที่ถูกถอนหมั้น คุณคิดว่ามันดีเหรอ ต่อไปจะใช้ชีวิตอย่างไร” เซียวจื่อเทียนถามด้วยน้ำเสียงที่ฉุนเฉียวอย่างเห็นได้ชัด

ถึงแม้เขาจะพอใจกับการถอนหมั้น แต่การที่อีกฝ่ายประกาศเรื่องนี้ท่ามกลางผู้คนมากมาย ไม่เท่ากับหักหน้าเขาหรอกหรือ ใบหน้าของชายหนุ่มจึงเย็นชาขึ้น พลางขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ

“แล้วยังไง ชื่อเสียงเสียหายก็เรื่องของฉัน มันเกี่ยวอะไรกับคุณ” หญิงสาวตอบสวนกลับไปทันที เธอถอนหายใจเล็กน้อยแล้วพูดต่อ “ก่อนหน้านี้ก็ด่าว่าฉันหน้าไม่อาย ที่เอาเรื่องของแม่มาผูกมัดเรื่องแต่งงาน พอตอนนี้ฉันยินดีที่จะถอนหมั้น คุณน่าจะดีใจไม่ใช่เหรอ แล้วจะมาห่วงฉันชื่อเสียงของฉันทำไม”

‘อย่าคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องที่คุณกับน้องสาวต่างแม่ฉัน มีความสัมพันธ์กันนะ ฉันเปิดทางให้ไม่ดีหรือไง’ เธอได้แต่บ่นในใจ

“ผมถามหน่อยเถิดว่า หากคุณถอนหมั้นกับผมแล้ว ยังจะมีใครกล้าขอคุณแต่งงานอีกเหรอ ผมว่าคงไม่มีผู้ชายคนไหนต้องการคุณอีกแล้ว” ชายหนุ่มเองก็โต้กลับทันทีเหมือนกัน

‘หึ ๆ คำพูดนี้เท่ากับดูถูกหญิงสาวอย่างมาก แล้วมีหรือที่กู้ชิงเหมยคนนี้จะยอม ฉันมาจากอนาคตที่ไม่สนใจเรื่องหย่าร้าง นี่แค่ถูกถอนหมั้นจะคิดมากไปทำไม อีกอย่างฉันตั้งใจจะหาคนอื่นมาแต่งงานด้วยอยู่แล้ว ไม่ว่าชายคนนั้นจะเป็นใครฉันก็ไม่ขัดข้อง ในเมื่อตอนนี้ฉันมีมิติวิเศษอยู่กับตัว ต่อให้แต่งกับขอทาน ฉันก็ไม่อดตาย’

หญิงสาวคิดอยู่ในใจและใช้สายตากวาดมองรอบ ๆ แล้วในตอนนั้นเอง สายตาของเธอก็สบเข้ากับแววตาดุจเหยี่ยวของใครคนหนึ่งเข้าอย่างจัง เขาเป็นชายหนุ่มที่สูงเด่น ใบหน้าคมเข้ม ทว่าเสื้อผ้าที่สวมใส่กลับเป็นเพียงผ้าป่านธรรมดา ๆ เท่านั้น เธอจึงยกยิ้มที่มุมปากพร้อมกับชี้ไปที่เขา แล้วตะโกนถามเสียงดัง

“คุณ หากฉันถอนหมั้นกับนายทหารคนนี้ คุณกล้าแต่งงานกับฉันไหม”

คำถามของเธอทำให้ผู้คนที่อยู่รอบ ๆ แตกตื่นทันที เพราะชายที่เธอชี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเจ้าพ่อใต้ดินที่เพิ่งพ้นโทษจากคุกนั่นเอง

เมื่อนิ้วมือเรียวของเธอชี้มาที่เขาพร้อมกับเสียงตะโกนถาม ทำให้ไป๋มั่วหยางก็ชี้มาที่หน้าอกตนเองอย่างสงสัย

“คุณถามผมเหรอ” เขาถามเพื่อความแน่ใจ

“ใช่ คุณนั่นแหละ” เธอตอบเขาอย่างหนักแน่น ไม่มีแววตาล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย ในตอนที่รอคำตอบ

ชาวบ้านคนหนึ่งที่รู้จักไป๋มั่วหยาง จึงพูดขึ้นเพื่อเตือนสติเธอ

“นี่หล่อนรู้หรือเปล่าว่าเขาคือใคร ทำไมถึงกล้าไปถามเขาอย่างนั้น”

กู้ชิงเหมยส่ายหน้าเป็นคำตอบ เธอไม่รู้หรอกว่าเขาคือใคร เพราะยังไม่ได้ถามชื่อกันเลย และในความทรงจำของร่างนี้ก็ไม่มีเขาอยู่

“แต่ไม่ว่าเขาจะเป็นใคร หากเขาพยักหน้าหรือตอบรับ ฉันก็พร้อมจะแต่งงานกับเขาทันที” เธอประกาศออกไปอย่างชัดเจน

“หล่อนจะบ้าเหรอ นั่นน่ะไป๋มั่วหยาง เขานักเลงประจำเมือง ไม่เท่านั้นนะ เขายังน่าจะเพิ่งพ้นโทษมาจากคุก เพราะเขาถูกจับเมื่อหลายปีก่อนน่ะ”

ชาวบ้านคนนั้นพยายามเตือนสติเธออีกครั้งด้วยข้อมูลที่ได้รู้มา โดยประโยคสุดท้ายหล่อนได้แต่กระซิบ เพราะกลัวเขาได้ยินแล้วตนเองจะเดือดร้อน

“คนเราไม่ว่าทำอาชีพอะไร หรือเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต ล้วนมีเหตุและผลในตัวเอง และฉันไม่เชื่อหรอกว่าเมื่อรู้ตัวว่าทำผิดแล้วจะแก้ไขตัวเองไม่ได้ หากอยากแก้ไข มีเพียงคนชั่วโดยสันดานเท่านั้นแหละที่ทำผิดซ้ำซาก และไม่ยอมแก้ไขตัวเอง” เธอตอบออกไปอย่างฉะฉาน ก่อนจะหันมาถามเอาคำตอบจากเขาอีกครั้ง

“คุณล่ะ จะตอบอย่างไรดี คุณจะเป็นคนทำผิดที่พร้อมจะแก้ไข และแต่งงานกับฉันไหม หากคุณไม่ตกลง ฉันจะได้ไปหาคนอื่นมาแต่งด้วย ต้องมีสักคนล่ะ ที่อยากจะเป็นคนดีและอยากแต่งกับฉัน”

ไป๋มั่วหยางนิ่งเงียบเพราะกำลังครุ่นคิด ‘เกิดมาฉันยังไม่เคยเจอผู้หญิงที่ไหนชัดเจนแบบนี้มาก่อน ทั้งที่รู้ว่าฉันเพิ่งออกมาจากคุก เธอก็ยังต้องการคำตอบจากฉันอีก แบบนี้น่าสนใจจริง ๆ’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel