บทที่ 4 เส้นทางร้ายที่ฉันเลือกเอง 70s
บทที่ 4 เส้นทางร้ายที่ฉันเลือกเอง 70s
“คุณแน่ใจนะว่าจะไม่เสียใจ ผมไม่ใช่คนดี และเพิ่งออกมาจากคุก ผมอยู่ในนั้นมาหลายปี ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตยังไงด้วยซ้ำ” ชายหนุ่มยังไม่ตอบในทันที แต่เขาถามกลับไปเพื่อหยั่งเชิงเธออีกครั้ง
“แล้วยังไง ฉันขอแค่คุณไม่ใช่คนชั่วโดยสันดานและมีฉันคนเดียวก็พอ ฉันไม่ชอบใช้ผู้ชายกับคนอื่น แต่งกับฉันแล้วคุณต้องมีแค่ฉันเท่านั้น แล้วถ้าหากไม่อยากอยู่ด้วยกันอีก ก็บอกฉันคำเดียว ฉันจะหย่าให้ทันที” กู้ชิงเหมยตอบกลับไปอย่างชัดเจน เธอไม่สนใจหรอกว่าจะอยู่ด้วยกันเพราะรัก หรืออยู่เพราะความจำยอม ขอเพียงบอกคำเดียวว่าพบเจอผู้หญิงอื่นที่อยากจะไปอยู่ด้วย เธอจะปล่อยให้เขาจากไปอย่างไม่ลังเล
ไป๋มั่วหยางยกยิ้มอย่างชอบใจ ‘เกิดมาจนอายุเท่านี้แล้วยังไม่เคยเจอใครที่พูดจาชัดเจนแบบนี้มาก่อน ตอนนี้ฉันสนใจเธอขึ้นมาแล้วสิ’
“ดูแล้วเธอน่าจะอายุไม่เกินยี่สิบ ถ้าฉันตกลงแล้วครอบครัวเธอจะว่าอย่างไรล่ะ” เขาถามอีกครั้งอย่างอยากรู้ เพราะการที่ผู้หญิงอายุเท่านี้ขอถอนหมั้นกับนายทหารคนหนึ่ง แล้วมาขอผู้ชายแปลกหน้าแต่งงาน บ้านของเธอจะว่าอย่างไรเขาก็อยากรู้มาก
“เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหา เพราะฉันไม่ใช่ลูกรักของพ่อ แม่ฉันตายแล้ว พ่อแต่งงานใหม่หลังแม่ตายไม่นาน แถมแม่เลี้ยงคนนี้ดูเหมือนว่าจะมีความสัมพันธ์กับพ่อก่อนที่แม่จะตายซะอีก ไม่งั้นอายุของน้องสาวต่างแม่ของฉัน คงไม่ห่างกับฉันแค่ปีสองปีหรอก” เธอตอบตามจริงทุกอย่าง ด้วยท่าทางที่ไม่สนใจเลยสักนิดว่าใครจะคิดเห็นอย่างไร เพราะเรื่องนี้อย่างไรเสียย่อมต้องมีคนรู้อยู่แล้ว
‘การที่อยากจะหลุดพ้นจากบ้านกู้ ถ้าไม่ไปทำงานในชนบท ก็ต้องหาคนแต่งงานด้วยแล้วแยกบ้านออกไป ส่วนเรื่องต่อจากนั้นค่อยคิดอีกที หากอยู่ด้วยกันได้ตลอดก็ดีไป แต่หากอยู่ด้วยกันไม่ได้ก็แค่เลิกรา แค่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นหญิงที่ถูกหย่าร้างก็เท่านั้นเอง ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย กู้ชิงเหมยคนนี้มาจากอนาคต ฉันไม่สนใจเรื่องหย่าร้างอยู่แล้ว ขอแค่ได้ออกมาจากตระกูลกู้ที่เห็นแก่ตัวก็พอแล้ว’ นี่คือสิ่งที่หญิงสาวคิดในตอนที่รอคำตอบจากอีกฝ่าย
ส่วนเซียวจื่อเทียนมองภาพตรงหน้าพร้อมกับกำหมัดแน่น ในใจก็คิดอย่างเดือดดาล ‘ฉันยังไม่ตอบรับเรื่องถอนหมั้นกับเธอเลย ทว่าเธอกลับไปขอชายแปลกหน้าแต่งงานต่อหน้าทุกคน ทั้งที่รู้ว่าชายคนนี้ไม่มีดีอะไร เป็นเพียงนักเลงที่เพิ่งออกมาจากคุก หากเทียบกับฉันที่เป็นนายทหารอนาคตไกลแล้ว ฝ่ายนั้นเทียบไม่ติดเลยแม้แต่น้อย แบบนี้ก็เท่ากับว่าเธอต้องการหักหน้าฉันชัด ๆ ฉันยอมไม่ได้’
“กู้ชิงเหมย!” คิดได้อย่างนั้น เขาจึงเรียกเธอเสียงเข้ม และเมื่อกู้ชิงเหมยหันมามอง เขาจึงได้พูดเสียงลอดไรฟันอย่างไม่พอใจ
“คุณจะกล้ามากไปแล้วนะ ผมยังไม่ถอนหมั้นกับคุณเลย คุณกล้าขอคนอื่นแต่งงานได้ยังไง และคิดจะหาใหม่ทั้งที ก็ควรจะหาที่ดีกว่าผมหน่อยสิ”
“ฉันว่าคุณควรจะไปหาน้องสาวต่างแม่ของฉัน หรือไปหาผู้หญิงที่คุณซ่อนไว้ ดีกว่ามาแสร้งทำทีหึงหวงฉันแบบนี้นะ” กู้ชิงเหมยสวนกลับทันควัน เธอไม่สนใจหรอกว่าจะไปกระทบใจเขาอย่างไร ดูจากสีหน้าเหมือนว่าเขาตกใจจริง ๆ ที่เธอรู้เรื่องพวกนี้ เธอจึงยิ้มเยาะออกมา แล้วพูดเหมือนกับคนปลงชีวิต
“แล้วการที่ฉันจะแต่งงานกับใคร มันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณแล้ว อีกอย่างคุณสมบัติเดียวที่ฉันต้องการคือ สามีฉันจะต้องมีฉันเพียงคนเดียว ซึ่งคุณทำไม่ได้ นี่ขนาดเป็นแค่คู่หมั้นยังลักลอบคบหากับน้องสาวต่างแม่ของฉัน ยังไม่รวมหญิงสาวที่คุณเลี้ยงไว้อีกหลายคน เฮ้อ...แล้วถ้าแต่งงานกันไปฉันไม่ต้องนั่งน้ำตาเช็ดหัวเข่าเหรอ ที่สามีมีเมียน้อยพันไว้รอบเอว แบบนั้นฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ เสียสุขภาพจิตและเสียเวลาหาผู้ชายดี ๆ มาเป็นคู่ชีวิต” น้ำเสียงและสายตาของเธอเบื่อหน่ายเขาอย่างชัดเจน
“แล้วไอ้นี่มันดีนักหรือไง มันคือคนชั่ว ไม่อย่างนั้นมันจะเข้าไปอยู่ในคุกตั้งหลายปีเหรอ ถ้าจะหาใหม่น่ะควรหาให้ดีกว่าผมสิ ส่วนเรื่องที่คุณกล่าวหาผมว่าคบหากับผู้หญิงอื่น ก็ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย” เขาพูดอย่างเดือดดาลอีกครั้ง ไม่คิดว่านอกจากจะถูกถอนหมั้นแล้ว เรื่องที่เขาแอบคบหากับกู้อี้ฟาง เธอคนนี้ก็ยังรู้ ไหนจะผู้หญิงที่เขาเลี้ยงไว้อีก แต่มีหรือที่เขาจะยอมรับ ไม่มีทางเสียหรอก
“เขาดีกว่าคุณไหม ฉันเองไม่รู้ แต่ถ้าเขากล้าจดทะเบียนและกล้ามีฉันเพียงคนเดียว ต่อให้เขาเป็นคนเร่ร่อนหรือไร้บ้าน ฉันก็พร้อมจะแต่งงานด้วย และคิดว่าคงจะดีกว่าผู้ชายมักมากแต่ไม่กล้ายอมรับความจริงแบบคุณแน่นอน” เธอตอบเขากลับไปอย่างไม่หวั่นเกรงอะไร
“ฉันไม่สนใจหรอกว่าคนที่จะแต่งงานด้วยจะรวยหรือจน ขอแค่มีฉันคนเดียวก็พอแล้ว การที่เขาเพิ่งพ้นโทษมา ก็ใช่ว่าจะกลับตัวไม่ได้” คราวนี้เธอตอบพร้อมกับมองไปที่ชายคนนั้น คนที่เธอรอคำตอบจากเขา
“นี่...” ยังไม่ทันที่เซียวจื่อเทียนจะได้พูดหรือตอบอะไรมากกว่านั้น
“ผมตกลง” ไป๋มั่วหยางก็ตอบเสียงดังฟังชัดขึ้นมาเสียก่อน จนขนาดลูกน้องของเขายังตกใจ
ไป๋มั่วหยางค่อยๆ เดินไปใกล้กับหญิงสาวมากขึ้น จนเขามายืนอยู่ตรงหน้าของเธอ แล้วพูดขึ้นอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
“หากคุณไม่สนใจว่าผมเคยติดคุกและต้องโทษมาก่อน อีกทั้งผมยังเป็นเพียงอันธพาล ที่ชาวบ้านล้วนรังเกียจและไม่อยากคบหา หากคุณไม่สนใจเรื่องพวกนี้ ผมก็ยินดีจะแต่งงานกับคุณ และขอให้คำมั่นสัญญาว่า จะมีคุณเป็นภรรยาเพียงคนเดียวในชีวิตนี้ และจะไม่มีการซุกซ่อนผู้หญิงอื่นอีกแม้แต่คนเดียว”
กู้ชิงเหมยได้ยินก็ยิ้มเย็นออกมา เธอหันไปมองคู่หมั้นที่กำลังเป็นอดีตด้วยสายตาที่เหนือกว่า ก่อนจะหยิบสัญญาหมั้นหมายออกมา โชคดีจริง ๆ ที่วันนี้เธอเอาซองเอกสารส่วนตัวของเจ้าของร่างมาด้วย จึงมีสัญญาหมั้นหมายติดตัวมาพอดี
“นี่คือสัญญาหมั้นหมายของฉันกับคุณ ฉันขอฉีกทำลายสัญญาตอนนี้เลยก็แล้วกัน” กู้ชิงเหมยพูดจบก็ฉีกสัญญาหมั้นหมายต่อหน้าทุกคนทันที ก่อนจะพูดต่อด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ต่อจากนี้เราทั้งสองไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว หากคุณชายเซียวอยากหมั้นหมายกับกู้อี้ฟาง ก็ไปคุยกับพ่อแม่ของเธอตามสบายได้เลย ส่วนของหมั้นนั้นฉันคงไม่ต้องคืนหรอกจริงไหม เพราะมันไม่มีตั้งแต่แรกแล้ว”
“เดี๋ยวก่อนนะ ฉันขอยุ่งเรื่องนี้สักหน่อยเถิด เธอถอนหมั้นกับนายทหารคนนี้แล้ว ทำไมถึงไม่ยอมคืนของหมั้นล่ะ”
หญิงวัยกลางคนถามขึ้นอย่างอยากรู้ แม้ว่าจะพอเข้าใจสิ่งที่หญิงสาวพูดก่อนหน้านี้แล้วก็ตาม
“เรื่องของหมั้นนั้น ฉันคงคืนให้เขาไม่ได้หรอก เพราะการหมั้นหมายของเราทั้งสองคน มีแค่สัญญาหมั้นหมายและพูดคุยปากเปล่าเท่านั้น ไม่ได้มีการมอบของหมั้นเหมือนคู่อื่น ดังนั้นการที่ฉันถอนหมั้นตอนนี้ ฉันก็แค่ฉีกสัญญาหมั้นหมายทิ้งก็ถือจบแล้ว ส่วนเขาจะไปรักกับใคร หรืออยากแต่งงานกับใคร ก็เป็นเรื่องของเขา ส่วนฉันก็จะไปแต่งงานกับคนของฉันเหมือนกัน” หญิงสาวอธิบายให้ทุกคนฟังอย่างใจเย็น
พูดจบกู้ชิงเหมยก็เดินมายืนข้างไป๋มั่วหยาง แล้วเงยหน้าและยิ้มให้เขาเป็นครั้งแรก
นั่นทำให้ชายหนุ่มถึงกับตาพร่าไปทีเดียว เมื่อเห็นรอยยิ้มที่สดใสของเธอ
