7
ว้าว ว้าว ว้าว! เท่ไปเลย เขาเข้าข้างนางด้วย เรียกนางว่าพระชายา สุดยอด!
เสียงในใจของนางทำให้เซียวจิ่งอันหน้าแดงลามไปถึงใบหูอีกรอบ คำชมของนางเขารับเอาไว้ก็แล้วกัน
“กระหม่อมเลอะเลือนไปทั่วครู่ ท่านอ๋องโปรดอภัย”
“ข้าว่าท่านไม่ได้เลอะเลือนชั่วครู่กระมัง ท่านรักภรรยาคนใหม่และลูกสาวคนใหม่ จนหลงลืมพระชายาของข้าไปแล้วกระมัง” เสียงนั้นเข้มข้นและดุดัน ทำเอาอัครเสนาบดีคุกเข่าแทบไม่ทัน
“กระหม่อม กระหม่อมผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ดวงตาคมหรี่ลงเล็กน้อย
“หยุนเฟิง”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ค้นให้ทั่วจวน วันนี้แม้ต้องขุดดินลงไปลึกเท่าใดก็ต้องหาสินสอดให้เจอ ถ้าหาไม่เจอข้าจะเอาเรื่องพวกเจ้าทั้งจวน” เสียงเข้มประกาศกร้าว
“ท่านแม่ เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้เจ้าคะ เราใส่ความหรงซีแล้ว ท่านอ๋องน่าจะจัดการมัน แต่จะมาจัดการเราทั้งจวน” มู่หรงหว่านกระซิบกับมารดา
“แม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน”
“ถ้าท่านอ๋องเจอสินสอดขึ้นมาจะทำยังไงเจ้าคะ”
“ต้องให้คนไปเคลื่อนย้าย”
เอาล่ะ สองแม่ลูกเริ่มร้อนรนแล้ว กำลังจะไปเคลื่อนย้ายสินสอดแล้วสิ
เสียงในใจของมู่หรงซีทำให้เซียวจิ่นอันหรี่ตามองสองแม่ลูกอีกครั้ง
“ถ้ายังไม่เจอสินสอดห้ามใครก้าวออกจากตรงนี้แม้แต่ก้าวเดียว ใครกล้าขัดขืนตัดคอทิ้งได้เลย” ประโยคนั้นทำให้บรรยากาศทั้งจวนพลันตึงเครียดทันที
ฮูหยินหลิวหน้าซีดเผือด เซียวจิ่นอันปรายตามองนางเพียงครู่ ก่อนโน้มตัวกระซิบกับหยุนเฟิงเบาๆ
“ค้นทุกที่ โดยเฉพาะเรือนตะวันตก”
หยุนเฟิงชะงักไปเล็กน้อย แต่รีบก้มศีรษะรับคำ
“พ่ะย่ะค่ะ”
มู่หรงซีแอบยิ้มชอบใจ สามีของนางฉลาดเหมือนกันแฮะสั่งค้นไปทั่วเรือน นางมั่นใจว่าของยังอยู่ เพราะของมากมายเช่นนั้น เคลื่อนย้ายไม่ทันแน่นอน และเคลื่อนย้ายก็ต้องค่อยๆ ลักลอบ จะขนทีเดียวมากๆ จะเป็นที่สงสัย
คราวนี้ตายแน่นังสองแม่ลูกใจทราม ปล่อยข่าวลือสร้างความเสียหายให้ข้ามาตลอด วันนี้ข้าจะคิดบัญชีกับเจ้า
บรรยากาศภายในจวนมู่หรงตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียงแม้แต่น้อย
หลังเซียวจิ่นอันประกาศให้ค้นทั้งจวน เหล่าองครักษ์ของจิ่นอ๋องก็แยกย้ายกันออกไปทันที
ฮูหยินหลิวพยายามข่มความร้อนรนเอาไว้ แต่มือกลับกำผ้าเช็ดหน้าแน่น
มู่หรงหว่านเองก็หน้าซีดไม่ต่างกัน
หากถูกพบเข้า ทุกอย่างจบสิ้นแน่!
มู่หรงซีแอบมองสองแม่ลูกพลางยกยิ้มมุมปาก พวกนางคงคิดว่าข้าไม่กล้าโวยวาย แล้วจะเอาของมีค่าไปสบายๆ น่ะสิ
โอ๊ย…หน้าซีดกันหมดแล้ว ดูท่าละครวันนี้จะสนุกกว่าที่คิดแฮะ
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังขึ้น หยุนเฟิงเดินกลับเข้ามาพร้อมองครักษ์หลายคน
ด้านหลังพวกเขาคือหีบสินสอดทั้งหมด!
ผู้คนฮือฮาลั่นทันที
“เจอแล้ว!”
“จริงด้วย! นั่นหีบของจิ่นอ๋อง!”
“แล้วนั่นก็สินเดิมคุณหนูใหญ่!”
ฮูหยินหลิวแทบทรุดลงไปกองกับพื้น มู่หรงหว่านหน้าขาวซีดราวกระดาษ
หยุนเฟิงคุกเข่าลง
“เรียนท่านอ๋อง พบของทั้งหมดซุกซ่อนอยู่ในเรือนเก็บของฝั่นตะวันตกพ่ะย่ะค่ะ”
ทั้งลานเงียบกริบทันที สายตาทุกคู่หันไปมองฮูหยินหลิวพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
มู่หรงซีรีบหันไปทางชิงอวี้ทันที
“ชิงอวี้ เอาบัญชีทรัพย์สินของท่านแม่ข้ามา”
“เจ้าค่ะ!” สาวใช้ตัวน้อยรีบวิ่งไปหยิบสมุดบัญชีเล่มหนาออกมา ก่อนคลี่กางต่อหน้าทุกคน
มู่หรงซีรับมันมาเปิดอย่างช้าๆ
“นี่คือบัญชีสินเดิมที่มารดาผู้ให้กำเนิดข้าทิ้งเอาไว้ ทุกชิ้นมีการลงตราและจดบันทึกครบถ้วน” นางพลิกไปทีละหน้า
“หยกขาวหงส์คู่”
“ไข่มุกทะเลบูรพาสามสาย”
“ทองคำหนึ่งหมื่นตำลึง”
“ผ้าไหมหลวงและทรัพย์สินมีค่าอีกหลายรายการตามบัญชีนี้ ทุกอย่างตรงกับของที่ถูกค้นพบทั้งหมด สามารถตรวจสอบที่มาที่ไปได้”
หญิงสาวเงยหน้าขึ้นช้าๆ
“ดังนั้น…สินเดิมของหม่อมฉันถูกขโมยจริง ๆ เพคะท่านอ๋อง”
ผู้คนเริ่มซุบซิบกันหนักกว่าเดิม
“สวรรค์…”
“เช่นนั้นคุณหนูใหญ่ถูกใส่ร้ายหรือ”
“แล้วผู้ใดกล้าทำเรื่องเช่นนี้กัน”
ฮูหยินหลิวรีบกรีดร้องขึ้นทันที
“ไม่ใช่ข้า! ต้องเป็นบ่าวในเรือนแน่! พวกมันเห็นแก่เงินจึงแอบขโมย!”
มู่หรงซีแทบหลุดหัวเราะ ยังจะดิ้นอีกหรือ หญิงสาวจึงเอียงหน้าเล็กน้อย ก่อนพูดเสียงใส
“แต่สินเดิมของข้าเป็นท่านแม่เลี้ยงที่ดูแลมาตลอดมิใช่หรือเจ้าคะ รวมถึงสินสอดของท่านอ๋องด้วย ในจวนนี้ หากไม่มีนายสั่ง บ่าวคนใดจะกล้าขโมยของมากมายเช่นนี้กัน จะขนออกจากจวนก็ย่อมเป็นจุดสนใจ ทำอะไรเอิกเริกไม่ได้” ประโยคนั้นทำเอาฮูหยินหลิวหน้าแข็งค้างทันที
มู่หรงเจิ้งหันขวับไปมองภรรยา สีหน้าไม่น่าดูอย่างยิ่ง
“เจ้า…”
ฮูหยินหลิวรีบส่ายหน้า
“ท่านพี่! ข้าไม่รู้เรื่องจริงๆ!”
เพียะ!!!
เสียงตบดังลั่นไปทั่วลาน ฮูหยินหลิวถูกตบจนล้มลงไปกับพื้น มุมปากแตก เลือดไหลซึมในทันที
ทั้งลานเงียบกริบ มู่หรงซีตาโตทันที
โอ้โห…
ตบแรงมาก!
สะใจชะมัด!
ในที่สุดละครดีๆ ก็เริ่มขึ้นแล้ว!
มู่หรงเจิ้งโกรธจนตัวสั่น
“ข้าไว้ใจเจ้า! มอบทั้งจวนให้เจ้าดูแล แต่เจ้ากลับทำเรื่องต่ำช้าเช่นนี้!”
ฮูหยินหลิวรีบคลานเข้าไปเกาะชายเสื้อสามี
“ท่านพี่ ข้าโดนใส่ร้ายนะเจ้าคะ เป็นบ่าว! ต้องเป็นพวกบ่าวแน่ ๆ” นางรีบชี้ไปยังชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลัง
“มันเป็นคนขนของ จับมันไปลงโทษเดี๋ยวนี้!”
บ่าวผู้นั้นหน้าซีดเผือด รีบคุกเข่าลงทันที
“ข้าน้อย…ข้าน้อย…”
มู่หรงซีมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ตามพล็อตเดิม บ่าวผู้นี้จะถูกโยนให้เป็นแพะรับบาป
สุดท้ายถูกโบยจนตาย หญิงสาวถอนหายใจเบาๆ ก่อนเดินเข้าไปหา นางย่อตัวลงเล็กน้อยแล้วกระซิบเสียงเบา มีเพียงอีกฝ่ายที่ได้ยิน
