6
แท่งทองแตกออกเป็นสองท่อนทันที!
ด้านในกลวง!
ผู้คนฮือฮาลั่น
“ทองปลอม!”
“สวรรค์! นั่นสินสอดจากจิ่นอ๋องไม่ใช่หรือ!”
“เหตุใดถึงเป็นของปลอมได้!” เสียงซุบซิบดังระงมไปทั่วจวน
“หรือจิ่นอ๋องเกลียดพระชายาจนเอาของปลอมมาแต่งงานด้วย”
“ก็คุณหนูใหญ่วางยาท่านอ๋องก่อนนี่นา”
“หากเป็นข้า ข้าก็เกลียด!”
สีหน้าของเซียวจิ่นอันเย็นเยียบลงทันที แรงกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจนคนทั้งลานเงียบกริบ
“นี่มันอะไรกันท่านอัครเสนาบดี” เสียงของเขาเย็นเฉียบ
หยุนเฟิงรีบก้าวออกมาทันที เซียวจิ่นอันมองหีบสินสอดแตกกระจายตรงหน้า แววตาคมเต็มไปด้วยไอสังหาร
“สินสอดของข้าแต่แรกเป็นของจริงทั้งหมด เหตุใดถึงกลายเป็นของปลอมไปได้”
มู่หรงเจิ้งหน้าเปลี่ยนสีทันที ฮูหยินหลิวรีบกรีดร้องเสียงหลง
“ซีเอ๋อร์ เจ้าทำเรื่องโง่เง่าอะไรลงไปอีกแล้ว” นางรีบบีบน้ำตาทันที มู่หรงซีทำหน้าเบื่อหน่าย
มารดาเลี้ยงของนางเริ่มเล่นละครอีกแล้วสินะ
เสียงในใจของนางทำให้เซียวจิ่นอันหรี่ตามอง นี่หมายความว่าเป็นฝีมือของฮูหยินหลิวเช่นนั้นหรือ
“ต่อให้เจ้าจะรักชายชู้คนนั้นเพียงใด แต่ก็ไม่ควรขโมยสินสอดของท่านอ๋องไปเช่นนี้”
มู่หรงหว่านรีบทำสีหน้าตกใจไม่ต่างจากผู้เป็นมารดา
“ท่านพี่ ทำไมท่านเหลวไหลเช่นนั้น ผู้ชายคนนั้นไม่เหมาะสมคู่ควรกับท่านหรอก ท่านจะขโมยเงินและสินสอดไปให้มัน มันคุ้มค่าแล้วเหรอ ท่านอ๋องเป็นถึงผู้สำเร็จราชการ ถึงแม้จะขาพิการแต่อย่างไรก็ย่อมดีกว่าชายเสเพลที่ท่านแอบคบหาแน่นอน”
มู่หรงซีคิดในใจว่า…
สองแม่ลูกนี่เล่นละครเก่งกันเสียจริง ตัวเองทำแต่มาโทษคนอื่น แถมมาเหยียดสามีของนางอีกว่าพิการ แบบนี้มันต้องเอาคืน
ยังไม่ทันที่นางจะเดินเข้าไปตบ เซียวจิ่นอันก็พยักหน้าให้คนสนิท หยุนเฟิงก็ตรงเข้าไปตบปากของมู่หรงหว่านในทันที
เพียะ!!!
ใบหน้าของนางหันไปตามแรงตบ
“สามหาว ท่านอ๋องเป็นใคร เจ้าเป็นใคร กล้ามาวิจารณ์ท่านอ๋องเช่นนั้นรึ” หยุนเฟิงตวาดเสียงกวาด แม้จะกลัวแต่สองแม่ลูกยังปากดี
“เจ้าทาสชั้นต่ำ กล้าตบลูกสาวข้ารึ”
“จริงด้วย เจ้าเป็นใคร ก็แค่องครักษ์กระจอก ๆ กล้าตบข้างั้นรึ”
“หยุนเฟิงเติบโตมากับข้า รักกันเหมือนพี่น้อง พวกเจ้าด่าเขาว่าเป็นทาสชั้นต่ำ องครักษ์กระจอกงั้นรึ” เซียวจิ่นอันเอ่ยถามเสียงเย็น
“ปะ... เปล่าเพคะท่านอ๋อง พวกข้าไม่กล้า”
“ข้าว่าเจ้ากล้ามากนะ” ประโยคนั้นทำให้มู่หรงซีหลุดหัวเราะออกมา
นี่แหละว่าที่สามีของข้า เด็ดขาด ดุดัน เก่งกล้า สามารถ ตบเป็นตบ ด่าเป็นด่า เข้ม ๆ แบบนี้ข้าชอบ
เซียวจิ่นอันแอบยืดเล็กน้อยที่ได้ยินเสียงในใจของว่าที่พระชายากำลังชม
“เจ้ายังจะมาหัวเราะอยู่อีก เจ้าขโมยสินสอดไปให้ชายชู้ นำกลับมาคืนเดี๋ยวนี้ เจ้าทำให้จวนอัครเสนาบดีของพ่อเจ้าต้องอับอาย” ฮูหยินหลิวหันไปตวาดลูกเลี้ยง
ผู้คนรอบด้านฮือฮาหนักกว่าเดิม
“มีชายชู้จริงหรือ!”
“ไร้ยางอายเกินไปแล้ว!”
“จิ่นอ๋องน่าสงสารจริงๆ!”
มู่หรงซีแทบอยากปรบมือให้สองแม่ลูกตรงนั้น
โอ้โห… เมื่อคืนเพิ่งขโมยของข้าไป วันนี้ยังเล่นละครได้เนียนขนาดนี้ ข้าต้องซูฮกพวกเขาแล้วสิ สมกับเป็นแม่ลูกตัวร้ายจริง ๆ
“เจ้า นังลูกทรพี” อัครเสนาบดีโกรธจัด เข้าไปตบบุตรสาวทันที มีหรือนางจะยืนนิ่งให้ตบ ก็หลบน่ะสิ
“นี่เจ้ากล้าหลบข้าอย่างนั้นเหรอ” มู่หรงเจิ้งตวาดลั่น
“ข้ายืนให้ท่านตบก็เจ็บน่ะสิ” นางลอยหน้าลอยตาพูด
“เจ้า เจ้านังลูกทรพี แล้วนั่นเจ้าแสดงสีหน้าอะไรของเจ้า” มู่หรงเจิ้งชี้นิ้วสั่นระริก เข้าแผนสองแม่ลูกที่ยิ้มอย่างสะใจ
โอ้โห... ข่าวคาวเสียหายของข้าพวกเขาสินะที่วางแผนใส่ร้าย ปล่อยข่าวลือไปทั่ว ข้าก็ว่าอยู่ทำไมถึงมีแต่ข่าวไม่ดีของข้าไปทั้งเมือง ทั้ง ๆ ที่ข้าไม่ได้ทำอะไรเลย
เสียงในใจของว่าที่พระชายาทำให้เซียวจิ่นอันพอจะเข้าใจที่มาของข่าวลือเสีย ๆ หาย ๆ ของมู่หรงซีแล้ว แต่ตอนนี้ต้องพิสูจน์ก่อนว่าเสียงในใจที่นางคิดเป็นเรื่องจริง
มู่หรงซีสูดหายใจลึก ๆ ก่อนแสร้งทำหน้าซีดเผือด
“หม่อมฉันไม่ได้ทำนะเพคะท่านอ๋อง หม่อมฉันโดนใส่ร้าย” มู่หรงซีร้องไห้สะอึกสะอื้น คุกเข่าลงไปแทบเท้าว่าที่สามีที่นั่งอยู่บนรถเข็น ก่อนจะซุกหน้าที่ตักของเขาร้องไห้อย่างหนัก
“เจ้าทำอะไรของเจ้า ลุกขึ้นก่อน” เขารู้สึกทำตัวไม่ถูกเมื่อนางเอาแต่ซุกเข้ามาหา
“นี่เจ้า คนมองกันใหญ่แล้ว” เซียวจิ่นอันหน้าแดงลามไปถึงใบหู ไม่เคยมีหญิงใดใกล้ชิดกับเขาต่อหารธารกำนัลเช่นนี้มาก่อน
“ท่านอ๋องต้องให้ความเป็นธรรมหม่อมฉันนะเพคะ หม่อมฉันไม่เคยมีชายชู้ ชายคนไหนก็ไม่มี หม่อมฉันรักพระองค์เพียงคนเดียวเท่านั้น” นางเงยหน้าขึ้นก่อนจะยกสามนิ้วขึ้นชูอย่างขึงขัง
“เจ้าลุกขึ้นก่อน”
“ข้าจะไม่ลุกขึ้นถ้าพระองค์ไม่ทรงเชื่อหม่อมฉัน” นางเงยหน้ามองเซียวจิ่นอัน ดวงตาแดงระเรื่ออย่างน่าสงสาร
“หม่อมฉันไม่เคยมีชู้รัก และไม่เคยขโมยสินสอดของท่านอ๋อง หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ” สีหน้าของนางจริงจังอย่างยิ่ง แต่ในใจกลับวุ่นวายไม่หยุด
เขาจะเชื่อหรือไม่นะ…
ถ้าไม่เชื่อข้าคงโดนจับโยนเข้าคุกในวันแต่งงานเป็นแน่
เซียวจิ่นอันมองหญิงสาวนิ่งๆ เสียงในใจของนางยังดังชัดในหัวของเขา
ของที่ถูกขโมยไปก็อยู่เรือนตะวันตกแท้ ๆ ทำยังไงจะบอกให้เขาส่งคนไปค้นที่นั่นนะ
“พอแล้วนังลูกไม่รักดี วันนี้ข้าจะตีเจ้าให้ตาย ทำท่าทำทางอะไรของเจ้า” อัครเสนาบดีหยิบไม้ขึ้นมาเพื่อจะตีบุตรสาว ที่เห็นอีกฝ่ายไปซุกตัก ไซ้ตักแนบชิด ซึ่งเป็นเรื่องน่าอับอายขายหน้านัก
“ท่านพ่อข้ากลัวแล้ว” นางวิ่งไปรอบรถเข็นของว่าที่สามี ไม่ยอมให้บิดาตีได้ง่าย ๆ
“กลัวก็หยุดวิ่งสิ ข้าจะตีเจ้าให้ตาย”
“จะหยุดวิ่งได้อย่างไรเจ้าคะ ท่านพ่อก็ตีข้าตายสิ”
“ยังจะเล่นลิ้นอีก”
“หยุด!” เสียงตวาดเข้มของเซียวจิ่นอัน ทำให้สองพ่อลูกหยุดวิ่ง
“กระหม่อมขออภัยพ่ะย่ะค่ะ แต่ลูกสาวของกระหม่อมเกินเยียวยาแล้ว”
“ยังไม่ได้สืบสวน แต่ฟังความข้างเดียว ท่านด่วนสรุปว่าพระชายาของข้าขโมย แบบนี้จะไม่ลำเอียงไปหน่อยหรือ”
