บท
ตั้งค่า

บทที่ 4 ลงโทษ

“ท่านอาจารย์ไม่ใช่คนธรรมดา แม่นมไม่ต้องกังวลไปหรอกเจ้าค่ะ ท่านคงไปช่วยใครสักคน หรือไม่ก็ออกเดินทางหาสมุนไพรหายากอีกตามเคย”

“แต่ท่านไม่ได้บอกว่าจะไปที่ใดเลยนะเจ้าคะ นี่ก็หลายวันแล้ว” แม่นมหลี่พูดเสียงเบา แววตาเต็มไปด้วยความกังวล

ทว่าหญิงสาวกลับหัวเราะเบาๆ

“แม่นมหลี่ยังไม่รู้ ท่านอาจารย์นอกจากจะรักษาคนได้แล้ว ยังมีวรยุทธสูงส่งอีกด้วย ท่านลืมแล้วหรือเจ้าคะ ว่าครั้งก่อนท่านเคยกำราบโจรป่าที่คิดมาปล้นหมู่บ้านได้เพียงชั่วพริบตา”

แม่นมหลี่นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างจำใจ

“ก็จริงของคุณหนู ข้าคงแก่เกินไปแล้ว ถึงได้ชอบคิดมาก”

เสิ่นเล่อเหยียนยื่นมือไปหยิบขนมวางใส่ถ้วยของแม่นมหลี่

“ท่านลองทานขนมนี้ดูสักหน่อย หอมดีนัก พี่หลิงหลิงอุตส่าห์มีน้ำใจ...อ่อ แล้วก็เรื่องท่านอาจารย์ แม่นมวางใจเถิด นี่มิใช่ครั้งแรกที่ท่านออกจากหมู่บ้านสักหน่อย”

ทั้งสองหันมาทานอาหารกันอย่างเงียบๆ อีกครั้ง แสงตะเกียงน้ำมันส่องแสงอุ่นๆ อยู่กลางโต๊ะ เงาของหญิงสาวและแม่เฒ่าชราทอดยาวบนผนังไม้ คลอเคล้าไปด้วยเสียงจิ้งหรีดร้องระงมอยู่ด้านนอก

แม้จะมีเพียงสองคนในเรือน แต่บรรยากาศกลับอบอุ่นอย่างน่าประหลาด ราวกับโลกใบนี้ มิอาจนำความหมองมัวมาสู่หัวใจคนทั้งสองได้เลย

วันต่อมา ข่าวการจับตัวท่านลุงใหญ่ของจางเอ้อหลางได้แพร่สะพัดไปทั่วหมู่บ้าน ชาวบ้านต่างพากันมายืนมุงที่ศาลบรรพชนกลางหมู่บ้าน ชายวัยกลางคนร่างผอมถูกมัดมือไพล่หลัง นั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางลาน

ใบหน้าของเขายามนี้ดูซูบซีดและบวมปูด นั่นอาจเพราะถูกชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์ ก่อนจะถูกนำตัวมาที่นี่

ท่านลุงจางเป็นผู้นำเหล่าชายฉกรรจ์ในหมู่บ้าน ไปจับตัวเขากลับมาจากบ่อนพนันในเมือง เงินที่ขโมยไปจากบ้านจางถูกใช้จนหมดสิ้น เหลือเพียงเศษเหรียญไม่กี่เหวินในกระเป๋าผ้าขาดๆ

แม่เฒ่าจวงที่พึ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บ เมื่อเห็นบุตรชายคนโตในสภาพนั้นก็พลันทรุดตัวลงร้องไห้สะอึกสะอื้น

“เจ้า! ทำไมถึงได้กลายเป็นเช่นนี้เหล่าต้า...ข้าเลี้ยงดูเจ้ามาอย่างดี เหตุใดถึงทำร้ายคนในครอบครัวได้ลงคอ พี่น้องทั้งหลายรวมถึงหลานๆ ยอมอดทนเพื่อส่งเสียให้เจ้าได้ร่ำเรียน แต่เจ้ากลับเป็นคนไม่เอาไหนไปเสียได้ ฮื่ออออ!!! โธ่เอ้ยสวรรค์!! ท่านมาเอาชีวิตแก่ๆ ของข้าไปเถิด”

เสียงร้องไห้ของหญิงชราดังก้องไปทั่วลานดิน เสิ่นเล่อเหยียนและแม่นมหลี่ที่ยืนอยู่ด้านนอกฝูงชน มองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกหนักอึ้ง

หญิงสาวเหลือบมองชายวัยกลางคนที่ถูกมัดอยู่กลางลาน ด้วยสายตาเศร้าสร้อย นางไม่เข้าใจเลยว่า...ชายผู้เคยเป็นบัณฑิตผู้สง่างามและมีความรู้ เป็นที่เคารพของคนทั้งหมู่บ้าน เหตุใดถึงได้ตกต่ำลงถึงเพียงนี้

สิบปีก่อน ตอนที่นางพึ่งมาถึงหมู่บ้านแห่งนี้ใหม่ๆ จางเหล่าต้ายังเป็นชายผู้เปี่ยมด้วยความมุ่งมั่นในการร่ำเรียน

ความฝันของเขาคือการสอบให้ได้อันดับหนึ่งในเมืองหลวง และพาครอบครัวหลุดพ้นจากความอดอยาก

เขาพากเพียรอ่านตำราทุกคืนวัน และมักสอนเด็กๆ ในหมู่บ้านให้รู้หนังสือในยามว่าง หากตั้งใจอีกเพียงสักหน่อย อีกไม่นานอาจได้เป็นถึง “จีว์เหริน” ที่มีอนาคตสดใส แต่บัดนี้กลับกลายเป็นคนติดการพนัน ขี้เมา และทำร้ายคนในครอบครัว

ร่างบางส่ายหน้าเบาๆ พลางถอนหายใจ

“ช่างน่าเสียดาย...” แม่นมหลี่ที่ยืนอยู่ด้านข้าง เหลือบมองหญิงสาว ก่อนจะพูดเสียงแผ่ว

“คุณหนู ข้ารู้ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่”

เสิ่นเล่อเหยียนหันมองหญิงชราพลางส่ายหน้า

“แม่นมหลี่ ข้าบอกหลายครั้งแล้ว ให้เรียกข้าว่าเหยียนเหยียน หรือเหยียนเอ๋อเหมือนคนอื่น ที่นี่ไม่มีคุณหนูอะไรทั้งนั้น ข้าเป็นแค่เพียงชาวบ้านธรรมดาเหมือนคนอื่นๆ หาใช่บุตรสาวจากจวนเสิ่นผิงโหวผู้สูงศักดิ์ไม่”

แม่นมหลี่พยักหน้าช้าๆ พลางถอนหายใจเบาๆ ดูเหมือนคุณหนูจะปล่อยวางจากทุกสิ่งแล้ว มีเพียงตนเองที่ยังยึดติดไม่ยอมปล่อยมันไป หญิงชราคิดในใจกับตนเอง

“ได้ ได้...ข้ารู้แล้ว เหยียนเหยียน” นางเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

“หลายปีก่อน ก่อนที่เขาจะสอบระดับอำเภอเพียงวันเดียว ข้าเหมือนจะเคยเห็นเขาอยู่กับบัณฑิตผู้หนึ่ง ทั้งสองเข้าไปเที่ยวในหอนางโลม แต่บัณฑิตผู้นั้นกลับสอบติดได้เป็นซิ่วไฉ ส่วนคนที่สอบตกก็คือจางเหล่าต้าคนนี้ เจ้าคิดว่ามันแปลกหรือไม่”

เสิ่นเล่อเหยียนขมวดคิ้วเล็กน้อย

“ท่านหมายความว่า...มีบางอย่างผิดปกติในวันนั้นหรือ”

แม่นมหลี่พยักหน้า

“ข้าไม่กล้ายืนยัน แต่หลังจากวันนั้น เขาก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง ไม่ยอมอ่านหนังสือ ไม่พูดกับใคร เอาแต่ดื่มเหล้าและเที่ยวเล่น ข้าคิดว่ามันอาจไม่ใช่เพียงเรื่องการสอบตกธรรมดา เพราะถ้าปีนี้สอบไม่ได้ ปีหน้าก็แค่สอบอีกครั้ง”

หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่ง ดวงตาเรียวลึกฉายแววครุ่นคิด

“บางที...อาจมีเรื่องที่เรายังไม่รู้”

เสียงก่นด่าดังขึ้นอีกครั้ง ดึงความสนใจของทุกคนกลับไปยังลานด้านหน้าศาลบรรพชน เสิ่นเล่อเหยียนมองภาพนั้น ก่อนจะเอ่ยเบาๆ ราวกับพูดกับตัวเอง

“คนเรา...หากหลงทางเพียงก้าวเดียว บางครั้งก็อาจไม่มีวันได้กลับมาอีกเลย...” ดวงตาของหญิงสาวฉายแววเย็นชา เป็นครั้งแรก

“และดูเหมือนที่เขาเป็นเช่นนี้ คงจะถูกคนวางแผนมาอีกทอดหนึ่ง” ร่างบางเอ่ยกับตนเอง ทว่าด้านข้างกลับมีเสียงหนึ่งดังแทรกขึ้น นางคือมู่หลิงหลิงนั่นเอง

“ข้าเคยเห็นภรรยาและลูกของท่านลุงใหญ่จาง อาศัยอยู่ในจวนตระกูลที่ค่อนข้างมีฐานะ บางที...แม้แต่ภรรยาและลูกของเขาก็คงจะร่วมมือกับบัณฑิตผู้นั้น”

หญิงสาวเบิกตากว้าง ก่อนจะหันไปด้านข้างของตน

“พี่หลิงหลิง ท่านหมายความว่า...”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel