2
รถม้าเคลื่อนลึกเข้าไปในหุบเขาเหยิงซาน บรรยากาศรอบนอกเงียบสงัดจนผิดปกติ เสียงนกฮูกที่เคยร้องระงมเงียบหายไป เหลือเพียงเสียงล้อไม้บดทับกิ่งไม้แห้งดังก้องในความมืด
ชิวหมิง สาวใช้ที่สวีหลานส่งมารับใช้ข้างกาย ลืมตาขึ้นมาในความมืด นางแสร้งทำเป็นขยับตัวด้วยความงัวเงีย แต่สายตากลับลอบสังเกตเสิ่นเจียหนิงที่นั่งหลับตาพริ้มอยู่อีกฝั่ง ในใจของนังบ่าวทรยศลอบยิ้มเยาะ คุณหนูใหญ่ผู้โง่เขลา อีกไม่กี่อึดใจก็จะต้องกลายเป็นผีเฝ้าป่าแล้ว
ทันใดนั้น รถม้าก็หยุดชะงักอย่างแรงจนสารถีสบถลั่นด้วยความตกใจ
ข้างนอกมีเสียงฝีเท้าหนักของบุรุษนับสิบคนพร้อมอาวุธครบมือเดินโอบล้อมเข้ามา หัวหน้าโจรป่าหัวเราะเสียงเหี้ยมเกรียม สั่งให้ลูกน้องตรงเข้าไปลากตัวสตรีในรถม้ามาสังหารทิ้งตามคำสั่งของผู้ว่าจ้างที่จ่ายเงินมาอย่างงาม
ชิวหมิงแสร้งกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว แต่ร่างกายกลับขยับบังขวางประตูรถม้าไว้ไม่ให้เสิ่นเจียหนิงหนีรอด
ทว่าเสิ่นเจียหนิงเพียงแค่เปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตากลมโตหามีแววตระหนกตกใจแม้แต่น้อย นางเพียงนั่งตัวตรงสง่าผ่าเผยและเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
"พวกเจ้ามาช้าไปหน่อยนะ"
สายลมหนาวเหน็บที่ไร้ที่มาก็พัดกระหน่ำอย่างรุนแรง กลิ่นคาวเลือดและเนื้อเน่าเหม็นคละคลุ้งไปทั่วอาณาบริเวณจนชวนสะอิดสะเอียน
กลุ่มโจรป่าที่กำลังเงื้อดาบชะงักงัน เมื่อเห็นเงาดำทะมึนนับสิบสายพุ่งทะยานออกมาจากพุ่มไม้ใหญ่รอบด้าน
วิญญาณอาฆาตที่ตายโหงในป่าแห่งนี้ปรากฏกายขึ้นตามคำบัญชาของเสิ่นเจียหนิง บางตนคอหักพับไปด้านหลัง บางตนมีเลือดสีดำข้นไหลทะลักจากเบ้าตา พวกมันส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนจนแก้วหูแทบฉีกขาด แล้วพุ่งเข้าเกาะกุมดึงทึ้งแขนขาของเหล่าโจรชั่ว
โจรคนหนึ่งตื่นตระหนกฟันดาบใส่วิญญาณร้าย แต่อนิจจา
คมดาบทะลุผ่านอากาศธาตุ ก่อนที่วิญญาณตนนั้นจะพุ่งเข้าสิงสู่ร่างของมัน โจรผู้นั้นเบิกตากว้าง น้ำลายฟูมปาก แล้วหันดาบเข้าฟันคอเพื่อนโจรด้วยกันเองอย่างบ้าคลั่ง
ความโกลาหลบังเกิดขึ้นในพริบตา โจรป่าที่เคยเหี้ยมโหดต่างร้องไห้น้ำตานองหน้า ทิ้งอาวุธในมือแล้ววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงไปคนละทิศคนละทาง บางคนสะดุดรากไม้ล้มกลิ้งตกลงไปในหุบเหวลึก บางคนวิ่งชนต้นไม้จนสลบไสลไม่ได้สติ
เสียงร้องขอชีวิตดังระงมแข่งกับเสียงหวีดหวิวของภูตผี
ภายในรถม้า ชิวหมิงขดตัวสั่นเทาเป็นลูกนกตกน้ำ นางมองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นเพียงความมืดและภาพโจรป่าที่ฆ่าฟันกันเองราวกับคนเสียสติ นางไม่มีสัมผัสที่หกจึงมองไม่เห็นผี แต่ความกดดันน่าขนลุกและเสียงกรีดร้องของพวกโจรทำให้นางหวาดกลัวจนปัสสาวะราดรดกระโปรง
เสิ่นเจียหนิงปรายตามองสาวใช้ด้วยสายตาสมเพช นางยกมือขึ้นลูบปิ่นไม้บนศีรษะเบาๆ เป็นสัญญาณทางจิตให้เหล่าวิญญาณรับรู้ว่าผลงานเป็นที่น่าพอใจ และนางจะทำตามสัญญาสวดส่งวิญญาณให้พวกเขาทันทีที่ถึงเมืองหลวง
เมื่อเสียงอึกทึกภายนอกเงียบสงัดลง เสิ่นเจียหนิงจึงใช้ปลายเท้าเขี่ยชิวหมิงที่หมอบตัวสั่นอยู่บนพื้นรถม้า
"ลุกขึ้น ไปบอกสารถีให้ออกเดินทางต่อ หากชักช้า ข้าจะทิ้งเจ้าไว้เป็นอาหารสัตว์ป่าที่นี่"
ชิวหมิงสะดุ้งสุดตัว รีบพยักหน้าหงึกหงักคลานออกไปหน้ารถม้าอย่างลนลาน สารถีเองก็ขวัญหนีดีฝ่อไม่แพ้กัน เมื่อเห็นพวกโจรหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย ก็รีบสะบัดแส้เร่งม้าให้ออกพ้นจากหุบเขามรณะแห่งนี้โดยเร็วที่สุด
เสิ่นเจียหนิงเอนหลังพิงพนักรถม้าอย่างผ่อนคลาย ดวงตาคู่สวยทอประกายเย็นเยียบ
เตรียมตัวรับของขวัญชิ้นแรกจากการกลับมาของข้าเถิด สวีหลาน
