บท
ตั้งค่า

บทที่ 6

เขาประคองนางนอนราบลงกับพื้นท่ามกลางการล่าถอยของมือสังหาร ก้มลงมองนางด้วยสายตาอ่อนโยน รอยยิ้มหล่อเหลาทำให้นางงุนงงยิ่งกว่าเดิม “เพราะเหตุใด เจ้าเป็นใคร!...”

“สงสัยหรือว่าเหตุใดข้ารู้ว่าปราณเซียนของท่านอยู่ที่หน้าอกด้านขวา...ผู้ครอบครองหยกอันอวี่”

นางเบิกตามองเขาขณะดวงตากำลังพร่ามัวด้วยความเจ็บปวด มีเพียงคนเดียวที่ล่วงรู้เรื่องนี้...อดีตคู่หมายของนาง ผู้ครอบครองกระบี่หวงหลง!!

“เจ้าเป็นอะไรกับเขา!”

“ข้าคือบุตรชายของเขา...กับนาง”

เสวียนเหยาคว้าสาบเสื้อของเขาแน่น ความโกรธปะทุขึ้นทว่าร่างกายกลับสิ้นไร้ซึ่งเรี่ยวแรง ความสับสนงุนงงแต่ปะปนมากับความโกรธทำให้ในดวงตาแฝงประกายไม่ยินยอม

ตลอดมาคิดว่าตัวเองหลบเร้นและซ่อนตัวได้ดี ทว่าเพราะเหตุใด...กว่าพันปีผันผ่านเหตุใดนางจึงถูกจับได้ อีกทั้งยังถูกทำร้ายซ้ำๆ จากอดีตที่นางพยายามวิ่งหนีมาครึ่งชีวิต

นางหนีพ้นจากผู้ครอบครองกระบี่หวงหลงและผู้ครอบครองพัดวารี ทว่าวันนี้กลับเสียท่าให้กับบุตรชายของสองคนนั่นอย่างนั้นหรือ!!

สาบเสื้อของนางถูกแหวกออกเล็กน้อย เชือกที่ใช้ห้อยแหวนหยกถูกดึงออก เสวียนเหยาพยายามตั้งสติด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึก มือพยายามยื้อเชือกเส้นนั้นจากเขา ทว่าเมื่อเห็นว่าเขาทำอะไรนางก็ได้แต่ตื่นตระหนก

“เสวียนเหยา...” เสียงทุ้มเรียกนางขณะนำของวิเศษทั้งสามสิ่งมาวางรวมกัน แสงบางอย่างสาดส่องมายังของวิเศษทั้งสาม ถึงอย่างนั้นการต่อสู้ก็ยังไม่หยุด มนุษย์เหล่านั้นไม่หันมามองด้วยซ้ำว่าเบื้องหลังกำลังเกิดอะไรขึ้น ราวกับพวกเขามองไม่เห็นของวิเศษทั้งสามและองค์เง็กเซียน!!

“หยกอันอวี่ เสวียนเหยา”

“องค์เง็กเซียน” นางพยายามลุกขึ้นแต่ก็เกินกำลัง ปราณแห่งเซียนของนางเพิ่งถูกทำลาย แม้ไม่ถึงชีวิตแต่ก็อ่อนแอเกินกว่าจะช่วยเหลือตัวเอง

“ในเมื่อเลือกละทิ้งหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ก็อย่าได้โทษผู้ใดที่ทำให้เจ้าตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ เจ้าสมควรยินดีที่มีผู้ยินดีแบกรับแทนเจ้า นับจากนี้เจ้ากับเขาจะเป็นเพียงมนุษย์ที่เวียนว่ายตายเกิด สามภพภูมิถูกตัดขาด มนุษย์ เซียน ทวยเทพ สมควรอยู่ในแต่ละภพภูมิไม่ยุ่งเกี่ยวกัน”

เสวียนเหยาหลับตาลงด้วยความสับสน นางบอกไม่ได้ว่าโล่งอก ยินดี หรือโศกเศร้า รู้ทั้งรู้ว่าเรื่องในวันนี้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ต้องเกิด ด้วยนางเป็นเซียนซึ่งหลงวนอยู่บนโลกมนุษย์ ตลอดพันปีมานี้นางไม่แก่ชราจึงเดินทางไปเรื่อยๆ ไม่ปักหลักที่ใด ด้วยกลัวว่าจะมีคนจดจำและสังเกตเห็นสิ่งเหล่านี้

สัมผัสแผ่วเบาประทับลงยังกึ่งกลางหน้าผาก นางลืมตาขึ้นด้วยความตกตะลึง สัมผัสนั้นอุ่นวาบไล่เรื่อยไปทั้งร่างกาย คล้ายบางอย่างกำลังเยียวยาทว่านางกลับไม่รู้ว่ามันคืออะไร

เขา...ฉีเฟิงเยี่ยนเพิ่งจุมพิตหว่างคิ้วนาง?!

เขามองนางด้วยรอยยิ้ม “เดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว ข้าจะพาท่านไปจากที่นี่” จากนั้นเขาก็ป้อนยาเม็ดหนึ่งให้นางกิน

เสวียนเหยาง่วงงุนจนไม่อาจครองสติ ความเจ็บปวดค่อยๆ พร่าเลือนไปพร้อมกับการรับรู้ ก่อนหมดสติไปนางคล้ายได้ยินเสียงรายงานขององครักษ์

“คุณชายคนของเรามาถึงแล้วขอรับ”

“ดี เร่งเดินทางกลับเมืองหลวงเถิด”

“แต่แม่นางเสวียน?”

“ข้าจัดการเอง จะให้หมอที่ใดไม่รู้มารักษานางได้อย่างไร” เพราะอย่างนี้เมื่อได้สติขึ้นมาแผลที่ถูกฉีเฟิงเยี่ยนแทงก็ได้เขาเป็นผู้ลงมือรักษา

รถม้าส่ายไหวไปมากระเทือนแผลจนเสวียนเหยาอดไม่ได้ที่จะย่นคิ้ว นางไม่ได้เจ็บตัวเช่นนี้มานานเท่าไรแล้วนะ...ห้าร้อยปี? หรืออาจจะมากกว่านั้น?

“รู้สึกตัวแล้วกระมัง เช่นนั้นลุกขึ้นดื่มยาหน่อยเถิด”

นางลืมตาขึ้นมองบุรุษที่คอยปรนนิบัติตลอดการเดินทาง ทั้งที่ตัวเขาเป็นคนลงมือทำให้นางต้องตกอยู่ในสภาพนี้
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel