บทที่ 7
นางลืมตาขึ้นมองบุรุษที่คอยปรนนิบัติตลอดการเดินทาง ทั้งที่ตัวเขาเป็นคนลงมือทำให้นางต้องตกอยู่ในสภาพนี้ ทว่า...แม้เขาเป็นต้นเหตุให้นางเจ็บตัว เป็นต้นเหตุให้นางสูญเสียหยกอันอวี่ กระทั่งถึงตอนนี้นางตระหนักแล้วว่าอายุขัยของนางหดสั้นลง กระนั้นนางกลับไม่รู้สึกโกรธเคือง ตรงกันข้ามนางกลับรู้สึกเบาโหวงคล้ายภาระบนบ่าถูกปลดเปลื้อง
บัดนี้นางไม่ใช่ผู้ถือครองของวิเศษอีกแล้ว ไม่จำเป็นต้องกังวลว่าฐานะจะถูกเปิดโปง ไม่ต้องคอยหวาดระแวงว่าจะมีผู้ที่ไม่เหมาะสมคิดแย่งชิงหยกอันอวี่ไป ไม่ใช่สตรีที่อายุขัยยืนยาวจนต้องหลบๆ ซ่อนๆ ย้ายที่อยู่ไปเรื่อยๆ
นางคล้าย...ไม่แยแสสักนิดว่าวันหน้าตัวนางจะเป็นอย่างไรต่อ
ฉีเฟิงเยี่ยนช่วยพยุงนางขึ้นพิงกับอก ค่อยๆ ป้อนยาให้นางทีละช้อนอย่างใจเย็น ช่วยเช็ดปากให้เมื่อยาเลอะ กระซิบบอกให้นางค่อยๆ กลืนด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ไม่มีใครอยากตาย...เสวียนเหยาเองก็เช่นกัน นางดื่มยาเงียบๆ ไม่ได้พูดอะไร ไม่ขัดขืน ไม่พยายามดิ้นรน กระทั่งยาหมดชามและชายหนุ่มวางนางลงนอนราบดังเดิม
“หลับเถิด ใกล้จะถึงเมืองหลวงแล้ว ท่านจะได้พักผ่อนเพื่อให้ร่างกายเยียวยา รถม้ากระเทือนเพราะต้องรีบกลับให้ถึงเมืองหลวงก่อนวันมะรืน ทนอีกสักนิดเถิด” นางหลับตาลงไม่ถาม ไม่สงสัย รู้ดีว่าเขาเองก็ประหลาดใจที่นางเป็นเช่นนี้
ถามแล้วอย่างไร ไม่ถามแล้วอย่างไร...
มาถึงตอนนี้นางก็ได้แต่ปล่อยวาง หากเขาอยากสังหารนางก็คงไม่ช่วยปรนนิบัติอย่างยากลำบากเช่นนี้กระมัง
ผ่านไปครึ่งชั่วยามรถม้าจอดอีกครั้ง ครั้งนี้มีสตรีวัยกลางคนและบุตรสาวขึ้นรถม้ามา ฉีเฟิงเยี่ยนลงไปขี่ม้าแทน เขารอบคอบมากที่หาสาวใช้มาเพื่อปรนนิบัตินาง ด้วยบางเรื่องเขาก็ไม่อาจช่วยนางได้ เช่น...การปลดทุกข์
ท่านป้าหลี่กับหลี่จูผู้เป็นบุตรสาวถูกว่าจ้างให้ช่วยดูแลเสวียนเหยาจนกว่าจะถึงเมืองหลวง ทั้งสองดูแลหญิงสาวดีมากจนแทบจะเรียกได้ว่ายุงไม่กล้าไต่ไรไม่กล้าตอม ถึงอย่างนั้นช่วงเวลาดื่มยาชายหนุ่มก็ยังเข้ามาดูแลด้วยตัวเอง ไม่ยอมให้ผู้ใดเป็นผู้ป้อนยาเสวียนเหยาเด็ดขาด
สามวันถัดมาในช่วงสายในที่สุดขบวนรถม้าก็ผ่านเข้าสู่ประตูเมืองหลวง ระหว่างกำลังจะกลับไปยังจวนแม่ทัพฉีองครักษ์ผู้หนึ่งกลับมาถ่ายทอดรับสั่งให้ฉีเฟิงเยี่ยนไปเข้าเฝ้า
ทว่า... “ข้าต้องไปส่งคนกลับเรือนก่อน ทูลองค์ชายเก้าว่าข้าจะไปเข้าเฝ้าทันทีที่ส่งนางถึงเรือน”
เขา...ถึงกับขัดรับสั่งองค์ชายเพื่อส่งนางเข้าจวน?! องค์ชายเก้า? อา...นางตกลงไปในกับดักของฉีเฟิงเยี่ยนตั้งแต่แรกสินะ
จวนแม่ทัพฉียิ่งใหญ่โอ่อ่าผู้คนก้มศีรษะค้อมกายเมื่อชายหนุ่มเดินผ่าน เสวียนเหยาถูกห่อด้วยเสื้อคลุมขนจิ้งจอกสีดำ ใบหน้าถูกปิดเอาไว้กว่าครึ่งขณะลอบมองบ่าวไพร่ในจวน เสียงกระซิบดังแว่วให้ได้ยินถึงการมาของนาง ทุกคนล้วนสงสัยว่านางเป็นใคร เหตุใดฉีเฟิงเยี่ยนจึงพากลับจวนมาด้วยตัวเอง
“ข้าให้คนตามหมอมาแล้ว ท่านพักผ่อนดีๆ อย่าออกไปข้างนอก ข้ารับรองว่าจะไม่มีใครเข้ามารบกวนท่านที่นี่”
นางไม่ตอบเพียงหลับตานอนนิ่งๆ จากนั้นฟังเสียงฝีเท้าของเขาเดินออกไปพร้อมกำชับสาวใช้ว่าไม่ให้ใครเข้ามารบกวน ไม่เพียงเท่านั้นเขายังถึงกับให้คนสนิทเฝ้าอยู่ด้านนอก ไม่อนุญาตให้ผู้ใดนอกจากท่านหมอเข้ามาในห้อง
ทุกอย่างเงียบงันลงแล้วเสวียนเหยาจึงลืมตาขึ้น นางนอนมาตลอดทางจนไม่รู้สึกง่วง ดังนั้นจึงค่อยๆ ขยับลุกแล้วนั่งพิงหัวเตียง อกด้านขวายังเจ็บอยู่แต่ก็นับว่าอาการของนางดีขึ้นมากแล้ว
ห้องกว้างขวางมีฉากกั้นลายพยัคฆ์คำรามวางที่หน้าเตียง กลิ่นกำยานและกลิ่นชาหอมอ่อนๆ บ่งบอกว่านี่เป็นห้องของบุรุษ