ตอนที่ 4: อุบัติเหตุในลิฟต์
ตอนที่ 4: อุบัติเหตุในลิฟต์
ประตูลิฟต์โดยสารส่วนตัวปิดลง ตัดขาดเสียงเพลงแจ๊สและความวุ่นวายจากโลกภายนอก เหลือเพียงความเงียบสงัดและเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานแผ่วเบา
ออสตินยืนพิงผนังลิฟต์กระจกที่มองเห็นวิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืน แต่สายตาของเขาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่แสงไฟระยิบระยับด้านนอก กลับก้มลงมอง 'ภาระ' ในอ้อมแขนที่กำลังหลับสนิท
"ตัวหนักชะมัด..." เขาบ่นพึมพำ พลางขยับแขนเพื่อประคองร่างนุ่มนิ่มให้เข้าที่เข้าทาง
ปกติแล้ว เพนท์เฮาส์ชั้นบนสุดของเขาคือเขตหวงห้าม ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนได้รับอนุญาตให้ขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นคู่ควงระดับนางแบบหรือดาราที่เขาเคย 'กิน' เล่นๆ แต่วันนี้เขากลับพาแม่นักเขียนเฉิ่มเชยคนนี้ขึ้นมาด้วยเหตุผลที่แม้แต่ตัวเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้
แค่ไม่อยากให้ไปนอนตายอยู่ข้างถนนหรอกน่า... เขาบอกตัวเองในใจ
"อืม..."
จู่ๆ คนในอ้อมแขนก็ส่งเสียงครางแผ่วเบาในลำคอ ลูกหว้าขยับตัวยุกยิกเหมือนลูกแมวที่กำลังหามุมสบาย ใบหน้าหวานที่ปราศจากแว่นตาหนาเตอะถูไถไปกับแผงอกกว้างผ่านเนื้อผ้าเชิ้ตบางๆ ก่อนจะซุกหน้าลงตรงซอกคอของเขาพอดิบพอดี
ออสตินตัวแข็งทื่อ ลมหายใจอุ่นร้อนของเธอรินรดลงบนผิวเนื้อบริเวณไหปลาร้าและต้นคอ ซึ่งเป็นจุดที่ไวต่อความรู้สึก
"อยู่นิ่งๆ" เขาสั่งเสียงต่ำ ทั้งที่รู้ว่าคนเมาคงไม่ได้ยิน
แต่ลูกหว้าไม่ฟัง นอกจากจะไม่หยุดขยับแล้ว เธอยังวาดแขนโอบรอบคอเขาแน่นขึ้น เบียดร่างกายส่วนที่นุ่มหยุ่นที่สุดของลูกผู้หญิงเข้ากับอกแกร่งของเขาอย่างแนบแน่นโดยไม่รู้ตัว
ความรู้สึกวูบวาบแล่นปราดไปทั่วร่างของชายหนุ่มราวกับโดนไฟช็อต
กลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ที่ระเหยออกมาจากตัวเธอ ปะปนกับกลิ่นหอมเฉพาะตัว... มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพงฉุนจมูกเหมือนผู้หญิงที่เขาเคยเจอ แต่มันคือกลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนแป้งเด็ก หรือสบู่เด็ก... กลิ่นที่ดูไร้เดียงสาแต่กลับปลุกสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นเพริดขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
"บ้าเอ๊ย..." ออสตินสบถ กัดฟันแน่นเพื่อข่มอารมณ์ร่างกายส่วนล่างที่เริ่มตึงตัวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ติ๊ง!
เสียงสัญญาณลิฟต์ดังขึ้นช่วยชีวิต ประตูเปิดออกที่ชั้นบนสุด ออสตินรีบก้าวขายาวๆ พาเธอออกจากพื้นที่แคบๆ นั้นทันที ราวกับกลัวว่าถ้าอยู่นานกว่านี้เขาอาจจะเผลอทำอะไรบ้าๆ ลงไป
เขาพาเธอเดินตรงไปยังห้องรับแขกขนาดใหญ่ที่ตกแต่งด้วยโทนสีขรึม แล้ววางร่างเล็กลงบนโซฟาหนังสีดำตัวยาวอย่างระมัดระวัง... หรือพยายามจะระมัดระวัง ถ้าไม่ใช่เพราะ...
"อย่า... อย่าทิ้งนะ..."
มือเล็กๆ ของคนเมาคว้าหมับเข้าที่เนคไทของเขาแล้วกระตุกอย่างแรง ทำให้ร่างสูงที่กำลังจะผละออกเสียหลักล้มตามลงไป!
ออสตินใช้แขนยันพนักโซฟาไว้ได้ทันเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่จะทับร่างเธอ แต่ระยะห่างระหว่างใบหน้าของเขากับเธอก็เหลือเพียงแค่คืบเดียว
ใกล้... จนเห็นแพขนตายาวงอนที่ทาบลงบนแก้มใส ใกล้... จนสัมผัสได้ถึงไอร้อนที่แผ่ออกมาจากพวงแก้มแดงระเรื่อ และใกล้... จนเห็นริมฝีปากจิ้มลิ้มสีชมพูพีชที่กำลังเผยอขึ้นน้อยๆ ราวกับเชิญชวน
"สอน... สอนหว้าหน่อย..." ลูกหว้าละเมอออกมาเสียงแผ่ว น้ำเสียงเจือความน้อยใจและความเว้าวอน "หว้าไม่ได้จืดชืดนะ..."
ออสตินจ้องมองริมฝีปากคู่นั้นนิ่งงัน คำพูดดูถูกของเขาที่เคยว่าเธอไว้ ย้อนกลับมาตีแสกหน้าตัวเอง
จืดชืดงั้นเหรอ?
ตอนนี้เธอดูไม่เหมือน 'อกไก่ต้ม' เลยสักนิด... แต่เหมือนขนมหวานที่ราดด้วยบรั่นดี รสชาติคงหวานล้ำและมอมเมาคนชิมให้หัวหมุนได้ไม่ยาก
"คุณมันตัวอันตรายกว่าที่คิดนะ ยัยแว่น"
ออสตินกระซิบเสียงพร่า เขาค่อยๆ โน้มหน้าลงไปใกล้ขึ้น... ใกล้ขึ้น... แรงดึงดูดบางอย่างทำให้เขาอยากจะลองประทับริมฝีปากลงไปพิสูจน์รสชาติ 'ความจืดชืด' นั้นดูสักครั้ง ปลายจมูกโด่งแตะลงบนแก้มเนียนแผ่วเบา สูดดมความหอมละมุนเข้าปอด
แต่ก่อนที่ริมฝีปากจะได้สัมผัสกัน...
"อือ... พี่ท็อป... ไอ้คนเลว..." ลูกหว้าเบือนหน้าหนีแล้วด่าแฟนเก่าออกมาทั้งที่ยังหลับตา
ออสตินชะงักกึก อารมณ์วาบหวามเมื่อครู่มอดลงทันที แทนที่ด้วยความหงุดหงิดที่พุ่งขึ้นมาแทน
พี่ท็อป? ไอ้ผู้ชายตาถั่วคนนั้นน่ะเหรอ?
เขาดีดตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จัดเสื้อผ้าให้เข้าที่ด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด มองคนที่นอนละเมอถึงแฟนเก่าด้วยสายตาคาดโทษ
"ละเมอถึงคนอื่นต่อหน้าผมเนี่ยนะ? กล้ามาก"
เขาเดินไปหยิบผ้าห่มผืนบางจากในห้องนอนมาโยนคลุมร่างเธอจนมิดหัวอย่างหมั่นไส้ (แต่ก็เบามือ) แล้วเดินไปกระชากเนคไทออก โยนลงบนโต๊ะ ก่อนจะเดินไปรินวิสกี้ใส่แก้วแล้วกระดกรวดเดียวหมดเพื่อดับความร้อนรุ่มในกาย
เขามองก้อนผ้าห่มที่ขยับขึ้นลงตามจังหวะหายใจบนโซฟา แล้วแสยะยิ้มมุมปาก แววตาของนักล่าปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน
"อยากให้สอนนักใช่ไหม... ได้"
ออสตินวางแก้วกระแทกโต๊ะเสียงดัง
"ตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ คุณจะได้รับบทเรียนจนลืมชื่อไอ้แฟนเก่าเฮงซวยนั่นไปเลย... ลูกหว้า"
