ตอนที่ 2: คำสบประมาทและน้ำตา
ตอนที่ 2: คำสบประมาทและน้ำตา
ลูกหว้าพาตัวเองออกมาจากตึกสำนักงานใหญ่ด้วยสภาพจิตใจที่ห่อเหี่ยวเหมือนลูกโป่งแฟบ คำวิจารณ์อันแสนเจ็บแสบของออสตินยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเหมือนเทปที่กรอซ้ำไปซ้ำมา
"เหมือนอกไก่ต้มที่ลืมใส่เกลือ" "คู่มือซ่อมเครื่องซักผ้า" "หน้าตาจืดๆ แบบคุณ..."
"คนบ้า! ปากร้าย! จิตใจทำด้วยอะไร!" เธอบ่นพึมพำกับลมฟ้าอากาศ พลางปาดน้ำตาที่ซึมออกมาด้วยหลังมือ "คอยดูเถอะ ฉันจะเขียนให้ดียิ่งกว่านิยายขายดีอันดับหนึ่ง จะทำให้คุณต้องกราบกรานขอต้นฉบับฉัน!"
แม้ปากจะเก่ง แต่ลึกๆ ในใจลูกหว้ากลับหวั่นไหว เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดหาเบอร์ที่คุ้นเคย... 'พี่ท็อป' แฟนหนุ่มรุ่นพี่ที่คบกันมาเกือบสองปี เขาเป็นคนเดียวที่น่าจะช่วยปลอบใจและยืนยันได้ว่าเธอไม่ได้ 'ไร้น้ำยา' อย่างที่บก.หน้าตายคนนั้นว่า
...
ณ ร้านกาแฟบรรยากาศเงียบสงบในห้างสรรพสินค้า
ลูกหบ้านั่งคนกาแฟเย็นที่ละลายจนจืดชืดมาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว เธอมองนาฬิกาข้อมือสลับกับประตูหน้าร้านอย่างกระวนกระวาย จนกระทั่งชายหนุ่มร่างท้วม สวมเสื้อเชิ้ตยับๆ เดินเข้ามาด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ
"รอนานไหมหว้า พอดีพี่ติดพันเกม... เอ้ย ติดงานนิดหน่อย" ท็อปแก้ตัวน้ำขุ่นๆ พลางทิ้งตัวลงนั่งตรงข้ามโดยไม่สบตา
"ไม่นานค่ะพี่ท็อป" ลูกหว้ายิ้มรับ พยายามปั้นหน้าให้ดูสดใสที่สุด "หว้ามีเรื่องจะปรึกษาพี่หน่อย คือวันนี้หว้าโดนบก.ด่ายับเลยเรื่องนิยาย เขาบอกว่าหว้าเขียนเลิฟซีนห่วยแตก... พี่ท็อปว่าหว้า... เอ่อ... จืดชืดขนาดนั้นเลยเหรอคะ?"
เธอถามพลางจ้องตาแฟนหนุ่มด้วยความคาดหวัง หวังจะได้ยินคำว่า 'ไม่หรอกครับ หว้าน่ารักจะตาย' หรือ 'อย่าไปสนใจปากคนอื่นเลย'
แต่ท็อปกลับถอนหายใจยาว แล้ววางแก้วกาแฟลงเสียงดัง
"ความจริง... พี่ก็กะจะพูดเรื่องนี้กับหว้ามาสักพักแล้ว"
"คะ?" รอยยิ้มของลูกหว้าค่อยๆ จางลง
"หว้า... พี่ว่าเราเลิกกันเถอะ"
เหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุนกะทันหัน เสียงรอบข้างดับวูบไปชั่วขณะ ลูกหว้าชาไปทั้งตัว "ละ... เลิก? ทำไมคะ? หว้าทำอะไรผิด? หรือหว้าไม่มีเวลาให้พี่?"
"หว้าไม่ได้ทำอะไรผิดหรอก หว้าเป็นคนดี ดีมาก... แต่หว้ามันน่าเบื่อ" ท็อปพูดออกมาตรงๆ แววตาที่เคยมองเธอด้วยความเอ็นดู ตอนนี้เหลือเพียงความรำคาญ "อยู่กับหว้ามันเหมือนกินน้ำเปล่าอ่ะ มันไม่มีรสชาติ ไม่มีความตื่นเต้น หว้าเรียบร้อยเกินไป... พี่อึดอัด"
"เรียบร้อย? ก็นั่นมันนิสัยหว้านี่คะ"
"ไม่ใช่แค่นิสัย!" ท็อปโพล่งขึ้นมาเหมือนอัดอั้นมานาน "เรื่องบนเตียงด้วย!
หว้าไม่เคยยอมพี่เลย หรือถ้าวันไหนยอม หว้าก็นอนนิ่งเป็นท่อนไม้ จูบก็ไม่เป็น ลีลาก็ไม่มี... ขอโทษนะหว้า แต่พี่ต้องการผู้หญิงที่มีความเร่าร้อนกว่านี้ ไม่ใช่ตุ๊กตาไขลาน"
คำพูดของท็อปเหมือนลูกธนูที่พุ่งเข้ามาปักซ้ำรอยแผลเดิมที่ออสตินเพิ่งกรีดเอาไว้เป๊ะๆ
ท่อนไม้... จืดชืด... น่าเบื่อ...
น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลทะลักออกมาทันทีโดยไม่อาจห้าม ลูกหว้าสะอื้นจนตัวสั่น ไม่ใช่แค่เพราะเสียใจที่ถูกบอกเลิก แต่เพราะความมั่นใจในความเป็นผู้หญิงของเธอถูกทำลายย่อยยับจากผู้ชายสองคนภายในวันเดียว
"ขอโทษนะหว้า พี่เจอคนใหม่แล้ว เขา... เข้ากับพี่ได้ดีกว่าหว้ามาก" ท็อปทิ้งระเบิดลูกสุดท้ายแล้วลุกขึ้นยืน ควักแบงค์ร้อยวางไว้บนโต๊ะ "ดูแลตัวเองนะ หวังว่าหว้าจะเจอคนที่ชอบของจืดๆ แบบหว้า"
ท็อปเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง ทิ้งให้ลูกหบ้านั่งร้องไห้อยู่กลางร้านกาแฟ ท่ามกลางสายตาเวทนาของโต๊ะข้างๆ
ความเสียใจค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้น ไม่ใช่แค้นท็อป หรือแค้นออสติน แต่แค้นตัวเอง... แค้นความไร้เดียงสาและความ 'จืดชืด' ที่ทำให้เธอต้องกลายเป็นผู้แพ้ซ้ำซาก
เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ ยกหลังมือปาดน้ำตาอย่างแรงจนแก้มแดงเถือก
"ได้... ถ้าทุกคนบอกว่าฉันมันจืดชืดนัก..." เธอขบกรามแน่น นัยน์ตาภายใต้แว่นกรอบหนาเริ่มวาวโรจน์ด้วยประกายความบ้าบิ่นที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เคยเห็น
"ฉันจะลบคำสบประมาทนี้ให้ดู! ฉันจะหาคนสอน... คนที่เก่งที่สุด ร้ายกาจที่สุด ให้มันรู้กันไปเลยว่าท่อนไม้อย่างฉัน ถ้าติดไฟขึ้นมาแล้วมันจะร้อนแรงแค่ไหน!"
ภาพใบหน้าเย็นชาของบรรณาธิการหนุ่มปากกรรไกรลอยเข้ามาในหัวเป็นคนแรก
ออสติน... ผู้ชายที่ท้าทายเธอ
ลูกหว้าหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ค้นหาที่ตั้ง 'บาร์ลับ' ที่เธอเคยได้ยินข่าวลือว่าเขาเป็นเจ้าของ (หรือหุ้นส่วน) เธอยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋า แล้วลุกขึ้นเดินออกจากร้านด้วยฝีเท้าหนักแน่น
คืนนี้... เธอจะไม่ใช่ลูกหว้าคนเดิมอีกต่อไป อย่างน้อยก็จนกว่าจะเมา!
